แผนที่สุราษฎร์ธานี

จุดเริ่มต้น A : ปลายทาง B : ระยะทาง :


สุราษฎร์ธานีเป็นจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญอันดับต้นๆ ของประเทศอีกจังหวัดหนึ่ง เพราะมีธรรมชาติอันสวยงาม ทั้งหมู่เกาะต่างๆ เช่น เกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า เกาะนางยวน หมู่เกาะอ่างทอง และมีพื้นที่ป่าดิบชื้นบนบกที่อุดมด้วยพืชพรรณอันหลากหลาย สายน้ำมากมาย และสัตว์ป่านานาชนิด สุราษฎร์ธานียังเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกทุกรูปแบบครบครัน มีการคมนาคมที่สะดวกทั้งทางรถ รถไฟ เรือ และเป็นที่ตั้งของสนามบินถึง 2 แห่ง ที่ช่วยเพิ่มศักยภาพในการรองรับนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี จนปัจจุบันได้กลายเป็นเมืองศูนย์กลางการท่องเที่ยวของชายฝั่งทะเลอ่าวไทยตอนใต้ ที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติหลั่งไหลไปเยี่ยมเยือนปีละหลายล้านคน

จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีเนื้อที่ประมาณ 12,891 ตารางกิโลเมตร หรือ 8,056,875 ไร่ เป็นจังหวัดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 6 ของประเทศ และมีขนาดใหญ่ที่สุดของภาคใต้ สภาพภูมิประเทศมีความหลากหลายตั้งแต่เกาะขนาดต่างๆ ในทะเลอ่าวไทย ภูเขา ที่ราบสูง ที่ราบชายฝั่งทะเล และที่ราบลุ่มแม่น้ำ มีแม่น้ำที่สำคัญ คือ แม่น้ำตาปีและแม่น้ำไชยา มีชายฝั่งทะเลยาวประมาณ 156 กิโลเมตร สุราษฎร์ธานีเป็นเมืองเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ มีชนพื้นเมืองเป็นพวกเซมังและชาวมลายูดั้งเดิม ซึ่งอาศัยอยู่ในเขตลุ่มน้ำหลวง (แม่น้ำตาปี) และบริเวณอ่าวบ้านดอน และจากการค้นพบร่องรอยของอารยธรรมศรีวิชัยในเขตอำเภอไชยา และพบร่องรอยของเมืองเก่าอีกหลายแห่ง บริเวณรอบอ่าวบ้านดอน เช่น เมืองกาญจนดิษฐ์ เมืองท่าทอง เมืองพุนพิน และเมืองเวียงสระ จึงสันนิฐานว่า เมืองไชยาเคยเป็นราชธานีของ อาณาจักรศรีวิชัย ในอดีต เมื่ออาณาจักรศรีวิชัยเสื่อมอำนาจลง เมืองในแถบนี้ได้แยกออกเป็น 3 เมือง คือ เมืองไชยา เมืองท่าทอง และเมืองคีรีรัฐ อยู่ภายใต้การปกครองของเมืองนครศรีธรรมราช ตรงกับช่วงเวลาที่อาณาจักรสุโขทัยทางเหนือกำลังเจริญรุ่งเรือง และได้ขยายอำนาจลงมาทางใต้ไปถึง แหลมมลายู เมืองไชยาจึงตกอยู่ภายใต้การปกครองของกรุงสุโขทัยและกรุงศรีอยุธยาในเวลาต่อมาต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 เมืองนครศรีธรรมราชอ่อนแอลง ในขณะที่บ้านดอนมีความเจริญรุ่งเรืองมาก เพราะมีการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศ จึงโปรดเกล้าฯ ให้ย้ายเมืองท่าทอง มาตั้งที่บ้านดอน และยกฐานะเป็นเมืองจัตวาขึ้นตรงต่อกรุงเทพมหานคร โดยพระราชทานนามเมืองใหม่ว่า “กาญจนดิษฐ์” ครั้นเมื่อมีการปกครองแบบมณฑล เทศาภิบาล จึงโปรดเกล้าฯ ให้รวมเมืองกาญจนดิษฐ์ (บ้านดอน) เมืองคีรีรัฐนิคม และเมืองไชยา เข้าเป็น “อำเภอเมืองไชยา” ต่อมาได้มีการกำหนดให้เรียก อำเภออันเป็นที่ตั้งของศาลากลางจังหวัดว่า “อำเภอเมือง” บ้านดอนซึ่งเป็นบริเวณที่ตั้งศาลากลางจังหวัดในขณะนั้น จึงเปลี่ยนเป็น “อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี” แปลว่าเมืองแห่งคนดี ตามชื่อจังหวัดที่ได้รับพระราชทาน ส่วนอำเภอเมืองไชยาก็ถูกตัดคำว่า “เมือง” ออกเหลือเพียง “อำเภอไชยา” เป็นอำเภอหนึ่งของสุราษฎร์ธานีมาจนทุกวันนี้

อาณาเขตและการปกครอง

สุราษฎร์ธานี เป็นจังหวัดที่มีพื้นที่มากที่สุดของภาคใต้ ประมาณ 12,891 ตารางกิโลเมตร มีเขตติดต่อดังนี้

ทิศเหนือ จดจังหวัดชุมพร และจังหวัดระนอง
ทิศใต้ จดจังหวัดนครศรีธรรมราชและจังหวัดกระบี่
ทิศตะวันออก จดอ่าวไทย และจังหวัดนครศรีธรรมราช
ทิศตะวันตก จดจังหวัดพังงา และจังหวัดระนอง

สุราษฎร์ธานีแบ่งการปกครองออกเป็น 19 อำเภอ คือ

อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี อำเภอพุนพิน อำเภอคีรีรัฐนิยม อำเภอพนม อำเภอกาญจนดิษฐ์ อำเภอเกาะสมุย อำเภอดอนสัก อำเภอไชยา อำเภอท่าชนะ อำเภอท่าฉาง อำเภอบ้านนาสาร อำเภอพระแสง อำเภอเวียงสระ อำเภอเคียนซา อำเภอบ้านตาขุน อำเภอเกาะพะงัน อำเภอบ้านนาเดิม อำเภอชัยบุรี อำเภอวิภาวดี

 

การเดินทาง

ทางรถยนต์

แผนที่เส้นทางกรุงเทพ-สุราษฎร์ธานี

ทางรถยนต์ จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางสายธนบุรี-ปากท่อ (ทางหลวงหมายเลข 35) แล้วใช้ทางหลวงหมายเลข 4 โดยตลอดผ่านจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 41 ถึงสุราษฎร์ธานี รวมระยะทางประมาณ 644 กิโลเมตร

ทางรถประจำทาง

รถโดยสารประจำทาง บริษัทขนส่ง จำกัด เปิดบริการเดินรถระหว่าง กรุงเทพฯ-สุราษฎร์ธานี ทุกวัน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 11 ชั่วโมง รถออกจากสถานีขนส่งสายใต้ ถนนบรมราชชนนี รายละเอียดติดต่อ โทร. 02-422-4444 หรือ Call Center 1490 หรือบริษัทเอกชน ติดต่อโสภณทัวร์ โทร. 435-5023 กรุงสยาม โทร. 435-5024 นอกจากนี้ยังมีบริการรถโดยสารปรับอากาศระหว่างกรุงเทพฯ-เกาะสมุย อีกด้วย

ทางรถไฟ

ทางรถไฟ จากสถานีรถไฟกรุงเทพฯ มีบริการเดินรถทุกวัน ระยะทาง 650 กิโลเมตร ผู้โดยสารต้องไปลงที่สถานีรถไฟพุนพิน แล้วต่อรถประจำทางหรือแท็กซี่ เข้าจังหวัดสุราษฎร์ธานี ระยะทาง 13 กม. ติดต่อขอทราบรายละเอียดการเดินทางได้ที่หน่วยบริการเดินทาง การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร. 1690 สถานีรถไฟสุราษฎร์ธานี อ.พุนพิน โทร. (077) 311213

ทางเครื่องบิน

ทางอากาศ การบินไทยมีบริการเที่ยวบินกรุงเทพฯ-สุราษฎร์ธานี ทุกวัน ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่งได้ที่ โทร. 02-356-1111 หรือที่สำนักงานสุราษฎร์ธานี โทร. (077) 272610, 273710 นอกจากนี้ สายการบินบางกอกแอร์เวย์เปิดบริการเที่ยวบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-เกาะสมุย ทุกวัน ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง 10 นาที สอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่งได้ที่ โทร. 229-3456 หรือ (077) 425010, 425029-30 (เกาะสมุย) ไทยแอร์เอเชีย โทร. 0 2515 9999 www.airasia.com

การเดินทางจากสุราษฎร์ธานีไปจังหวัดใกล้เคียง

ทางรถยนต์ จากสุราษฎร์ธานีมีรถโดยสารปรับอากาศไปจังหวัดระนอง ชุมพร นครศรีธรรมราช หาดใหญ่ กระบี่ ภูเก็ต และรถโดยสารธรรมดาไปจังหวัดต่างๆ ทุกจังหวัดทางภาคใต้ รายละเอียดติดต่อที่สถานีรถโดยสาร

ถ.สุราษฎร์ธานี-พุนพิน โทร. (077) 200032-3

ทางรถไฟ จากสถานีรถไฟสุราษฎร์ธานี อ.พุนพิน มีรถไฟไปจังหวัดนราธิวาส ตรัง นครศรีธรรมราช ยะลา ไชยา ชุมพร หัวหิน รายละเอียดติดต่อสถานีรถไฟสุราษฎร์ธานี อ.พุนพิน โทร. (077) 311213

การเดินทางภายในสุราษฎร์ธานี

ในตัวจังหวัดสุราษฎร์ธานีมีรถชนิดต่างๆ ให้บริการ นักท่องเที่ยวสามารถเลือกใช้บริการยานพาหนะต่างๆ ได้หลายรูปแบบตามความเหมาะสม

มีรถแท็กซี่บริการเช่าเหมาคันไปยังที่ต่างๆ ทั้งในและนอกเมือง รถจอดอยู่ที่ตลาดเกษตร และสามารถเรียกไปรับตามจุดต่างๆ ทั่วเมืองได้

รถสองแถวเล็ก หรือรถตุ๊กตุ๊ก 4 ล้อ มีวิ่งบริการทั่วเมือง นักท่องเที่ยวอาจเหมารถไปเที่ยวได้ทั้งในเมืองและต่างอำเภอ คิดราคาขึ้นอยู่กับระยะทางและการต่อรอง

รถสามล้อและมอเตอร์ไซค์รับจ้าง จอดอยู่ตามจุดต่างๆ ในจังหวัด เช่น หน้าตลาดเกษตร หน้าสถานีขนส่ง ค่าบริการมีทั้งแบบตกลงกันตามแต่ระยะทางและแบบเหมาจ่าย

การเดินทางโดยเรือจากฝั่งไปยังเกาะต่างๆ มีเรือเฟอร์รี เรือนอน และเรือเร็วของบริษัทเอกชนหลายรายออกจากท่าเรือดอนสักไปยังเกาะสมุยและเกาะพะงัน วันละหลายเที่ยว เรือเฟอร์รีสามารถบรรทุกรถยนต์ข้ามไปได้ ค่าบริการคิดตามขนาดของรถและจำนวนคน และมีเรือโดยสารวิ่งบริการระหว่างเกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า ทุกวัน

ระยะทางจากอำเภอเมืองสุราษฎร์ธานีไปยังอำเภอต่างๆ คือ

อำเภอพุนพิน 12 กิโลเมตร

อำเภอกาญจนดิษฐ์ 18 กิโลเมตร

อำเภอท่าฉาง 37 กิโลเมตร

อำเภอบ้านนาสาร 41 กิโลเมตร

อำเภอบ้านนาเดิม 50 กิโลเมตร

อำเภอคีรีรัฐนิคม 55 กิโลเมตร

อำเภอดอนสัก 61 กิโลเมตร

อำเภอเคียนซา 61 กิโลเมตร

อำเภอไชยา 68 กิโลเมตร

อำเภอพระแสง 68 กิโลเมตร

อำเภอเวียงสระ 68 กิโลเมตร

อำเภอวิภาวดี 70 กิโลเมตร

อำเภอบ้านตาขุน 71 กิโลเมตร

อำเภอท่าชนะ 78 กิโลเมตร

อำเภอพนม 80 กิโลเมตร

อำเภอเกาะสมุย 84 กิโลเมตร

อำเภอเกาะพะงัน 100 กิโลเมตร

อำเภอชัยบุรี 112 กิโลเมตร

เทศกาลและงานประเพณี

ประเพณีชักพระ-ทอดผ้าป่า และแข่งเรือยาว จัดขึ้นในวันออกพรรษา (แรม 1 ค่ำ เดือน 11) แต่ละวัดจะทำบุษบกหรือพนมพระ ตกแต่งอย่างสวยงาม ตรงกลางบุษบกเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางอุ้มบาตร ตามคติทางพุทธศาสนาแล้วให้ประชาชนลากไป เมื่อเสร็จพิธีลากพระ (ทั้งบนบกและในน้ำ) จะนำพรไปทำความสะอาดแล้วมีพิธีสงฆ์สมโภชพระลากในตอนค่ำ โดยจะมีพระสงฆ์มาเทศน์เกี่ยวกับการเสด็จของพระพุทธเจ้า จากดาวดึงส์ลงสู่โลกมนุษย์

ส่วนการทอดผ้าป่าของจังหวัดสุราษฎร์ธานี จะแตกต่างไปจากที่อื่นๆ คือ เป็นการทอดผ้าป่าหน้าบ้าน โดยจะเริ่มงานตั้งแต่ 1 นาฬิกาของวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 สำหรับพุ่มผ้าป่าจะตกแต่งอิงเรื่องราวพุทธประวัติ และจะทำพิธีถวายพุ่มผ้าป่าในตอนเช้าของแรม 1 ค่ำ เดือน 11

งานวันเงาะโรงเรียน จัดขึ้นประมาณต้นเดือนสิงหาคมของทุกปี เพื่อนำผลิตผลเงาะโรงเรียน และผลิตผลทางการเกษตรอื่นๆ มาแสดงและจำหน่ายแก่ผู้สนใจ

สินค้าพื้นเมือง

ไข่เค็มไชยา เป็นไข่เค็มที่มีชื่อเสียงกล่าวขวัญกันทั่วไป การทำไข่เค็มไชยา ใช้ไข่เป็ดจากอำเภอไชยา ซึ่งมีไข่แดงมากและไม่คาวเหมือนไข่เป็ดทั่วไป จากนั้นเอาดินจากจอมปลวก มาตำให้ละเอียด ร่อนเอาเฉพาะที่ละเอียด แยกเอากรวด ทราย ออกให้หมด คลุมด้วยน้ำและเกลือให้ดินค่อนข้างเหนียว แล้วเอาดินนี้หุ้มไข่เป็ด หลังจากนั้นนำไปคลุมกับขี้เถ้าแกลบ เป็นอันเสร็จกระบวนการทำไข่เค็มไชยา แล้วจึงนำมาบรรจุหีบห่อเพื่อจำหน่าย มีฉลากบอกระยะเวลาไว้ว่าเมื่อใดเหมาะสำหรับทอดไข่ดาว เมื่อใดเหมาะสำหรับต้ม

ผ้าไหมพุมเรียง การทอผ้าไหมพุมเรียงเป็นงานหัตถกรรมที่ทำกันในหมู่บ้านไทยมุสลิม ซึ่งเข้าใจว่าแต่เดิมคงเป็นพวกแขกที่อพยพ หรือถูกกวาดต้อนมาจากไทรบุรี พร้อมๆ กับช่างทอผ้าที่เมืองนครศรีธรรมราช บ้างก็สันนิษฐานว่า ไทยอิสลามที่พุมเรียงอาจจะเป็นชาวปัตตานี เพราะอารยธรรมสูงกว่าที่อื่น แล้วมาอาศัยอยู่ที่ตำบลพุมเรียง การทอผ้าพุมเรียง ชาวบ้านไม่ได้เลี้ยงไหมเอง ไหมที่ใช้ทอเป็นไหมจากญี่ปุ่น และสั่งซื้อจากกรุงเทพฯ โดยนิยมทอผ้าด้วยกี่กระตุก ลวดลายต่างๆ ที่ประดิษฐ์ขึ้นเป็นของชาวบ้านพุมเรียง โดยเฉพาะในปัจจุบัน มี 5 ลาย ได้แก่ ลายราชวัตร ลายดอกพิกุล ลาบดอกโคม ลายนพเก้า และลายยกเบ็ด

ขนมจั้ง ขนมจั้งนิยมทำกันมากในอำเภอไชยา เครื่องปรุงขนมชนิดนี้ ประกอบด้วยข้าวเหนียว น้ำ และน้ำด่าง โดยนำข้าวสารเหนียวแช่น้ำด่างประมาณ 3-5 ชั่วโมง ต่อจากนั้นนำข้าวสารเหนียวมาห่อด้วยใบไผ่แนะ ห่อเสร็จเรียบร้อยแล้วนำจั้งไปต้มจนกว่าจะสุก ก็จะได้จั้งตามที่ต้องการ ส่วนใหญ่นิยมรับประทานกับน้ำเชื่อม หรือน้ำกะทิก็ได้

หมวกพุมเรียง หมวกพุมเรียงเป็นงานหัตถกรรม ที่ชาวพุมเรียงทำสืบต่อกันมาเป็นเวลานาน ไม่ปรากฏหลักฐานที่แน่ชัดว่าเริ่มทำกันมาตั้งแต่สมัยใด รู้แต่ว่าทำกันมากในกลุ่มของ ชาวพุทธ ซึ่งอยู่กันคนละฝั่งกับชาวไทยมุสลิมในตำบลพุมเรียง อำเภอไชยา การทำหมวกพุมเรียงทำจาก

วัสดุหลายอย่างด้วยกันคือ ปอแก้ว ใบลาน หรือใบตาล ลักษณะของหมวกพุมเรียงที่แปลกไปจากหมวกสานของที่อื่นคือ การสานจะเป็นลักษณะเส้นยาว ก่อนแล้วจึงนำมา เย็บเป็นรูปทรงหมวกภายหลัง ซึ่งหมวกลักษณะนี้ชาวบ้านเรียกกันว่า หมวกรานี

หอยขาวพุมเรียง เป็นอาหารทะเลที่มีชื่อเสียงของอำเภอไชยา และสามารถหาบริโภคได้เฉพาะที่พุมเรียงเท่านั้น

หอยนางรม หอยนางรมสุราษฎร์ธานีเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในหมู่นักบริโภคว่าเป็นอาหารทะเลที่รสชาติขึ้นชื่อ คุณสมบัติที่สร้างคุณค่าหอยนางรมคือ เนื้อในขาวสะอาด รสออกหวาน ไม่มีกลิ่นคาว มีคุณค่าทางอาหารสูง หอยนางรมเริ่มเพาะเลี้ยงประมาณปี 2504 ทดลองเลี้ยงที่แหลมซุย อำเภอไชยา ต่อมาได้เพาะเลี้ยงที่บริเวณปากคลองท่าทอง และปากคลองกะแดะ อำเภอกาญจนดิษฐ์ หอยนางรมมี 2 ชนิดคือ ชนิดพันธุ์เล็ก เรียกว่าหอยเจาะ ชนิดพันธุ์ใหญ่ เรียกว่าหอยตะโกรม ลักษณะเป็นหอยมี 2 ฝา พบทั่วไปบริเวณน้ำตื้นชายฝั่ง หอยนางรมจะออกวางไข่ตลอดปี แต่จะพบมากในระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ ถึงเดือนเมษายน หอยนางรมจะวางไข่ครั้งหนึ่งประมาณ 1-9 ล้านฟอง

เงาะพันธุ์โรงเรียน เป็นผลไม้ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของจังหวัดสุราษฎร์ธานี และของประเทศ เป็นเงาะที่มีรสชาติหวานและกรอบ ปลูกกันมากในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ผลมีลักษณะโต เปลือกบาง แม้สุกจัดปลายเส้นขนยังมีสีเขียว ลักษณะต้นเป็นพุ่มไม่สูง

ขนมจีน เป็นอาหารที่ขึ้นชื่อของสุราษฎร์ธานีอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งหารับประทานได้ง่ายบริเวณตลาดวัดไทร ในตอนกลางคืน

ขนมจิ้นแด้ เป็นขนมที่มีรสชาติอร่อย หาซื้อได้ง่าย บริเวณตลาดวัดไทรในช่วงตอนกลางคืน

สะตอ เป็นพืชเศรษฐกิจของจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยเฉพาะที่อำเภอคีรีรัฐนิคม ซึ่งจะมีชุกในเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม

 

สถานที่น่าสนใจ ในเขตอำเภอเกาะสมุย

เกาะสมุย ตั้งอยู่ในบริเวณอ่าวไทย เป็นอำเภอหนึ่งอยู่ในเขตจังหวัดสุราษฎร์ธานี ห่างจากสุราษฎร์ธานีไปทางทิศตะวันออก ประมาณ 84 กิโลเมตร มีเนื้อที่ 247 ตารางกิโลเมตร กว้าง 21 กิโลเมตร ยาว 25 กิโลเมตร ถนนโดยรอบเกาะ (ถนนสายทวีราษฎร์ภักดี) ยาว 50 กิโลเมตร พื้นที่ 1 ใน 3 เป็นที่ราบ ล้อมส่วนที่เป็นภูเขาตรงกลางเกาะ

ลักษณะภูมิอากาศเป็นแบบมรสุมเขตร้อน มี 3 ฤดู คือ ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-ตุลาคม ฤดูหนาวเริ่มเดือนพฤศจิกายน-มกราคม เป็นช่วงที่มีลมมรสุม และฤดูร้อนตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์-เมษายน ซึ่งคลื่นลมสงบ

คำว่า “สมุย” เป็นคำมาจากภาษาใดไม่ปรากฏแน่ชัด มีข้อสันนิษฐานต่างๆ นานา บ้างก็ว่ามาจากภาษาจีนไหหลำ “เช่าบ่วย” แปลว่า “ด่านแรก” หรือ “ประตูแรก” ซึ่งชาวจีนที่มาติดต่อค้าขายกับประเทศไทยในสมัยก่อนมาแวะพักจอดเรือใช้เรียกเกาะสมุย แล้วออกเสียงเพี้ยนมาเป็น “สมุย” บ้างก็ว่ามาจากภาษาทมิฬ “สมอย” แปลว่าคลื่นลม บ้างก็ว่ามาจากชื่อต้นไม้ที่มีอยู่ทั่วไปในภาคใต้ คือ “ต้นหมุย” บ้างก็ว่า “สมุย” เป็นคำมลายู ซึ่งพวกแขกมลายูที่ติดต่อค้าขายกับประเทศไทยใช้เรียกเกาะสมุย

สถานที่ท่องเที่ยวบนเกาะสมุย

-ชายหาด เกาะสมุยมีชายหาดที่สวยงามอยู่หลายแห่งรอบเกาะ ส่วนชายหาดที่นักท่องเที่ยวนิยมไปพักผ่อนกันมาก คือ หาดเฉวง และหาดละไม นอกจากนี้มีชายหาดที่อ่าวบางรัก บ้านบ่อผุด หาดหน้าทอน หาดท้องยาง หาดท้องตะเคียน และหาดเชิงมน เป็นต้น

-น้ำตก มีน้ำตกหินลาดและน้ำตกหน้าเหมือง (วนอุทยานน้ำตกหน้าเหมือง) ห่างจากท่าเรือหน้าทอน 3 กิโลเมตร และ 14 กิโลเมตร ตามลำดับ เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่นิยมกันมาก ในฤดูฝนมีน้ำมาก การประปาสุขาภิบาลอาศัยน้ำจากน้ำตกหินลาดทำน้ำประปาสำหรับแจกจ่ายให้ประชาชนในตลาดหน้าทอน และบริเวณใกล้เคียงบริโภค

-พระพุทธรูปใหญ่ มีพระพุทธรูปปางมารวิชัย ชื่อ “พระพุทธโคดม” ขนาดหน้าตักกว้าง 5 วา 9 นิ้ว บริเวณเกาะฟาน เป็นที่ตั้งสำนักวิปัสสนากรรมฐานสำหรับให้ผู้สนใจปฏิบัติธรรมพักอาศัยได้

-พระธาตุหินงู พระบรมสารีริกธาตุเกาะสมุย หรือชาวเกาะสมุยเรียกว่าพระธาตุหินงู หรือพระธาตุศิลางู อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอเกาะสมุย 17 กิโลเมตร ซึ่งตามประวัติสร้างโดยชาวบ้านตำบลมะเร็ด ชื่อนายศรีทอง และได้มีพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2498 โดยเจ้าคุณพระอรรถทัศสิสุทธิพงศ์แห่งวัดชีโทน อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นผู้มอบให้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถเสด็จมาทรงนมัสการ เมื่อวันที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2505 ชาวเกาะสมุยจึงถือเป็นประเพณีมีงานนมัสการสืบมา

-เจดีย์แหลมสอ เป็นเจดีย์ที่สร้างขึ้นโดยหลวงพ่อแดง พระภิกษุที่เป็นที่เคารพนับถืออย่างยิ่งของชาวเกาะสมุย มรณภาพเพราะเรืออับปาง เมื่อ พ.ศ. 2519 องค์พระเจดีย์ประดับด้วยกระเบื้องสีทองทั้งองค์ ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ อยู่ริมทะเลเขตติดต่อระหว่างตำบลตลิ่งงาม-หน้าเมือง

-พระพุทธบาทเขาเล่ เป็นพระพุทธบาท 5 รอย สร้างขึ้นเมื่อใดไม่ปรากฏ ตั้งอยู่ที่เขาเล่ เขตตำบลมะเร็ด ห่างจากที่ว่าการอำเภอเกาะสมุย 15 กิโลเมตร

-หินตา หินยาย เป็นโขดหินรูปร่างประหลาด อยู่บริเวณอ่าวละไม ตำบลมะเร็ด มีนิทานท้องถิ่นเล่ากันต่อๆ มาว่า นานมาแล้ว มีตายายคู่หนึ่งชื่อ ตาเครง-ยายเรียม เป็นชาวปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช เดินทางโดยเรือใบเพื่อจะไปสู่ขอลูกสาวของตาม่องล่าย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ให้กับลูกชาย ครั้นเรือแล่นมาถึงบริเวณแหลมละไม เกิดพายุใหญ่ทำให้เรือล่ม ทั้งตาและยายเสียชีวิต คลื่นซัดขึ้นเกยหาดกลายเป็นหินที่เห็นในปัจจุบันนี้

-สวนผีเสื้อสมุย ตั้งอยู่บนเนินเขาติดทะเลทางทิศใต้ของเกาะสมุย บริเวณแหลมนาเทียน ห่างจากหมู่บ้านชาวประมงบ้านหัวถนน 3 กิโลเมตร มีเนื้อที่ 20 ไร่ ปลูกไม้ดอก ไม้ประดับนานาชนิด เพื่อเป็นแหล่งอาหารของผีเสื้อ ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีบริเวณที่จัดเป็นสวนผึ้ง สวนหิน จุดชมวิว พิพิธภัณฑ์ ร้านอาหารพื้นเมือง รวมทั้งมีที่พักไว้บริการด้วย สวนผีเสื้อสมุยเปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น. อัตราค่าเข้าชมคนละ 50 บาท รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ โทร. (077) 424020-22

-สนามชนควาย อยู่ห่างจากหน้าทอนประมาณ 4 กิโลเมตร การชนควายนี้เป็นกีฬาที่จัดขึ้นเป็นครั้งคราวบนเกาะสมุย คล้ายกับกีฬาชนวัวของจังหวัดสงขลา โดยจะจัดขึ้นในโอกาสที่มีงานมงคล หรือเทศกาลต่างๆ เช่น ตรุษสงกรานต์ และวันขึ้นปีใหม่ เป็นต้น ปัจจุบันมีสนามชนควายหลายแห่งรอบเกาะสมุย เช่น สนามชนควายบ้านแม่น้ำ ละไม เฉวง และที่หน้าทอน กำหนดการวันชนควาย ติดต่อสอบถามได้ที่บังกะโลทุกแห่งบนเกาะสมุย

-ศูนย์ลิงสมุย ตั้งอยู่บริเวณทางเข้าหมู่บ้านเขาพระ หมู่ที่ 1 ตำบลบ่อผุด มีการแสดง วัฒนธรรมพื้นบ้านไทยและการแสดงการฝึกลิงเปิดแสดงทุกวันๆ ละ 3 รอบ คือ 10.30 น. 14.00 น. และ 16.00 น. อัตราค่าเข้าชม ชาวไทย 80 บาท ชาวต่างประเทศ 150 บาท รายละเอียดติดต่อ โทร. (077) 245140

-แหล่งดูปะการัง อยู่บริเวณชายฝั่งของเกาะสมุย รวมทั้งที่อยู่ติดกับเกาะอื่นๆ เช่น เกาะเต้าปน เกาะส้ม เกาะมัดหลัง เกาะราเทียน และเกาะราหิน การเช่าเรือ และอุปกรณ์ดำน้ำติดต่อที่บังกะโลและบริษัทนำเที่ยวบนเกาะสมุย

-เกาะแตน ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 2 ตำบลตลิ่งงาม ทางบริเวณตอนใต้ของเกาะสมุย เป็นเกาะที่งดงามด้วยธรรมชาติอันเงียบสงบ รอบๆ เกาะ และบริเวณเกาะใกล้เคียง เช่น เกาะมัตสุม มีแนวปะการังน้ำตื้นที่สวยงาม การเดินทางต้องเช่าเรือหางยาว จากบริเวณอ่าวท้องกรูด ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที บนเกาะมีที่พักบริการ

การเดินทางไปเกาะสมุย

รถโดยสาร มีบริการรถโดยสารปรับอากาศ และรถโดยสารธรรมดาจากกรุงเทพฯ เดินทางโดยตรงถึงเกาะสมุย โดยคิดราคารวมทั้งค่ารถและค่าเรือเฟอร์รี่ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 13 ชั่วโมง รายละเอียดติดต่อ บริษัท ขนส่งจำกัด สถานีขนส่งสายใต้ ถนนบรมราชชนนี โทร. 02-422-4444 หรือ Call Center 1490 และบริษัทโสภณทัวร์ โทร. 435-5023

เครื่องบิน บริษัท บางกอกแอร์เวย์ เปิดบริการเที่ยวบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-เกาะสมุย ทุกวัน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที นอกจากนี้ยังมีเที่ยวบิน กรุงเทพฯ-หัวหิน-สมุย, ภูเก็ต-เกาะสมุย และอู่ตะเภา-เกาะสมุย บริการอีกด้วย สำรองที่นั่งและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 229-3456-65, 229-3434 (กรุงเทพฯ) หรือที่เกาะสมุย โทร. (077) 420133, 425012, 425010

เรือโดยสาร

1. เรือด่วน ของบริษัทส่งเสริมแทรเวิลเซ็นเตอร์ ออกจากท่าเรือท่าทอง ถ.ปากน้ำตาปี (ห่างจากตัวเมืองประมาณ 5 กิโลเมตร) ไปยังท่าเรือหน้าทอน เกาะสมุยวันละ 2 เที่ยว เวลา 08.00 น. และ 14.30 น. ใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมง 30 นาที อัตราค่าโดยสาร 115 บาท รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ โทร. (077) 285124-6 สำนักงานเกาะสมุย โทร. (077) 421228, 421316-9

2. เรือเฟอร์รี่ ของบริษัทสมุยเฟอร์รี่ ออกจากท่าเรือดอนสัก (ห่างจากตัวเมืองประมาณ 6 กิโลเมตร) ไปยังท่าเรือเฟอร์รี่ อ่าวท้องยาง เกาะสมุย ทุกวัน วันละ 8 เที่ยว ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง 30 นาที อัตราค่าโดยสารคนละ 40 บาท รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ โทร. (077) 371151, 371205 สำนักงานเกาะสมุย โทร. (077) 423026

3. เรือนอน ติดต่อได้ที่ท่าเทียบเรือบ้านดอน เรือออกเวลา 23.00 น. ถึงเกาะสมุย เวลา 05.00 น. อัตราค่าโดยสาร 50 และ 80 บาท

การเดินทางบนเกาะสมุย

มีรถสองแถววิ่งบริการรอบเกาะผ่านสถานที่ต่างๆ เช่น ท่าเรือหน้าทอน ท่าเรือเฟอร์รี่ ตลอดจนหาดต่างๆ อัตราค่าโดยสาร 15-35 บาท

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลแห่งที่สอง ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2523 อยู่ห่างจากเกาะสมุยไปทางทิศตะวันตกประมาณ 20 กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ 102 ตารางกิโลเมตร หรือ 63,750 ไร่ เป็นพื้นดินเพียง 50 ตารางกิโลเมตร นอกนั้นเป็นพื้นน้ำ ประกอบด้วยเกาะต่างๆ 42 เกาะ เกาะที่สำคัญได้แก่ เกาะวัวตาหลับ เกาะพะลวย เกาะวัวจิ๋ว เกาะแม่เกาะ เกาะสามเส้า เกาะไผ่ลวก เกาะคา เกาะหินดับ เกาะวัวกันตัง ฯลฯ หมู่เกาะนี้เดิมเป็นเขตหวงห้ามของทหารเรือ แต่ก็ได้มีราษฎรอพยพไปตั้งบ้านเรือน โดยประกอบอาชีพทำสวนมะพร้าว จับปลา และเก็บรังนก (บนเกาะมีสัมปทานรังนกนางแอ่น) โดยขึ้นอยู่กับท้องที่หมู่ที่ 6 ตำบลอ่างทอง อำเภอเกาะสมุย

สถานที่น่าสนใจในเขตอุทยานฯ

-เกาะวัวตาหลับ เป็นที่ตั้งของที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ด้านหน้าที่ทำการเป็นหาดทรายขาวสะอาด เมื่อขึ้นไปสู่จุดชมวิวบนยอดเขา ระยะทาง 400 เมตร จะมองเห็นหมู่เกาะอ่างทองทั้งหมดทอดตัวเรียงรายเป็นแนวยาวไปบนพื้นน้ำด้วยรูปร่างลักษณะต่างๆ แปลกตา นอกจากนี้ยังมีถ้ำบัวโบกซึ่งอยู่ใกล้ที่ทำการฯ มีหินงอกหินย้อยรูปร่างสวยงามดูคล้ายบัวบาน

-ทะเลใน หรือทะเลสาบกลางภูเขา เป็นปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยาที่พบว่ามีอยู่บนหมู่เกาะเหล่านี้เท่านั้น แถบทะเลด้านอ่าวไทย ทะเลในเส้นผ่าศูนย์กลางใหญ่ที่สุดคือประมาณ 250 เมตร ตั้งอยู่บนเกาะแม่เกาะ นั่งเรือยนต์จากที่ทำการไปประมาณ 15 นาที และเดินเท้าตามทางเดินสู่จุดชมวิวอีก 400 เมตร จะสามารถมองเห็นทัศนียภาพอันน่าตื่นตาตื่นใจของทะเลในโดยรอบ รวมทั้งทิวทัศน์ที่สวยงามของทะเลเปิดได้อย่างชัดเจน ทะเลในแห่งนี้มีเนื้อที่ 30 ไร่ โอบรอบด้วยโขดเขาและแมกไม้ปกคลุม น้ำนิ่งสงบใสราวสีมรกต

-เกาะสามเส้า ตั้งอยู่ตรงกันข้ามกับเกาะแม่เกาะ เป็นแหล่งปะการัง มีสะพานหินธรรมชาติยื่นโค้งออกไปในทะเล นอกจากนี้จากเกาะสามเส้าจะมองเห็นปฏิมากรรมธรรมชาติคล้ายปราสาทหินตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาของเกาะแม่เกาะ

-เกาะท้ายเพลาและเกาะวัวกันตัง อยู่เลยจากเกาะแม่เกาะไปทางเหนือ เป็นจุดที่มีแนวปะการังและหาดทรายขาวสะอาด

การเดินทางและที่พัก

การเดินทางไปอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง เส้นทางที่สะดวกที่สุด คือการเริ่มต้นจากเกาะสมุย ทุกวันจะมีบริการนำเที่ยวหมู่เกาะอ่างทองแบบไปเช้าเย็นกลับ โดยมีเรือออกจากท่าเรือหน้าทอนและท่าเรือบ่อผุด เวลา 08.30 น. รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ บริษัท แอร์ซี จำกัด โทร. (077) 422262-3 หรือ บริษัทไฮเวย์ แทรเวิล จำกัด โทร. (077) 421290, 421285

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง มีบริการบ้านพัก รายละเอียดติดต่อ โทร. (077) 286025, 286931 หรือ กองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ กรุงเทพฯ โทร. 579-7223, 579-5734

สถานที่น่าสนใจ ในเขตอำเภอเมือง

ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าเขาท่าเพชร จากตัวเมืองสุราษฎร์ธานีใช้เส้นทางสายสุราษฎร์ธานี-บ้านนาสาร ระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร จากถนนใหญ่มีทางแยกด้านซ้ายมือ สู่ที่ทำการอีก 1 กิโลเมตร ศูนย์ศึกษาธรรมชาติแห่งนี้มีเนื้อที่ประมาณ 2,900 ไร่ อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 210 เมตร เป็นบริเวณร่มรื่นสวยงาม นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของพระธาตุศรีสุราษฎร์และเป็นป่าสงวนของกรมป่าไม้ มองจากยอดเขาลงมาจะเห็นทิวทัศน์ตัวเมืองสุราษฎร์ธานีได้โดยรอบ

บึงขุนทะเล ตั้งอยู่ที่ ตำบลขุนทะเล ห่างจากตัวเมืองสุราษฎร์ธานี ไปทางถนนสายสุราษฎร์ธานี-พุนพิน ประมาณ 5 กิโลเมตร สามารถนั่งรถโดยสารสายบ้านดอน-โรงเรียนตำรวจภูธร 8 ไปถึงบริเวณบึงได้ บึงขุนทะเลเป็นแหล่งน้ำสำคัญใช้ในการกสิกรรม นอกจากนี้ยังมีทิวทัศน์ที่สวยงามตามธรรมชาติ มีศาลาสำหรับพักผ่อนหย่อนใจและมีร้านอาหารบริการนักท่องเที่ยวอีกด้วย

ปากน้ำตาปี ตั้งอยู่หมู่ที่ 3 ตำบลบางกุ้ง ห่างจากตัวเมืองสุราษฎร์ธานีประมาณ 7 กิโลเมตร ตามเส้นทางสุราษฎร์ธานี-ปากน้ำ มีคิวรถโดยสารอยู่เยื้องกับห้างจุฬาสรรพสินค้า ถนนบ้านดอน ปากน้ำตาปีมีร้านอาหารทะเลและร้านจำหน่ายของทะเลอยู่หลายร้าน นอกจากนี้ยังสามารถชมทิวทัศน์ธรรมชาติทางทะเลของอ่าวบ้านดอนได้อีกด้วย

สถานที่น่าสนใจ ในเขตอำเภอกาญจนดิษฐ์

สถานที่ฝึกลิง หรือ โรงเรียนฝึกลิง จากตัวเมืองสุราษฎร์ธานี ใช้เส้นทางสายสุราษฎร์ธานี-นครศรีธรรมราช หรือทางหลวงหมายเลข 401 ประมาณ 7 กิโลเมตร และมีทางแยกด้านขวามือเป็นถนนลูกรังสู่ศูนย์ฝึกลิง อีก 2 กิโลเมตร จะเห็นป้าย “วิทยาลัยฝึกลิงเพื่อการเกษตร” อยู่ด้านขวามือ มีการสาธิตและบรรยายหลักสูตรการฝึกลิงกัง จากเริ่มต้นจนสามารถทำงานได้จริง ผู้ประสงค์จะเข้าชมกรุณาติดต่อล่วงหน้าที่ คุณสมพร แซ่โค้ว โทร. (077) 273378

ฟาร์มหอยนางรม อยู่ที่ปากคลองท่าทองและปากคลองกระแดะ เป็นสถานที่เพาะเลี้ยงหอยนางรมตามธรรมชาติ หอยนางรมที่ได้จากปากคลองนี้มีขนาดใหญ่กว่าแห่งอื่น ผู้ประสงค์จะเดินทางไปชมสามารถเช่าเรือหางยาวขนาดบรรทุก 10 คน ได้ที่ท่าเรือท่าทอง ใช้เวลาเดินทาง 20 นาที และควรไปในตอนเช้า หรือช่วงที่น้ำลง เพราะสามารถเห็นหอยนางรมที่เกาะตามแท่งซีเมนต์ได้ชัดเจน

สถานที่น่าสนใจ ในเขตอำเภอดอนสัก

วัดเขาสุวรรณประดิษฐ์ อยู่ห่างจากชุมชนอำเภอดอนสัก 1 กิโลเมตร จะมีทางราดยางเข้าไปจนถึงบริเวณวัด บนยอดเขาเป็นที่ประดิษฐานพระเจดีย์ บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งได้มา

จากวัดพระเกียรติ อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ พระครูสุวรรณประดิษฐ์การ หรือหลวงพ่อจ้อย เกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งภาคใต้เป็นผู้บุกเบิกสร้างขึ้น ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525

น้ำตกวิภาวดี หรือน้ำตกบ้านใน อยู่ริมทางหลวงหมายเลข 401 บริเวณกิโลเมตรที่ 60-61 หรือ 38 กิโลเมตร จากตัวเมืองตรงทางแยกจะเลี้ยวซ้ายเข้าอำเภอดอนสัก น้ำตกวิภาวดีเป็นน้ำตกขนาดกลาง มีประชาชนนิยมเดินทางมาพักผ่อนกันมากในวันหยุดสุดสัปดาห์

จากตัวเมืองสุราษฎร์ธานี มีรถโดยสารประจำทางผ่าน 2 เส้นทางคือ สุราษฎร์ธานี-นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี-ดอนสัก

วังหิน ตั้งอยู่หมู่ที่ 5 ต.ดอนสัก ห่างจากอำเภอดอยสักไปทางทิศเหนือประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นสถานที่ท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจ มีโขดหินตั้งเรียงรายกลมกลืนกับชายฝั่งทะเลเหมาะแก่การไปเที่ยว มีบริการบ้านพักให้เช่าทั้งแบบบ้านตากอากาศ (บังกะโล) และเรือนแถว

ท่าเรือเฟอร์รี่ อยู่บริเวณแหลมกุลา หมู่ที่ 10 ตำบลดอนสัก อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอ ประมาณ 6 กิโลเมตร เป็นท่าเรือข้ามฟากขนาดใหญ่ รับคนโดยสารเดินทางไปเกาะสมุย บริเวณท่าเรือเป็นเนินเขาเตี้ยๆ เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ มีถนนตัดเชื่อมระหว่างท่าเรือกับหาดนางกำ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของอำเภอดอนสัก

สถานที่น่าสนใจ ในเขตอำเภอท่าฉาง

ศูนย์ฝึกลิงบ้านคลองไทร ตั้งอยู่เลขที่ 1 หมู่ที่ 3 ตำบลคลองไทร อำเภอท่าฉาง อยู่ห่างจากตัวเมืองสุราษฎร์ธานีไปตามทางหลวงหมายเลข 41 ประมาณ 35 กิโลเมตร และเลี้ยวขวาจากทางหลวงหมายเลข 41 ตรงบริเวณกิโลเมตรที่ 91 (สี่แยกควนรัชฎา) เข้าไปยังศูนย์ฝึกลิงอีก 1.5 กิโลเมตร

สำหรับผู้ที่ประสงค์จะเข้าชมการฝึกลิง และการแสดงโชว์ของลิง สามารถติดต่อโดยตรงได้ที่ คุณวิโรจน์ เพชรสถิตย์ โทร. 01-958-9223 ส่วนอัตราค่าชม สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ 250 บาท/คน ส่วนชาวไทยมิได้กำหนด ขึ้นอยู่กับความพอใจของผู้เข้าชม

สถานที่น่าสนใจ ในเขตกิ่งอำเภอวิภาวดี

น้ำตกวิภาวดี ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองยัน หมู่ที่ 8 ตำบลตะกุกใต้ กิ่งอำเภอวิภาวดี จังหวัดสุราษฎร์ธานี

การเดินทาง จากตัวเมืองสุราษฎร์ธานี ไปตามทางหลวงหมายเลข 41 ประมาณ 45 กิโลเมตร จะมีป้ายชี้ทางเข้ากิ่งอำเภอวิภาวดี (ก่อนถึงสี่แยกบ้านควนรา-หนองน้ำจืด) เลี้ยวซ้ายเข้าไปอีกประมาณ 26 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการกิ่งอำเภอวิภาวดี และจากที่ทำการกิ่งอำเภอฯ ไปอีกประมาณ 10 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาสู่ตัวน้ำตก ตรงป้ายชี้ทางเข้าหน่วยรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองยันอีกประมาณ 8 กิโลเมตร

สถานที่น่าสนใจ ในเขตอำเภอไชยา

สวนโมกขพลาราม อยู่บริเวณเขาพุทธทอง แยกจากทางหลวงหมายเลข 41 ก่อนถึงตลาดไชยาเล็กน้อย ตรงหลักกิโลเมตรที่ 71-72 เดิมชื่อวัดธารน้ำไหล มีท่านพุทธทาสภิกขุเป็นผู้ริเริ่มสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2502 เพื่อเป็นสถานที่แสวงหาความสงบและศึกษาธรรม รอบบริเวณร่มรื่น

เหมาะสำหรับเป็นที่ฝึกอบรมจิตใจและศึกษาพุทธศาสนา มีการสอนฝึกสมาธิแก่ชาวต่างประเทศ ทุกวันที่ 1-10 ของทุกเดือน

สวนรุกขชาติเขาพุทธทอง อยู่ริมถนนบริเวณกิโลเมตรที่ 134 ติดกับสวนโมกขพลาราม เป็นสถานที่รวบรวมพันธุ์ไม้ต่างๆ ที่มีค่าไว้มาก

วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร ตั้งอยู่ในเขตตำบลเวียง อำเภอไชยา ห่างจากที่ตั้งอำเภอไชยา 1 กิโลเมตร องค์พระเจดีย์เป็นโบราณสถาน ที่สร้างขึ้นตามแบบลัทธิมหายาน ตั้งแต่ครั้งอาณาจักรศรีวิชัยรุ่งเรือง รอบองค์พระธาตุมีเจดีย์เล็กๆ 4 ทิศ ล้อมรอบด้วยวิหารคด ซึ่งประดิษฐานพระพุทธรูปเก่าแก่ขนาดต่างๆ โดยรอบทั้ง 4 ด้าน พระธาตุไชยานับเป็นปูชนียสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาของจังหวัดสุราษฎร์ธานี

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติไชยา ตั้งอยู่ที่วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร ตำบลเวียง อำเภอไชยา เป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติประเภทประวัติศาสตร์และโบราณคดี อาคารหลังแรกด้านหน้าจัดแสดงประติมากรรมศิลาและสำริดที่ค้นพบในเมืองไชยาเก่า ได้แก่ เทวรูปพระนารายณ์ พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ส่วนอาคารที่สอง เป็นที่จัดแสดงหลักฐานสมัยก่อนประวัติศาสตร์ตั้งแต่สมัยทวารวดี ศรีวิชัย ลพบุรี สุโขทัย อยุธยา นอกจากนี้ยังจัดแสดงงานประณีตศิลป์ต่างๆ อีกมากมาย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติไชยา เปิดบริการตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. ปิดวันจันทร์ วันอังคาร ส่วนค่าบริการเข้าชม ชาวไทย 5 บาท ชาวต่างประเทศ 10 บาท

การเดินทาง จากตัวเมืองสุราษฎร์ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลขที่ 41 ประมาณ 50 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายบริเวณ ก.ม. ที่ 134 จะถึงสวนโมกขพลาราม ส่วนวัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหารตั้งอยู่ห่างจากสวนโมกขพลาราม 3 กิโลเมตร สำหรับรถโดยสารประจำทางที่ผ่านมาแหล่งท่องเที่ยวดังกล่าวได้แก่ รถโดยสารสายสุราษฎร์ธานี-ระนอง และสุราษฎร์ธานี-ชุมพร นอกจากนี้ยังมีรถแท็กซี่บริการในเส้นทางสุราษฎร์ธานี-ไชยา อีกด้วย

หมู่บ้านพุมเรียงและแหลมโพธิ์ อยู่ตำบลพุมเรียง อำเภอไชยา ห่างจากตัวอำเภอประมาณ 7 กิโลเมตร ผ้าไหมพุมเรียงเป็นผ้าไหมยกดิ้นเงิน หรือดิ้นทองสวยงาม เป็นสินค้าพื้นเมืองที่มีชื่อของจังหวัดสุราษฎร์ธานี เลยจากหมู่บ้านไป 2 กม. ตามเส้นทางพุมเรียง-ชายทะเล จะถึงแหลมโพธิ์ชายทะเลที่น่าเที่ยวแห่งหนึ่งของตำบลพุมเรียง

จากตัวเมืองสุราษฎร์ธานีใช้บริการรถโดยสารในเส้นทาง สายสุราษฎร์-ระนอง หรือ สุราษฎร์ธานี-ชุมพร จากตัวเมืองไชยาใช้บริการรถโดยสารประจำทางสายไชยา-พุมเรียง

วัดรัตนาราม หรือวัดแก้ว ตั้งอยู่ที่บ้านวัดแก้ว เลขที่ 124 หมู่ที่ 2 ตำบลเสม็ด มีเนื้อที่ 12 ไร่เศษ เป็นวัดเก่าแก่ ไม่ทราบแน่ชัดว่าสร้างในสมัยใด แต่สันนิษฐานว่าเจดีย์วัดแก้วสร้างร่วมสมัยกับเจดีย์วัดพระบรมธาตุไชยา คือประมาณระหว่างพุทธศตวรรษที่ 14-15 มีโบราณสถานที่สำคัญเรียกว่า เจดีย์วัดแก้ว เป็นโบราณสถานสถาปัตยกรรมศรีวิชัย สร้างราวพุทธศตวรรษที่ 14-15 ลักษณะของเจดีย์เป็นสถาปัตยกรรมแบบก่ออิฐไม่ถือปูน ฐานล่างเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีมุข 4 ด้าน ระหว่างมุขทำเป็นย่อมุมไม้สิบสอง ซุ้มด้านทิศตะวันออก มีทางเดินไปห้องกลางขององค์เจดีย์ ภายในซุ้มมีพระพุทธรูปปางมารวิชัยประดิษฐานอยู่ทุกซุ้ม กองโบราณคดีกรมศิลปากรได้ขุดแต่งบูรณะในปี พ.ศ. 2519-2522

วัดหลง ตั้งอยู่ที่บ้านวัดหลง เป็นวัดเก่าแก่ ไม่ทราบแน่ชัดว่าสร้างในสมัยใด แต่สันนิษฐานว่าเจดีย์ของวัดนี้สร้างร่วมสมัยกับเจดีย์วัดพระบรมธาตุไชยา คือประมาณระหว่างพุทธศตวรรษที่ 14-15 เป็นเจดีย์ที่ทิ้งร้างมานานจนชำรุดเหลือแต่ซากอิฐและฐานราก กองโบราณคดี กรมศิลปากรได้ขุดแต่งบูรณะปฏิสังขรณ์ เมื่อปี พ.ศ. 2524-2527 ทำให้สภาพของรูปทรงเจดีย์ชัดเจนขึ้น

สถานที่น่าสนใจ ในเขตอำเภอคีรีรัฐนิยม

วัดถ้ำสิงขร เป็นวัดที่เก่าแก่ สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา ภายในวัดมีถ้ำขนาดใหญ่ หน้าถ้ำมีเจดีย์สร้างเลียนแบบสมัยศรีวิชัย ประดับด้วยถ้วยชามโบราณ ภายในถ้ำมีพระพุทธรูปนั่งห้อยขาขนาดใหญ่ รูปปูนปั้นเทวดา ยักษ์ สัตว์ในเทพนิยาย ส่วนฝาผนัง เพดานถ้ำประดับด้วยถ้วยชามโบราณลวดลายโบราณ

บ่อน้ำร้อน ก่อนถึงวัดถ้ำสิงขร มีทางแยกซ้ายมือ เป็นทางดินลูกรังประมาณ 1 กม. เป็นที่ตั้งบ่อน้ำร้อนทั้งหมด 8 บ่อ บ่อที่ร้อนที่สุดอุณหภูมิประมาณ 50 องศาเซลเซียส

การเดินทางไปจากตัวเมืองสุราษฎร์ธานี ใช้เส้นทางสายสุราษฎร์ธานี-ตะกั่วป่า ถึง กม. ที่ 34 ทางขวามือ มีป้ายชี้ทางไปวัดถ้ำสิงขร เป็นถนนราดยาง ระยะทาง 3.5 กม.

สถานที่น่าสนใจ ในเขตอำเภอพนม

อุทยานแห่งชาติเขาสก ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2523 มีพื้นที่ 645.52 ตารางกิโลเมตร หรือ 403,450 ไร่ สภาพโดยทั่วไปเป็นภูเขาดิน และภูเขาหินปูนสูงสลับซับซ้อน มีแนวหน้าผาสูงชัน ด้านทิศเหนือเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ เกิดจากการก่อสร้างเขื่อนรัชชประภา มีป่าไม้และสัตว์ป่าอุดมสมบูรณ์ พันธุ์ไม้หายากที่พบในเขตอุทยานฯ ได้แก่ บัวผุด เป็นดอกไม้ขนาดใหญ่ ขึ้นอยู่บนพื้นดิน เส้นผ่าศูนย์กลางดอกประมาณ 10-25 นิ้ว ส่วนสัตว์ที่หายากที่น่าสนใจได้แก่ กบทูด และปลามังกร

สถานที่น่าสนใจในเขตอุทยานฯ

-น้ำตกวิ่งหิน เป็นน้ำตกที่ไหลลงมารวมกับคลองสกที่บริเวณบางหัวแรด อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 2.8 กิโลเมตร รถยนต์สามารถไปถึงได้

-ตั้งน้ำ มีลักษณะเป็นภูเขาที่ถูกน้ำกัดเซาะจนขาดออกจากกัน ทำให้กลายเป็นหน้าผาหันหน้าเข้าหากัน มีลำคลองสกไหลลอดผ่านเบื้องล่าง อยู่ห่างจากที่ทำการฯ ประมาณ 6 กิโลเมตร ห่างจากต้นน้ำวิ่งหินประมาณ 3.2 กิโลเมตร ต้องเดินทางโดยทางเท้า

-น้ำตกโตนกลอย เกิดจากคลองสก ลักษณะน้ำตกเป็นน้ำตกชั้นเดียว มีลานหินสำหรับพักผ่อนบนชั้นน้ำตก อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 9 กิโลเมตร

-น้ำตกโตนไทร เป็นน้ำตกที่ไม่สูงนัก อยู่ในลำคลองสก ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 11 กิโลเมตร ห่างจากน้ำตกโตนกลอย ประมาณ 2 กิโลเมตร

-น้ำตกธารสวรรค์ ไหลลงมาจากหน้าผาชัน พุ่งโค้งแบบรุ้งกินน้ำ ไหลลงสู่คลองสก อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 9 กิโลเมตร ห่างจากตั้งน้ำประมาณ 3 กิโลเมตร

-น้ำตกสิบเอ็ดชั้น เป็นน้ำตกที่ไหลลงมาเป็นชั้นๆ ลดหลั่นกันมาตามร่องหน้าผา เป็นรูปขั้นบันได 11 ขั้น ชั้นล่างสุดของน้ำตกจะมีแอ่งน้ำสำหรับลงเล่นน้ำได้ อยู่ห่างจากที่ทำการฯ ประมาณ 4 กิโลเมตร ต้องเดินทางโดยทางเท้า

-น้ำตกแม่ยาย เป็นน้ำตกที่รถยนต์สามารถไปถึงได้ ตั้งอยู่ริมถนนสายสุราษฎร์ธานี-ตะกั่วป่า ตรง กม. 113 เป็นน้ำตกชั้นเดียวสูงประมาณ 30 เมตร อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 5.5 กิโลเมตร

การเดินทาง

จากตัวเมืองสุราษฎร์ธานีใช้เส้นทางสุราษฎร์ธานี-ตะกั่วป่า (ทางหลวงหมายเลข 401) ถึง กม. ที่ 109 มีแยกขวาไปอีก 1.5 กิโลเมตร ถึงบริเวณที่ทำการ หรือจากสถานีรถไฟ อ.พุนพิน สุราษฎร์ธานี มีรถประจำทางสายพุนพิน-ภูเก็ต ลงรถบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 109 แล้วเดินหรือใช้บริการจักรยานยนต์รับจ้างเข้าสู่ที่ทำการอุทยานฯ

ที่พัก

มีบริการบ้านพักสำหรับนักท่องเที่ยว 6 หลัง รับนักท่องเที่ยวได้ 30-40 คน สำหรับการตั้งเต็นท์ ควรเตรียมอุปกรณ์ในการตั้งเต็นท์ไปด้วย และต้องติดต่อล่วงหน้าผ่านกองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ โทร. 579-7223, 579-5734

นอกจากนี้ในบริเวณเขื่อนรัชชประภา (เขื่อนเชี่ยวหลาน) และอุทยานแห่งชาติเขาสก ยังมีสถานที่พักอีกหลายแห่งสำหรับหมู่คณะ อาทิ

1. แพพักของอุทยานแห่งชาติเขาสก ในเขื่อนรัชชประภา อยู่ห่างจากที่ตั้งเขื่อนราว 15 กิโลเมตร มีทั้งหมด 8 หลัง พักได้หลังละ 10-12 คน มีไฟฟ้า ห้องนอน ห้องน้ำ และบริการอาหาร ติดต่อได้ที่สำนักงานป่าไม้เขตสุราษฎร์ธานี

2. แพพักของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าปากคลองหยี ในเขื่อนรัชชประภา อยู่ใกล้กับท่าขึ้นปลาของเขื่อน มีทั้งหมด 3 หลัง พักได้ประมาณ 30 คน ติดต่อโดยตรงที่แพพัก เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าปากคลองหยี

นอกจากนี้บริเวณใกล้ที่ทำการอุทยานฯ ยังมีที่พักของเอกชนบริการหลายแห่ง บางแห่งมีบ้านบนต้นไม้ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของที่พักบริเวณอุทยานฯ นี้

สถานที่น่าสนใจ ในเขตอำเภอเคียนซา

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหนองทุ่งทอง อยู่ในท้องที่ตำบลเขาตอก อำเภอเคียนซา จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีเนื้อที่ทั้งหมด 18,475 ไร่ หรือประมาณ 29.56 ตารางกิโลเมตร ประกาศเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2528 สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ลุ่มสลับกับหนองน้ำ มีหนองน้ำใหญ่เป็นที่อาศัยของนกและสัตว์น้ำอยู่ถึง 5 แห่ง หนองน้ำที่ใหญ่ที่สุดคือ หนองทุ่งทอง มีเนื้อที่ 2,500 ไร่ สัตว์ที่พบมากในบริเวณเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ได้แก่ ลิง กระจง นาก ไก่ป่า ชะมด พังพอน และนกชนิดต่างๆ กว่า 70 ชนิด ซึ่งอพยพถิ่นอาศัยมาจากเขตหนาว ช่วงที่มีนกมากที่สุด ได้แก่เดือนตุลาคม-มีนาคม

การเดินทาง จากจังหวัดสุราษฎร์ธานี ใช้เส้นทางสุราษฎร์-นาสาร (ทางหลวงหมายเลข 4009) กม. ที่ 18 เลี้ยวขวาผ่านอำเภอบ้านนาเดิม บรรจบกับทางหลวงสายเอเซีย (41) จะเห็นป้ายเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าชี้เข้าทางลูกรังอีก 6 กิโลเมตร

สถานที่น่าสนใจ ในเขตอำเภอเวียงสระ

น้ำตกธารทิพย์ อยู่ห่างจากตัวเมืองสุราษฎร์ธานีประมาณ 81 กิโลเมตร กล่าวคือ จากสุราษฎร์ธานีถึงอำเภอเวียงสระ 62 กิโลเมตร และจากอำเภอเวียงสระสู่ตัวน้ำตกอีก 19 กิโลเมตร น้ำตก 3-5-7 อยู่ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็น ซึ่งยังคงเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์เหมาะสำหรับการพักผ่อน

การเดินทาง จากตัวเมืองสุราษฎร์ธานี ใช้บริการรถโดยสารประจำทางสายสุราษฎร์ธานี-กระบี่ ลงที่ตลาดบ้านส้อง จากตลาดบ้านส้องโดยสารรถจักรยานยนต์รับจ้างไปน้ำตกอีก 15 กิโลเมตร

สถานที่น่าสนใจ ในเขตอำเภอบ้านนาสาร

อุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็น มีเนื้อที่ 265,625 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติปากคลองน้ำเฒ่า ในบริเวณอำเภอบ้านนาสาร และอำเภอเวียงสระ ในอดีตบริเวณเขาช่องช้างเคยเป็นฐานที่มั่นของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ปัจจุบันมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายแห่ง อาทิ น้ำตกตาดฟ้า น้ำตกเหมืองทวด และค่ายของพรรคคอมมิวนิสต์

การเดินทาง

1. เส้นทางสู่น้ำตกตาดฟ้า ตามทางหลวงจังหวัดหมายเลข 4009 สายอำเภอบ้านนาสาร-สุราษฎร์ธานี ห่างจากตัวเมืองประมาณ 33 กิโลเมตร จะมีทางแยกเลี้ยวเข้าถนน ร.พ.ช. เข้าสู่น้ำตกประมาณ 13 กิโลเมตร

2. เส้นทางสู่น้ำตกเหมืองทวด มีเส้นทางจากอำเภอบ้านนาสาร 2 เส้นทางคือ เริ่มจากอำเภอบ้านนาสารไปตามทางหลวงแผ่นดินสายนาสาร-บ้านส้อง ประมาณ 12 กิโลเมตร แล้วแยกไปตามถนนบ้านช่องช้าง-เหมืองทวด ประมาณ 8 กิโลเมตร ซึ่งเส้นทางทั้งสองสายราดยางโดยตลอด ท่านที่มีความประสงค์จะเดินทางไปท่องเที่ยวพักแรมในเขตอุทยานแห่งชาติ ต้องเตรียมอุปกรณ์การพักแรมไปเอง รายละเอียดติดต่อสอบถามได้ที่งานบริการบ้านพักฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่ กองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ โทร. 579-7223, 579-5734

สถานที่น่าสนใจ ในเขตอำเภอเกาะพะงัน

เกาะพะงัน อยู่ห่างจากเกาะสมุยไปทางทิศเหนือ ประมาณ 20 กิโลเมตร และอยู่ห่างตัวจังหวัดประมาณ 100 กิโลเมตร เกาะพะงันมีเนื้อที่ประมาณ 170 ตารางกิโลเมตร

ลักษณะภูมิประเทศของเกาะพะงันมีภูเขาอยู่ตรงกลางเกาะ ทอดตัวจากทิศเหนือจดทิศใต้ มีที่ราบบริเวณทางทิศตะวันตกของเกาะ ส่วนทางทิศตะวันออกเป็นเทือกเขาจดทะเล บางแห่งก็มีอ่าวเล็กอ่าวน้อยเรือเข้าจอดได้เป็นบางฤดู

ช่วงมรสุมตั้งแต่เดือนตุลาคม ถึงเดือนมกราคม จะมีลมตะวันออกพัดผ่านซึ่งไม่เหมาะแก่การเดินทางท่องเที่ยวในช่วงดังกล่าว

สถานที่ท่องเที่ยวบนเกาะพะงัน

-ท้องศาลา เป็นชุมชนที่ใหญ่ที่สุดของอำเภอเกาะพะงัน เป็นศูนย์กลางของการติดต่อค้าขายของธุรกิจต่างๆ มีอ่าวจอดเรือที่สวยงาม สถานที่แห่งนี้เป็นตัวอำเภอ แต่ที่ว่าการอำเภอและสถานีตำรวจอยู่ห่างจากตลาดประมาณ 1 กิโลเมตรเศษ ในตลาดมีห้องแถวเรียงรายอยู่ทั้งสองข้างถนน มีธนาคาร บริษัทนำเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร และเป็นจุดเริ่มต้นในการไปเที่ยวยังที่ต่างๆ ของอำเภอ

-พระพุทธบาทจำลอง พระพุทธบาทบนภูเขาถ้ำซึ่งชาวบ้านเรียกว่า วัดเขาถ้ำ อันเป็นสำนักสงฆ์แห่งหนึ่ง ตั้งอยู่บนยอดเขาข้าวแห้ง อยู่ที่หมู่ที่ 1 ตำบลบ้านใต้ สำนักสงฆ์แห่งนี้เรียกเป็นทางการว่า “สวนสุวรรณโชติการาม” เป็นสถานที่ร่มรื่นสวยงามมาก อากาศเย็นสบาย มีกุฏิพระ ศาลา มีมณฑป พระพุทธบาทจำลองรูปปั้นแม่พระธรณีกำลังหลั่งน้ำอุทกธาร และพระปางป่าเลย์ไลยก์ เมื่อขึ้นไปเที่ยว ณ สำนักสงฆ์แห่งนิ และขึ้นไปบนเนินหินสูงที่สร้างมณฑป จะสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเกาะได้ ทางไหล่เขาด้านหลังมีคูหา หรือถ้ำซึ่งเป็นเพิงหินเนื่องจากมีหินก้อนใหญ่ตั้งอยู่บนหินสองด้าน ทำให้ตรงกลางได้ก้อนหินใหญ่เป็นคูหา ปัจจุบันได้มีการสร้างเพิ่มเติมสำหรับวิปัสสนากรรมฐาน เนื่องจากมีเพิงหิน หรือถ้ำ เหตุนี้เองจึงได้ชื่อว่า “วัดเขาถ้ำ” นับว่าเป็นสถานที่ที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่รักความสงบ

การเดินทางไปยังวัดเขาถ้ำ สามารถเดินทางไปโดยการเช่าเหมารถยนต์และรถจักรยานยนต์จากท้องศาลา ซึ่งมีระยะทางจากท้องศาลาไปถึงปากทางขึ้นวัดเขาถ้ำ ระยะทาง 3 กม. และจากปากทางขึ้นไปบนวัดเขาถ้ำอีก 1 กม.

-พระเจดีย์ภูเขาน้อย ตั้งอยู่บนยอดเขาเช่นกัน นับว่าเป็นปูชนียสถานแห่งหนึ่งของเกาะพะงัน ซึ่งประดิษฐานหลวงพ่อเพชร มีพระเก่าและเจดีย์เก่าๆ อยู่เป็นจำนวนมาก เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่งของเกาะพะงัน ซึ่งเดือน 9 ของทุกปี ชาวเกาะพะงันจะไปทำบุญที่วัด

การเดินทาง พระเจดีย์ภูเขาน้อยอยู่ห่างจากตัวอำเภอเกาะพะงัน 2 กม. ซึ่งสามารถเดินทางโดยรถสองแถวและมอเตอร์ไซด์รับจ้างจากท้องศาลา

-พระพุทธบาทจำลองบนภูเขาวัดมธุรวราราม (วัดมะเดื่อหวาน) อยู่ที่หมู่ที่ 3 ตำบลเกาะพะงัน บนยอดเขานี้มีมณฑปพระพุทธบาทจำลอง จากเชิงเขาจะมีบันไดขึ้นไปนมัสการพระพุทธบาทนับว่าสะดวกสบายมาก สำหรับพระพุทธบาทแห่งนี้ จะมีงานประเพณีนมัสการเป็นประจำทุกปี

การเดินทาง สามารถเดินทางโดยรถสองแถว และมอเตอร์ไซด์รับจ้างจากท้องศาลา ซึ่งมีระยะทางจากท้องศาลาไปพระพุทธบาทจำลอง ระยะทาง 3 กม. ราคาประมาณ 10-15 บาท

เกาะแตใน เป็นเกาะเล็กๆ ตั้งอยู่หน้าอ่าวท้องศาลา ห่างจากฝั่งท้องศาลาประมาณ 400 เมตร สามารถพายเรือเล็กไปเที่ยวได้ตลอดเวลา บนเกาะจะมีแหลมทรายขาวสะอาดยื่นออกมา กลางทะเล นอกจากนี้ ยังสามารถพายเรือเที่ยวรอบๆ เกาะได้ หากมองลงไปในน้ำจะเห็นความสวยงามใต้ท้องทะเล ซึ่งเต็มไปด้วยฝูงปลาน้อยใหญ่ โขดหินที่ตั้งระเกะระกะ ปะการัง และอื่นๆ มีสีสันแปลกๆ สวยงามมาก ประกอบกับบริเวณรอบเกาะมีถ้ำสวยงามหลายแห่ง ปากถ้ำบางแห่งเป็นที่เหมาะสำหรับนั่งพักผ่อน นับว่าที่แห่งนี้เป็นที่น่าเที่ยวแห่งหนึ่งของเกาะพะงัน

การเดินทาง สามารถนั่งเรือจากท้องศาลาประมาณ 10 นาที ก็ถึงเกาะแตใน ค่าเรือประมาณ 10-15 บาท ระยะทางจากท้องศาลาถึงเกาะแตใน 1 กม. เท่านั้น

-วนอุทยานน้ำตกแพง ที่แห่งนี้ได้ประกาศเป็นวนอุทยาน เมื่อปี พ.ศ. 2520 มีสิ่งสำคัญเช่น น้ำตกแพง เป็นน้ำตกที่สวยงามแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่หมู่ที่ 3 ตำบลเกาะพะงัน สถานที่ร่มรื่นด้วยเงาไม้น้อยใหญ่ที่มีอยู่สองฟากลำธาร เมื่อเดินเลาะไปตามลำธารขึ้นไปเหนือน้ำ ก็จะพบผาน้ำตกที่สูง 2-3 แห่ง มีน้ำตกไหลลงมากระทบโขดหินเบื้องล่างน้ำตกแตกกระจายเป็นฝอยสีขาวคล้ายสำลี เป็นภาพที่มองดูสวยงามยิ่งนัก เมื่อก่อนนี้ในฤดูฝนน้ำตกแห่งนี้จะมีเสียงดังไปเกือบทั่วเกาะเลยทีเดียว

การเดินทาง สามารถเดินทางไปได้ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ระยะทางจากท้องศาลาไปประมาณ 5 กม. โดยการเช่าเหมารถ

-ต้นยางใหญ่ เป็นต้นไม้ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศ เส้นรอบวงประมาณ 14 เมตร ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านใต้ อำเภอเกาะพะงัน ห่างจากที่ว่าการอำเภอ 5 กิโลเมตร

การเดินทาง สามารถติดต่อรถได้ที่ท้องศาลา ซึ่งจะมีรถสองแถววิ่งอยู่ระหว่างท้องศาลา-บ้านค่าย ค่าโดยสารประมาณคนละ 20-30 บาท

-หาดริ้น ตั้งอยู่หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านใต้ อำเภอเกาะพะงัน ระยะทางห่างจากที่ว่าการอำเภอประมาณ 12 กิโลเมตร เป็นชายหาดที่สวยที่สุดและมีชื่อเสียงของเกาะพะงัน ความยาวของหาดยาวประมาณ 2 กิโลเมตร สามารถเดินทางไปหาดริ้นโดยเรือหางยาว จากท้องศาลาและจากบ้านค่าย ค่าเรือประมาณคนละ 30 บาท และ 20 บาทตามลำดับ ส่วนทางรถยนต์จากท้องศาลาค่าโดยสารประมาณ 50 บาท

-น้ำตกธารเสด็จ น้ำตกแห่งนี้เป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียง และเป็นที่รู้จักแพร่หลายในหมู่นักท่องเที่ยวมาช้านานแล้ว อยู่ที่ตำบลบ้านใต้ สามารถไปได้ทั้งทางเรือและทางรถ แต่ถ้าไปทางเรือเมื่อเริ่มเข้าอ่าวธารเสด็จจะพบความงามของภูเขาโขดหินที่มีรูปร่างแปลกๆ และหาดทรายสีขาวดุจสีเงินยวง เมื่อขึ้นจากเรือแล้วเดินขึ้นไปไม่ไกลนักก็จะพบกับลำธารมีกระแสน้ำไหลผ่านปะทะแก่งหินที่มีอยู่มากมาย ทำให้เกิดเสียงดังตามความเร็วของกระแสน้ำ เมื่อเดินขึ้นไปตามต้นน้ำจะพบหินก้อนหนึ่งใต้ต้นไม้ ที่หินก้อนนี้มีจารึกพระปรมาภิไธยย่อ จปร. ปปร. ภปร. ซึ่งได้จารึกเอาไว้เมื่อครั้งพระองค์ได้เสด็จมาที่นี่ น้ำตกธารเสด็จไม่เหมือนน้ำตกแห่งอื่นๆ ด้วยเหตุว่าน้ำตกนี้เป็นธารน้ำไหลจากภูเขาแล้วตกมาเป็นช่วงๆ ตามสภาพของแก่งหินแต่ละตอนจึงเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะไปพักผ่อนหย่อนใจยามว่างได้เป็นอย่างดี

การเดินทาง สามารถเดินทางไปได้ทั้งทางเรือและทางรถ ในช่วงเดือนตุลาคม-มกราคม ไม่สามารถนั่งเรือไปน้ำตกได้ และถ้าเป็นทางรถจะต้องเป็นรถขนาดใหญ่จึงจะสามารถเดินทางไปได้ แต่ถ้าเป็นหน้าฝนการเดินทางจะลำบากมาก เพราะทางที่ผ่านจะเป็นทางลาดชันตลอดและเป็นภูเขาสูง การเดินทางจึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

-อ่าวท้องนายปาน ตั้งอยู่หมู่ที่ 5 ตำบลบ้านใต้ อำเภอเกาะพะงัน ระยะทางห่างจากตัวอำเภอประมาณ 23 กิโลเมตร เป็นชายหาดที่สวยอันดับสองรองจากหาดริ้น สามารถเดินทางไปอ่าวท้องนายปานได้ทั้งทางเรือและทางรถยนต์ แต่ถ้าเป็นฤดูฝนจะเดินทางได้เฉพาะทางเรือเท่านั้น ค่าเช่ารถและเรือจะต้องติดต่อและตกลงราคากันเองที่ท้องศาลา

-บ้านโฉลกหลำ เป็นอ่าวอยู่ทางทิศเหนือของเกาะพะงัน เป็นอ่าวลึกกำบังคลื่นลมในบางฤดูได้เป็นอย่างดี แต่บางฤดูคลื่นลมจัดมากเรือเข้าจอดเทียบท่าไม่ได้ นับได้ว่าบ้านโฉลกหลำเป็นที่เจริญแห่งหนึ่งของเกาะพะงัน เวลาคลื่นลมสงบจะมีเรือประมงเข้ามาจอดเป็นจำนวนมาก ประมาณ 80-100 ลำ ระยะนี้หมู่บ้านแห่งนี้จะมีความคึกคัก มีประชาชนหนาแน่นทั้งกลางวันและกลางคืน บรรดาพ่อค้าแม่ค้าก็จะตั้งร้านจำหน่ายสินค้าต่างๆ เช่นเดียวกับในตลาดใหญ่ สินค้าที่มีชื่อที่นักท่องเที่ยวสามารถซื้อกลับไปฝากคนที่อยู่ทางบ้านได้ก็คือปลาหมึกตากแห้ง

การเดินทาง จากท้องศาลา จะมีรถสองแถวไว้บริการ ค่าโดยสารประมาณคนละ 20 บาท มีรถบริการตลอดทั้งวัน ระยะทางประมาณ 15 กม.

-ศาลเจ้าแม่กวนอิม ตั้งอยู่หมู่ที่ 7 บ้านโฉลกหลำ ระยะทางจากท้องศาลาประมาณ 9 กม. สร้างเสร็จเมื่อเดือนมีนาคม 2536 เป็นที่สักการะของคนที่เดินทางผ่านไปผ่านมา เมื่อขึ้นไปถึงหน้าศาลจะสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเกาะพะงัน ซึ่งเป็นทิวทัศน์ที่สวยงามมากจุดหนึ่ง

การเดินทาง สามารถติดต่อรถสองแถวสายท้องศาลา-บ้านโฉลกหลำ ซึ่งเป็นรถประจำทาง ราคาค่าโดยสาร คนละประมาณ 30 บาท

-หาดแม่หาด ตั้งอยู่หมู่ที่ 7 บ้านโฉลกหลำ อำเภอเกาะพะงัน ห่างจากที่ว่าการอำเภอ 15 กิโลเมตร เป็นชายหาดที่สวยงามอีกหาดหนึ่งของเกาะพะงัน นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปยังชายหาดดังกล่าว สามารถติดต่อเช่าเรือได้ที่ท้องศาลา ราคาประมาณ 50-100 บาท

-อ่าวศรีธนู ตั้งอยู่หมู่ที่ 8 ตำบลเกาะพะงัน ห่างจากที่ว่าการอำเภอประมาณ 10 กิโลเมตร เป็นชายหาดที่สวยเป็นอันดับสามของเกาะพะงัน แต่ถ้าเป็นหน้ามรสุมคลื่นลมจะแรงมาก และไม่สามารถลงเล่นน้ำได้ การเดินทางสามารถติดต่อเช่ารถได้ที่ท้องศาลา ราคาเช่าเหมาประมาณ 200-300 บาท

การเดินทางไปเกาะพะงัน

- สุราษฎร์ธานี-เกาะพะงัน

1. เรือเฟอร์รี่ ของบริษัท เฟอร์รี่ไลน์และส่งเสริม ทราเวลเซ็นเตอร์ ออกจากท่าเรือท่าทอง ถ.ปากน้ำตาปี (ห่างจากตัวเมืองสุราษฎร์ธานีประมาณ 5 กิโลเมตร) เวลา 08.30 น. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมงครึ่ง อัตราค่าโดยสาร 105 บาท

2. เรือด่วน ของบริษัท เฟอร์รี่ไลน์และส่งเสริมทราเวลเซ็นเตอร์ ออกจากท่าเรือท่าทอง วันละ 2 เที่ยว เวลา 08.00 น. และ 14.30 น. ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง อัตราค่าโดยสาร 145 บาท

3. เรือนอน ติดต่อได้ที่ท่าเทียบเรือบ้านดอน เรือออกเวลา 23.00 น. ใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง อัตราค่าโดยสาร 60 และ 90 บาท

- เกาะสมุย-เกาะพะงัน

เรือด่วนของบริษัทเฟอร์รี่ไลน์และส่งเสริมทราเวลเซ็นเตอร์ ออกจากท่าเรือหน้าทอน วันละ 2 เที่ยว เวลา 10.30 น. และ 17.00 น. ใช้เวลาประมาณ 45 นาที อัตราค่าโดยสาร 65 บาท

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อบริษัทเฟอร์รี่ไลน์และส่งเสริมทราเวิลเซ็นเตอร์ โทร. (077) 285124-6 สำนักงานเกาะสมุย โทร. (077) 421228, 421316-9 และสำนักงานเกาะพะงัน โทร. (077) 377046




แผนที่ท่องเที่ยว
แผนที่สุราษฎร์ธานี