แผนที่ชลบุรี

จุดเริ่มต้น A : ปลายทาง B : ระยะทาง :


"ทะเลงาม ข้าวหลามอร่อย อ้อยหวาน จักสานดี ประเพณีวิ่งควาย" หลายคนคงจะคุ้น ๆ ว่านี่เป็นคำขวัญประจำจังหวัดชลบุรี หรือเรียกกันสั้น ๆ ว่า "เมืองชล"

ชลบุรี อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ตามเส้นทางสายบางนา-ตราด เป็นระยะทางประมาณ 81 กิโลเมตร นอกจากเป็นแหล่งท่องเที่ยวชายทะเลที่มีชื่อเสียงมาช้านาน ยังเป็นแหล่งเกษตรกรรม อุตสาหกรรมที่สำคัญแห่งหนึ่งของไทย มีการทำนา ทำไร่อ้อย ไร่มันสำปะหลัง ทำสวนมะพร้าว ทำการประมงน้ำลึกและตื้น และอุตสาหกรรมโรงงาน

ชลบุรีแบ่งการปกครองออกเป็น 11 อำเภอ คือ

อำเภอเมือง อำเภอหนองใหญ่ อำเภอพนัสนิคม อำเภอบ้านบึง อำเภอพานทอง อำเภอบ่อทอง อำเภอศรีราชา อำเภอบางละมุง อำเภอสัตหีบ อำเภอเกาะจันทร์ อำเภอเกาะสีชัง

ทิศเหนือ จดจังหวัดฉะเชิงเทรา และสมุทรปราการ
ทิศใต้ จดจังหวัดระยอง
ทิศตะวันออก จดจังหวัดจันทบุรี
ทิศตะวันตก จดอ่าวไทย

ระยะทางจากอำเภอเมืองไปยังอำเภอต่างๆ
อำเภอบ้านบึง 14 กิโลเมตร
อำเภอพานทอง 20 กิโลเมตร
อำเภอพนัสนิคม 22 กิโลเมตร
อำเภอศรีราชา 24 กิโลเมตร
อำเภอเกาะศรีชัง 39 กิโลเมตร
อำเภอบางละมุง 48 กิโลเมตร
อำเภอหนองใหญ่ 51 กิโลเมตร
อำเภอบ่อทอง 56 กิโลเมตร
อำเภอสัตหีบ 84 กิโลเมตร

ประวัติศาสตร์

จังหวัดชลบุรีเคยเป็นชุมชนโบราณที่เคยมีมนุษย์ยุคหินใหม่อาศัยอยู่มาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ เพราะว่าเคยมีการขุดค้นด้านโบราณคดีแล้ว พบร่องรอย ของชุมชนโบราณก่อนประวัติศาสตร์บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำพานทองซึ่งอยู่ในบริเวณวัดโคกพนมดี ตำบลท่าข้าม อำเภอพนัสนิคม พบร่องรอยของชุมชน โบราณก่อนประวัติศาสตร์โคกพนมดี ทำให้สันนิษฐานได้ว่าในอดีตพื้นที่บริเวณจังหวัดชลบุรีเคยเป็นที่ตั้งเมืองโบราณที่มีความรุ่งเรืองถึง 3 เมือง ได้แก่ เมืองพระรถ เมืองศรีพโล และ เมืองพญาแร่ โดยอาณาเขตของ 3 เมืองนี้รวมกันเป็นจังหวัดชลบุรีในปัจจุบัน

ซึ่งแหล่งโบราณคดีที่ค้นพบในครั้งนั้นได้พบสิ่งมีคุณค่าทางโบราณคดีหลายอย่าง เช่น ขวานหินขัด เครื่องประดับจำพวกกำไล ลูกปัด เครื่องปั้นดินเผา แบบใช้เชือกทาบ และได้พบซากของอาหารทะเลอีกด้วย จึงทำให้ทราบว่าบริเวณนี้อยู่ใกล้ชายฝั่งทะเลมากกว่าปัจจุบันนี้มาก แหล่งโบราณคดีที่กล่าว อ้างทั้งหมดข้างต้นนั้นจึงเป็นหลักฐานยืนยันส่วนหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นมาอันแสนยาวนานของจังหวัดชลบุรี

ในสมัยกรุงศรีอยุธยาเมืองชลบุรีปรากฏเป็นหลักฐานในทำเนียบศักดินาหัวเมือง ตราเมื่อ พ.ศ. 1919 มีฐานะเป็นเมืองจัตวา ผู้รักษาเมืองคือ “ออกเมืองชลบุรีศรีมหาสมุทร” ศักดินา 2,400 ไร่ ส่งส่วยไม้แดง จนกระทั่งกรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่าเมื่อ พ.ศ. 2310 สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ได้เสด็จยกทัพผ่านมาทางบริเวณจังหวัดชลบุรีในปัจจุบัน ก่อนที่จะเข้าตีเมืองจันทบุรี และยกทัพกลับไปกู้กรุงศรีอยุธยาได้สำเร็จ

ต่อมาในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ยังไม่มีการจัดตั้งจังหวัดชลบุรีขึ้นเป็นทางการ บริเวณจังหวัดชลบุรี ประกอบไปด้วยเมืองใหญ่ 3 เมือง คือ เมืองบางปลาสร้อย เมืองพนัสนิคม และเมืองบางละมุง

ในสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงเปลี่ยนแปลงระบบการปกครองราชอาณาจักร โดยการจัดตั้งมณฑลเทศาภิบาล ให้อยู่ภายใต้บังคับบัญชาของกระทรวงมหาดไทยหน่วยงานเดียว เมืองในจังหวัดชลบุรีจึงเข้าอยู่ในมณฑลปราจีนบุรี ดังมีบันทึกว่า

“รวมหัวเมืองทางลำน้ำบางปะกง คือ เมืองปราจีนบุรี 1 เมืองนครนายก 1 เมืองพนมสารคาม 1 เมืองฉะเชิงเทรา 1 รวม 4 หัวเมือง เป็นเมืองมณฑล 1 เรียกว่า มณฑลปราจีน ตั้งที่ว่าการมณฑล ณ เมืองปราจีน ต่อเมื่อโอนหัวเมืองในกรมท่ามาขึ้นกระทรวงมหาดไทย จึงย้ายที่ทำการมณฑลลงมาตั้งที่เมืองฉะเชิงเทรา เพราะขยายอาณาเขตมณฑลต่อลงไปทางชายทะเล รวมเมืองพนัสนิคม เมืองชลบุรี และเมืองบางละมุง เพิ่มให้อีก 3 รวมเป็น 7 เมืองด้วยกัน แต่คงเรียกชื่อว่ามณฑลปราจีนอยู่ตามเดิม ”

ต่อมาในสมัยหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองปี พ.ศ. 2475 มีการเปลี่ยนแปลงรูปการปกครองประเทศครั้งใหญ่ จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชเป็น ระบอบประชาธิปไตย โดยพระราชบัญญัติระเบียบราชการบริหารแห่งราชอาณาจักรสยาม พ.ศ. 2476 ได้ยกเลิกเขตการปกครองแบบ “เมือง” ทั่วราชอาณาจักร แล้วตั้งขึ้นเป็น “จังหวัด” แทน เมืองบางปลาสร้อย เมืองพนัสนิคม และเมืองบางละมุง จึงรวมกันกลายเป็นจังหวัดชลบุรี โดยใช้บริเวณเมืองบางปลาสร้อยเดิมจัดตั้งเป็นอำเภอบางปลาสร้อย ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นอำเภอเมืองชลบุรี ในปี พ.ศ. 2481

เมืองพนัสนิคมยุบเป็นอำเภอพนัสนิคมก่อนที่จะแยกออกเป็นอำเภอบ้านบึง อำเภอหนองใหญ่ อำเภอพานทอง อำเภอบ่อทอง และอำเภอเกาะจันทร์ เมืองบางละมุง ยุบเป็นอำเภอบางละมุง ก่อนที่จะแยกออกเป็นอำเภอศรีราชา และอำเภอสัตหีบ และเปลี่ยนข้าหลวงประจำจังหวัดเป็น ผู้ว่าราชการ จังหวัดอย่างในปัจจุบัน

การเดินทาง

ชลบุรีเป็นจังหวัดที่มีเส้นทางคมนาคมดีที่สุดจังหวัดหนึ่งของประเทศ โดยมีระบบการคมนาคมขนส่งทั่วถึงและสะดวกในทุกด้าน ทั้งการขนส่งทางบก ทางเรือ และทางอากาศ รวมทั้งมีการขนส่งทางท่อสำหรับสินค้าเหลว ได้แก่ น้ำมันและสารเคมี การคมนาคมและขนส่งของจังหวัดชลบุรีในปัจจุบัน อาศัยทางบกเป็นหลัก นอกจากนั้นยังมีการขนส่งทางเรือและทางอากาศ ซึ่งสามารถพัฒนาศักยภาพให้เพิ่มขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง

ทางรถยนต์

แผนที่เส้นทางกรุงเทพ-ชลบุรี

การขนส่งทางรถยนต์เป็นระบบการคมนาคมสำคัญที่สุดของจังหวัดชลบุรี และมีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆในปัจจุบัน โครงข่ายนี้อยู่ในความรับผิดชอบของ กรมทางหลวง โดยจังหวัดชลบุรีมีถนนที่สร้างเสร็จแล้วเป็นระยะทาง 745.497 กิโลเมตร เป็นทางหลวงแผ่นดินรวมระยะทาง 745.497 กิโลเมตร และระยะทางต่อ 2 ช่องจราจรคิดเป็นระยะทาง 1,191.408 กิโลเมตร

ทางรถยนต์ จากกรุงเทพฯ สามารถเดินทางไปจังหวัดชลบุรีได้ 3 เส้นทาง คือ

1. ใช้เส้นทางสายบางนา-ตราด (ทางหลวงหมายเลข 34) เข้าสู่จังหวัดชลบุรี
2. ใช้เส้นทางกรุงเทพฯ-มีนบุรี (ทางหลวงหมายเลข 304) ผ่านจังหวัดฉะเชิงเทรา- บางปะกง เข้าสู่จังหวัดชลบุรี
3. ใช้เส้นทางสายเก่าถนนสุขุมวิท (ทางหลวงหมายเลข 3 ) ผ่านจังหวัดสมุทรปราการ ไปจังหวัดชลบุรี
4. ใช้เส้นทางหลวงพิเศษ (Motor Way) สายกรุงเทพฯ – ชลบุรี - พัทยา โทรศัพท์ 1193, 0-3839-2001

ทางรถประจำทาง

ทางรถโดยสารประจำทาง

-รถโดยสารธรรมดา ออกจากสถานีขนส่งเอกมัย โดยเที่ยวแรกออกเวลา 04.00 น. และทุกๆ 30 นาที เที่ยวสุดท้ายออกเวลา 20.00 น. รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อสอบถามได้ที่ โทร. 0-2391–2504

-รถโดยสารปรับอากาศ ออกจากสถานีเอกมัย เที่ยวแรกออกเวลา 05.50 น. และทุกๆ 30 นาที จนถึงเที่ยวสุดท้ายเวลา 21.00 น. รายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0-2391–2504 สำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปเที่ยวชายหาดบางแสนโดยรถโดยสารนั้นสามารถไปได้ทั้งรถธรรมดา และรถปรับอากาศ สำหรับรถธรรมดาจะลงรถที่ปากทางเข้าชายหาดบางแสนหรือจะลงรถที่ตลาดหนองมนก็ได้ จากนั้นสามารถต่อรถสองแถวเข้าชายหาดอีกคนละ 3 บาท รถปรับอากาศติดต่อได้ที่ บริษัทศรีราชาทัวร์ ที่ขนส่งเอกมัย โดยจะมีรถออกเที่ยวแรก เวลา 05.30 น. และทุกๆ 30 นาที จนถึงเที่ยวสุดท้ายเวลา 21.00 น. รายละเอียดติดต่อ โทร. 0-2391-5188 (ศรีราชาทัวร์มีรถรับ-ส่ง ระหว่างตลาดหนองมน-บางแสน-หนองมน ฟรีโดยไม่ต้องเสียค่าโดยสารเพิ่มเติม)

ทางรถไฟ

ทางรถไฟ จากสถานีรถไฟหัวลำโพง มีบริการรถไฟไปจังหวัดชลบุรีทุกวัน วันละ 1 เที่ยว รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อสอบถามได้ที่ โทร. 1690, 0-2223-4334, 0-2220-4444

ทางอากาศ

จังหวัดชลบุรีมีท่าอากาศยาน 2 แห่งคือ ท่าอากาศยานบางพระตั้งอยู่ในอำเภอศรีราชา เป็นสนามฝึกซ้อมสำหรับเครื่องบินลำเล็ก จึงไม่ได้เปิดให้บริการขนส่งทางอากาศเพื่อการพาณิชย์ทั่วไป และ ท่าอากาศยานอู่ตะเภา เป็นท่าอากาศยานเชิงพาณิชย์ของจังหวัดชลบุรี

  งานประจำจังหวัดชลบุรี เป็นงานประจำปีที่ชาวจังหวัดชลบุรีได้ร่วมกันจัดติดต่อ กันมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2475 กิจกรรมของงานได้รวมงาน นมัสการพระพุทธสิหิงค์ งานสงกรานต์ และงานกาชาด ไว้ด้วยกัน โดยถือเอาประมาณกลางเดือนเมษายนของทุกปีเป็น วันจัด งานกิจกรรม ของงานประกอบไปด้วย ขบวนแห่พระพุทธสิหิงค์ พิธีรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ การละเล่นพื้นบ้าน การแสดงโขนของกรมศิลปากร และการแสดงทางวัฒนธรรม นิทรรศการและการออกร้าน ทั้งนี้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการส่งเสริมและรักษาไว้ซึ่ง ขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น ตลอดจนปลูกฝังคุณค่าด้านศิลปวัฒนธรรมไว้สืบไป
งานเทศกาลวันไหล พอถึงเดือนเมษายน อากาศในเมืองไทยก็ยิ่งร้อนขึ้น แต่คนโบราณนั้นเข้าใจคิดประเพณีสงกรานต์ไว้คลายร้อน และถือเป็นวันปีใหม่ของไทย ประเพณีสงกรานต์ในภาคกลางมักจะเล่นกันระหว่างวันที่ 13-14-15 ของเดือนเมษายน ส่วนในภาคตะวันออกนั้นจะแตกต่างจากที่อื่นคือ จะเริ่มเล่นสาดน้ำกันประมาณวันที่ 16 หรือ 17-18-19 เมษายน โดยเรียกกันว่า "วันไหล" สำหรับเมืองพัทยา ได้กำหนดจัดงานวันไหลในวันที่ 19 เมษายน ของทุกปี โดยมีกิจกรรมต่างๆ เช่น พิธีรดน้ำดำหัว ขบวนแห่วันไหล การสาดน้ำกันอย่างสนุกสนาน ของประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย ชาวต่างประเทศ เป็นต้น
งานเทศกาลพัทยา จัดขึ้นประมาณกลางเดือนเมษายนของทุกปี เพื่อเป็นการส่งเสริม การท่องเที่ยว และเผยแพร่ชื่อเสียงของเมืองพัทยา มีการจัดขบวนแห่ที่ประดับด้วยดอกไม้ที่สวยงาม การประกวดนางงามพัทยา การแข่งขันกีฬาพื้นบ้านไทย แข่งขันกีฬาทางน้ำ การประกวด ก่อปราสาททราย การจุดพลุและดอกไม้ไฟที่ริมทะเล การแสดงศิลปวัฒนธรรม นิทรรศการ และการจำหน่ายสินค้าที่ระลึก 
งานประเพณีกองข้าว อำเภอศรีราชา เป็นประเพณีอันเก่าแก่ของชาวเมืองชลบุรี ปัจจุบันมีที่อำเภอศรีราชาที่ยังคงรักษาประเพณีนี้อยู่ โดยจัดให้มีขึ้นเป็นประจำทุกวันที่ 19-21 เดือนเมษายน ของทุกปี สถานที่จัดอยู่บริเวณหน้าสำนักงานเทศบาลตำบลศรีราชา และที่บริเวณเกาะลอยศรีราชา กิจกรรมของงานจะประกอบไปด้วยการจัดขบวนแห่ที่นำ โดยกลุ่มผู้เฒ่าผู้แก่และหน่วยงานต่างๆ ที่แต่งกายด้วยชุดไทยประจำบ้านเข้าร่วมขบวน พิธีบวงสรวงและเซ่นสังเวยผี การสาธิตประเพณีกองข้าว การละเล่นพื้นบ้าน การสาธิตและจำหน่ายขนมพื้นบ้าน อาหารพื้นเมือง เป็นต้น
งานประเพณีก่อพระทรายวันไหล บางแสน เป็นงานประเพณีที่ชาวตำบลแสนสุขได้ถือ ปฏิบัติมาตั้งแต่สมัยโบราณ เดิมเรียกว่า งานทำบุญวันไหล คือ การที่ประชุมในหมู่บ้านต่างๆ ได้มาทำบุญร่วมกันเนื่องในเทศกาลวันสงกรานต์หรือวันปีใหม่ของไทย โดยการนิมนต์พระทุกวัด ที่อยู่ในเขตตำบลแสนสุขมาประกอบพิธีสงฆ์ มีการทำบุญ ตักบาตร สรงน้ำ หลังจากนั้น ก็เป็นกิจกรรมก่อพระเจดีย์ทราย เล่นสาดน้ำ การละเล่นและกีฬาพื้นบ้าน เป็นต้น
งานบุญกลางบ้านและเครื่องจักสานพนัสนิคม เป็นงานประเพณีที่สืบทอดกันมาช้านาน ของชาวอำเภอพนัสนิคม ซึ่งจะจัดขึ้นในราวเดือน 3-6 (ไทย) โดยผู้เฒ่าหรือชาวบ้านที่เป็น ที่นับถือจะเป็นผู้กำหนดวันทำบุญและทำพิธีสะเดาะเคราะห์ เพื่อความร่มเย็นเป็นสุขของชาวบ้าน หลังพิธีสงฆ์จะมีการรับประทานอาหารร่วมกันและมีการละเล่นพื้นบ้าน
งานประเพณีวิ่งควาย เป็นประเพณีเก่าแก่ของจังหวัดชลบุรี จัดขึ้นเดือนตุลาคมของทุกปี นอกจากที่จัดที่อำเภอชลบุรีแล้ว ยังมีการจัดในช่วงเวลาใกล้เคียงกันในอำเภอบ้านบึง อำเภอหนองใหญ่ ในวันงานชาวไร่ ชาวนาจะตกแต่งควายของตนอย่างสวยงามด้วยผ้าแพรสีต่างๆ และนำควายมาชุมนุมกันที่บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัด มีการแข่งขันวิ่งควาย ประกวดสุขภาพควาย ประกวดการตกแต่งควาย ประกวดนางงามน้องนางบ้านนา เป็นต้น

สถานที่น่าสนใจ ในเขตอำเภอเมือง

  วัดใหญ่อินทราราม เดิมชื่อวัดหลวง ตั้งอยู่บนถนนเจตน์จำนงค์ในตัวเมืองชลบุรี เป็นวัดสำคัญเก่าแก่คู่เมืองชลบุรี สันนิษฐานว่าสร้างมาตั้งแต่สมัย อยุธยาตอนปลาย มีภาพเขียนเก่าเรื่องทศชาติชาดก พระเวสสันดรชาดกรูปเทพชุมนุมองค์โตเหมือนในพระที่นั่งพุทไธสวรรย์ที่กรุงเทพฯ ในพระอุโบสถ วัดนี้เอง ที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชเสด็จประทับเมื่อครั้งออกจากพระนครศรีอยุธยาตอนใกล้จะเสียกรุงแก่พม่าในปี พ.ศ. 2310 สิ่งที่น่าชมอีก แห่งหนึ่งในวัดก็คือ พลับพลาตรีมุข อันสร้างด้วยไม้เก่าแก่ มีพระพุทธรูปหล่อสำริดทรงเครื่องกษัตริย์งดงามมาก ชาวเมืองชลบุรีเรียกกันว่า หลวงพ่อเฉย ซึ่งนับว่าศักดิ์สิทธิ์โดยเฉพาะเศษผ้าจีวรที่คลุมองค์หลวงพ่อนำไปผูกข้อมือเด็กที่เจ็บออดแอด เลี้ยงยากจะกลายเป็นเด็กเลี้ยงง่ายอย่างน่าอัศจรรย์
วัดเขาพระพุทธบาทบางทราย ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิทด้านซ้ายมือก่อนจะถึงตัวเมืองชลบุรีเล็กน้อย เดิมมีวัดโบราณสมัยอยุธยาอยู่เชิงเขา แต่ผุพังไปหมดแล้ว ต่อมาพระยาพิชิตชลเขต ผู้กำกับราชการเมืองชลบุรี ได้สร้างวัดพระพุทธบาทบางทรายขึ้นใหม่ในรัชการที่ 5 วัดนี้มีมณฑป ประดิษฐาน รอยพระพุทธบาท และตึกหลังเล็กภายในมีพระพุทธไสยาสน์ตั้งอยู่บนยอดเขาบริเวณวัดที่ตั้งอยู่เชิงเขามีสิ่งก่อสร้างอาคารต่างๆ เป็นทรงยุโรปสมัยรัชการที่ 5 หลายหลังมีประเพณีเดินขึ้นไปไหว้พระพุทธบาทบางทรายในวันสิ้นเดือน 4 จนถึงวันขึ้น 2 ค่ำ เดือน 5 รวม 3 วัน ทุกๆ ปี และยังมีงานประเพณีตักบาตรเทโว เทศกาลออกพรรษาด้วย
พระพุทธสิหิงค์มิ่งมงคลศิรนาถ ประดิษฐานอยู่ ณ หอพระ ตั้งอยู่บนถนนวชิรปราการ ห่างศาลากลางจังหวัด ประมาณ 500 เมตร พระพุทธสิหิง ค์องค์นี้เป็นองค์จำลองขององค์จริง ซึ่งประดิษฐานที่พระที่นั่งพุทธไธสวรรย์ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติทำด้วยเงินบริสุทธิ์งดงาม ด้วยพุทธลักษณะ และมีขนาดเท่าองค์จริงทุกประการ มีพิธีหล่อเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2503 ประดิษฐานที่หอพระเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2504 สมเด็จพระสังฆราชกิตติโสภณ มหาเถระ วัดเบญจมบพิตร ถวายพระนามว่า "พระพุทธสิหิงค์มิ่งมงคลศิรินาถ พุทธบริษัทราษฎร์กุศล สามัคคีชลบุรีปูชนียบพิตร"
วัดธรรมนิมิตต์ ตั้งอยู่บนถนนสายชลบุรี-พนัสนิคม จากแยกชลบุรีไปประมาณ 1 กิโลเมตร เป็นวัดเก่าแก่ก่อสร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2484 มีเนื้อที่ประมาณ 110 ไร่ พระครูนิมิตต์ ธรรมานุรักษ์ เป็นเจ้าอาวาส วัดธรรมนิมิตต์จัดเป็นวัดปฏิบัติวิปัสนากรรมฐานเป็นสำนักเรียนบาลี อภิธรรม นักธรรมของพระภิกษุสงฆ์มีปูชนียสถาน ขนาดความสูง 34 เมตร ปรางค์ประทับเรือขนานนามว่า "พระมงคลนิมิตร" ประดิษฐานอยู่ ณ เชิงเขาบริเวณวัดร่มรื่น รายล้อมด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ หากเดินเข้าไปยังยอดเขาสามารถมองเห็นได้รอบทั้งสี่ทิศ เป็นจุดชมววิวทิวทัศน์ของเมืองชลบุรีได้เป็นอย่างดี
อ่างศิลาหรืออ่างหิน เป็นหมู่บ้านประมงริมทะเล อยู่ห่างจากตัวเมืองชลบุรีประมาณ 5 กิโลเมตร เคยเป็นสถานตากอากาศชายทะเลเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่ง เป็นหมู่บ้านที่มีชื่อเสียงในการทำอุตสาหกรรมขนาดย่อม ได้แก่การทำครกหิน และสัตว์หินแกะสลัก เช่น ช้าง ม้า เสือ เป็นต้น นอกจากนั้นอ่างศิลายังเป็นย่านอาหารทะเล บริเวณชายหาดชาวบ้านจะแกะหอยนางรมสดขาย และมีสินค้าพื้นเมืองนานาชนิดไว้จำหน่ายแก่นักท่องเที่ยว
เขาสามมุก เป็นเนินเขาเตี้ย ๆ อยู่กึ่งกลางระหว่างบ้านอ่างศิลาและหาดบางแสน ไปตามถนนตัดเลียบริมหาดจากอ่างศิลาขึ้นเขาสามมุก ที่เชิงเขา เป็นที่ตั้ง ศาลเจ้าแม่เขาสามมุก ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของประชาชน ภายในมีสวนตะบองเพชรสวยงาม และบริเวณเขาสามมุกนี้ยังเป็นที่อาศัยของลิงป่า เป็นจำนวนมาก
หาดบางแสน ชายหาดที่มีชื่อเสียงมาช้านานของจังหวัดชลบุรี อยู่ห่างจากตัวเมืองชลบุรีเพียง 14 กิโลเมตร แยกขวาจากถนนสุขุมวิท ตางหลักกิโลเมตรที่ 104 เข้าไป 3 กิโลเมตร เป็นทางราดยางตลอด ในบริเวณหาดมีเครื่องดื่มและอาหารทะเลประเภทของกินเล่นหาบมาขาย เช่น ปลาหมึก หอยแมลงภู่ ห่อหมก ฯลฯ มีเก้าอี้ผ้าใบ ลูกยางว่ายน้ำให้เช่า มีห้องอาบน้ำจืดไว้บริการร้านอาหารหลายแห่งเรียงรายอยู่ริมหาด หาดบางแสนเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่มีเวลาน้อยที่ต้องการพาครอบครัวไปพักผ่อนเพียงวันเดียวหรือไปปิกนิกและเล่นน้ำทะเล
วัดแสนสุขสุทธิวราราม อยู่ถนนสาย 2 เยื้องสถาบันฝึกอบรมวิชาการโรงแรมและการท่องเที่ยว (สรท.) ภายในวัดมีรูปปั้นแสดงถึงนรก-สวรรค์
สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา ซึ่งได้รับการพัฒนามาจากพิพิธภัณฑ์สัตว์และสถานเลี้ยงสัตว์น้ำเค็ม โดยความช่วยเหลือ ด้านการเงินจากรัฐบาลญี่ปุ่น มีเนื้อที่ 30 ไร่ สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเลแห่งนี้มีจุดประสงค์ที่จะจัดตั้งเป็นศูนย์กลาง ของวิทยาการด้าน วิทยาศาสตร์ทาง ทะเล ภายในจัดแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ทางทะเล สถานเลี้ยงสัตว์น้ำเค็ม และห้องปฏิบัติการวิจัยวิทยาศาสตร์ทางทะเล สนใจสามารถเข้าชมได้ในวันและเวลาดังนี้
วันธรรมดา 08.30 - 16.00 น.
วันหยุดราชการ 08.30 - 17.00 น. (มีการสาธิตดำน้ำให้อาหารปลาเวลา 10.30 น.)
วันจันทร์ หยุด 1 วัน ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 20 บาท นักเรียน-นักศึกษาในเครื่องแบบ 5 บาท เด็ก 10 บาท
การเข้าชมเป็นหมู่คณะ สถาบันการศึกษา หน่วยราชการ ชมรม สมาคมต่างๆ โปรดทำหนังสือติดต่อล่วงหน้า โดยส่งมาที่ ผู้อำนวยการสถาบัน วิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา ตำบลแสนสุข อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี 20131 สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อสอบถามโดยตรงได้ที่ โทร. (038) 391671-4
ตลาดหนองมน อยู่ห่างจากทางแยกเข้าหาดบางแสนประมาณ 1 กิโลเมตรเศษ เป็นตลาดขายของที่ระลึกของเมืองชลบุรี สินค้าพื้นเมืองและของที่ระลึกของเมืองชลบุรี หาซื้อได้จากตลาดหนองมน ได้แก่ อาหารแห้ง เช่น กุ้ง ปลาหมึกแห้ง หอยหลอด ปลาริวกิว กะปิ น้ำปลา ฯลฯ ขนมและอาหารสำเร็จรูป เช่น ห่อหมก ข้าวหลาม กล้วยและเผือกฉาบ ผลไม้กวนและแช่อิ่มและเครื่องสาน ไม้ไผ่และหวายที่มาจากอำเภอพนัสนิคม ผีมือการสานประณีตละเอียด

สถานที่น่าสนใจ ในเขตอำเภอพนัสนิคม

หอพระพนัสบดี ตั้งอยู่กลางสระน้ำเทศบาล ตรงข้ามสำนักงานเทศบาลเมืองพนัสนิคม ภายในเป็นองค์พระพนัสบดีจำลอง ซึ่งสร้างเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2517 ส่วนองค์จริงกรมศิลปากรอายัดไว้เมื่อ พ.ศ. 2474 พระพนัสบดีเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่มีอายุประมาณ 1,200-1,300 ปี แกะสลักจากหินดำเนื้อละเอียด มาจากอินเดีย ประทับยืนบนหลังสัตว์ประหลาดที่สร้างขึ้นจากจินตนาการ รูปร่างคล้ายนก ดวงตากลมโปนโต แก้มเป็นกระพุ้ง จะงอยปากใหญ่งุ้มแข็งแรง ปลายจะงอยปากจากบนลงล่างมีรูทะลุคล้ายกับจะแขวนกระดิ่งได้ มีเขาทั้งคู่บิดเป็นเกลียวงอเข้าหากันคล้ายเขาโค ตั้งอยู่เหนือตา ที่โคนเขามีหูสองหูอย่างหูโค มีปีกสองข้างใหญ่สั้นที่กำลังกางออก ขาทั้งสองข้างพับแนบทรวงอกยกเชิดขึ้นอย่างขาของครุฑที่กำลังเหินลม
พระพุทธมิ่งเมือง เป็นพระรูปปางมารวิชัย แกะสลักด้วยไม้ประดู่ ลักษณะเป็นศิลปะของชาวลาว สร้างในราว พ.ศ. 2371 เป็นการสร้างขึ้นของชาวลาวอพยพที่เข้ามาอาศัยอยู่ในแถบนี้ เดิมประดิษฐานอยู่ในวัดร้าง "วัดผ้าขาวใหญ่" ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นก่อนเป็นวัดแรกในเขตตำบลพนัสนิคม ต่อมาเทศบาลเมืองพนัสนิคม ได้ปรับปรุงสถานที่และบริเวณวัดร้างนั้น พร้อมทั้งดำเนินการก่อสร้างวิหารเป็นที่ประดิษฐานองค์พระประธาน ณ ที่ตั้งอุโบสถเดิม ปัจจุบันอยู่ใกล้กับศาลาประชาคม เทศบาลเมืองพนัสนิคม
หลวงพ่อติ้ววัดหัวถนน ห่างจากตัวอำเภอประมาณ 10 กิโลเมตร ตามเส้นทางพนัสนิคม สระสี่เหลี่ยมสู่ตำบลหัวถนน เป็นที่ตั้งของวัดหัวถนน พอถึงช่วงสงกรานต์ วันที่ 19 เมษายน ของทุกปี จะมีการแห่องค์หลวงพ่อติ้ว ซึ่งเป็นพระพุทธรูปบูชาปางมารวิชัย แกะจากไม้แต้ว (ชาวลาวเรียกไม้ติ้ว)ไปรอบหมู่บ้าน โดยเชื่อว่าจะช่วยดลบันดาลให้ประสบกับสิ่งที่หวังนานาประการ
สระสี่เหลี่ยม ตั้งอยู่ในหมู่ที่ 6 ตำบลสระสี่เหลี่ยม เดินทางจากพนัสนิคมไปตามเส้นทางสายพนัสนิคมสระสี่เหลี่ยม ผ่านวัดหัวถนนไปสู่บริเวณสระน้ำโบราณสระสี่เหลี่ยม ซึ่งขุดลงไปในศิลาแลง ตามตำนานกล่าวว่า เป็นสระที่พระรถในเรื่องพระรถเมรีใช้เป็นที่ให้น้ำไก่ เมื่อคราวที่นำไก่ออกตีเพื่อเลี้ยงนางสิบสอง และได้เดินทางมาตีไก่ถึงบริเวณนี้
วัดโบสถ์ ตั้งอยู่ที่ริมถนนสายพนัสนิคม-ฉะเชิงเทรา ตำบลวัดโบสถ์ โดยเดินทางจาก สี่แยกพนัสนิคมไปตามถนนสุขประยูร ประมาณ 6 กิโลเมตร จะเห็นทางเข้าวัดอยู่ซ้ายมือ วัดโบสถ์เป็นวัดเก่าแก่ภายในมีสระน้ำโบราณปัจจุบันกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแล้ว
วัดหลวงพรหมวาส ตั้งอยู่ที่ตำบลวัดหลวง ริมถนนสายพนัสนิคม-ฉะเชิงเทรา ด้านขวาทางเส้นทางเดียวกับวัดโบสถ์ วัดนี้เคยเป็นสถานที่ทำพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา ปัจจุบันเป็นวัดพัฒนาตัวอย่างของอำเภอพนัสนิคม ภายในวัดมีบริเวณกว้างขวาง และร่มรื่น นอกจากนี้ยังมีค้างคาวแม่ไก่จำนวนมากหลายหมื่นตัวเกาะอยู่ตามต้นไม้
วัดใต้ต้นลาน ตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลไร่หลักทอง จากวัดหลวงพรหมวาสเลี้ยวขวาไปอีกประมาณ 3 กิโลเมตร ภายในโบสถ์มีภาพจิตรกรรมฝาผนังเกี่ยวกับภูมิต่างๆ สันนิษฐานว่า เป็นภาพฝีมือช่างเขียนยุครัตนโกสินทร์ที่มีฝีมือเยี่ยมมาก รวมทั้งหอพระไตรปิฎกอันเก่าแก่
เมืองพระรถ ตั้งอยู่ตำบลหน้าพระธาตุ ห่างจากตัวอำเภอพนัสนิคม ตามเส้นทางสายพนัสนิคม-ฉะเชิงเทราประมาณ 1 กิโลเมตร เป็นเมืองโบราณมาแต่สมัยทวารวดีจนถึงสมัยสุโขทัย
วัดชุมแสงศรีวนาราม ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลหมอนนาง อยู่ห่างจากตลาดพนัสนิคมผ่านตลาดทุ่งเหียง ไปตามเส้นทางหลวง หมายเลข 3284 ประมาณ 13 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายตามทางลูกรังไปอีก 2 กิโลเมตร เดิมวัดนี้มีชื่อว่า "วัดใหม่ยางงาม" จุดเด่นของวัดนี้คือศาลาการเปรียญที่ใช้เป็นที่ประชุมสงฆ์ และพิธีทางศาสนา ที่ก่อสร้างโดยใช้ดินเผามาประยุกต์เป็นรูปทรงทันสมัย ชื่อ "อาคารมาบุญครอง" และโบสถ์ที่มีภาพเขียนปริศนาธรรมที่น่าสนใจมาก
ตลาดเครื่องจักสาน ตั้งอยู่บริเวณถนนเกาะแก้ว หลังตลาดสดเทศบาลเมืองพนัสนิคม (ตลาดเก่า) ส่วนใหญ่เป็นการผลิตเครื่องใช้จำเป็นในครัวเรือน ซึ่งได้พัฒนารูปแบบให้เหมาะสมสำหรับเป็นเครื่องประดับบ้านได้ด้วย ปัจจุบันมีการตั้งศูนย์ส่งเสริมฝีมือการจักสานด้วยไม้ไผ่ ตามโครงการพระราชดำริขึ้นที่บ้านคุณปราณี บริบูรณ์ ข้างโรงเจ ถนนอินทอาษา มีการเปิดอบรมและฝึกให้มีความชำนาญตามหลักการที่ถูกต้อง และมีเครื่องมือสมัยใหม่เข้ามาช่วยทำให้ได้รูปแบบใหม่ๆและสวยงามควบคู่กันไป ที่สำคัญมีการส่งไปจำหน่ายที่ศูนย์ศิลปาชีพสวนจิตรลดา เป็นประจำ นักท่องเที่ยวผู้สนใจเกี่ยวกับการจักสานหรือประสงค์จะขอเข้าชมสามารถติดต่อได้ที่ คุณปราณี บริบูรณ์ โทร. (038) 461313
แหล่งผลิตผลไม้ดินปั้น สถานที่ตั้งบ้านหนองกะพง หมู่ที่ 1 และบ้านหนองพรหม หมู่ที่ 12 ตำบลนาเริก ตามเส้นทางสายพนัสนิคม-เกาะโพธิ์ (ทางหลวงหมายเลข 3246) ประมาณ 10 กิโลเมตร ผลไม้ดินปั้นคือ การปั้นดินเหนียวให้ได้รูปร่างของผลไม้ต่างๆ ขนาดย่อส่วนนำไปตากแดดจนแห้งแล้วนำไปทาสีให้เหมือนของจริง จากนั้นนำไปผึ่งให้แห้งสนิท เหมาะสำหรับเป็นของขวัญหรือของประดับบ้าน

สถานที่น่าสนใจ ในเขตอำเภอบ่อทอง

  สำนักวิปัสสนาพระธาตุเขาเจ้า ตั้งอยู่บนเขาเจ้า (ภูเขาที่เป็นเขตแดนระหว่างอำเภอบ่อทองกับอำเภอหนองใหญ่) ตามเส้นทางสายเนินโมก-บ้านทับร้าง ตรงหลักกิโลเมตรที่ 9 แยกขวามือตามถนนลูกรัง 3 กิโลเมตร ภายในบริเวณมีพระพุทธรูปขนาดใหญ่หลายปาง เช่น พระร่วงเปิดโลก พระร่วงโรจนฤทธิ์ พระร่วงทิ้งดิ่ง และพระป่าเลไลย์
บ่อกวางทอง อยู่ที่วัดบ่อกวางทอง ตำบลกวางทอง ถือกันว่าเป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์และนอกจากนี้ ยังมีพระพุทธไสยาสน์ธรรมไพศาล องค์พระยาว 29 วา 9 ศอก 8 นิ้ว สูง 8.3 วา ถ้ำเขาชะอางค์ทรงเครื่อง ตั้งอยู่หมู่ 7 บ้านบ่อทอง อยู่ห่างจากตัวอำเภอบ่อทอง (ตลาดอมพนม) ไปประมาณ 19 กิโลเมตร ใช้ถนนสายคลองตาเพชร-เขาชะอางค์ ภายในมีหินงอกหินย้อยสวยงามมาก เป็นถ้ำใหญ่ที่จุคนได้เป็นพันคน นอกจากนี้ยังมีค้างคาวอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก
ถ้ำเขาชะอางค์ห้ายอด ตั้งอยู่หมู่ที่ 3 ตำบลบ่อทอง อยู่เลยเขาชะอางค์ทรงเครื่องไปประมาณ 7 กิโลเมตร ใช้ถนนสายคลองตาเพชร-เขาชะอางค์ ถ้ำแห่งนี้เป็นถ้ำใหญ่ มีหินงอกหินย้อยมากมาย ภายในถ้ำยังแบ่งออกเป็นถ้ำเล็กถ้ำน้อยหลายแห่ง
ถ้ำเขาชะอางค์โอน ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลบ่อทอง แยกซ้ายมือบริเวณเขาชะอางค์ทรงเครื่องไปประมาณ 12 กิโลเมตร บริเวณถ้ำเป็นสำนักสงฆ์ปฏิบัติธรรม

สถานที่น่าสนใจ ในเขตอำเภอศรีราชา

ศรีราชา เป็นอำเภอชายทะเล อยู่ห่างจากตัวเมืองชลบุรีประมาณ 24 กิโลเมตร แยกขวาจากถนนสุขุมวิท กิโลเมตรที่ 118 เข้าไปประมาณ 2 กิโลเมตร ศรีราชาเคยเป็นสถานตากอากาศที่มีชื่อเสียงมาแต่เก่าก่อน เป็นที่ชุมชนหนาแน่นพอสมควร นักท่องเที่ยวมักแวะมาหาซื้อของทะเล และผลไม้ที่ขึ้นชื่อของศรีราชาคือ สับปะรด
เกาะลอยศรีราชา ตั้งอยู่ที่ถนนเทศบาล ตำบลศรีราชา ทางทิศเหนือของตลาดศรีราชา เกาะลอยเป็นเกาะเล็กๆ ใกล้ชายทะเลศรีราชา โดยมีสะพานเชื่อมกับชายฝั่ง บนเกาะมีสวนสาธารณะ และสวนเต่าทะเล บรรยากาศร่มรื่น ในเนื้อที่ประมาณ 3 ไร่เศษ ทิศใต้ของเกาะมีเนินเขาเล็กๆ มีวัดตั้งอยู่นับเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่ได้บรรยากาศธรรมชาติ และเป็นจุดชมทิวทัศน์ได้โดยรอบ นอกจากนี้ยังเป็นท่าเรือสำหรับข้ามไปเกาะสีชังอีกแห่งหนึ่งด้วย
สวนเสือศรีราชา ตั้งอยู่ที่ 341 หมู่ 3 ตำบลหนองขาม บนทางหลวงหมายเลข 36 กิโลเมตรที่ 9 เป็นสวนสัตว์ที่มีเสือพันธุ์เบงกอลมากกว่า 30 ตัว และมีสัตว์นานาชนิด เช่น ฟาร์มจระเข้ อูฐ ช้าง จิงโจ้ กวาง นกอีมู และสัตว์หายากอีกมากมาย นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารและห้องพักไว้บริการด้วย ซึ่งเปิดบริการตั้งแต่เวลา 09.00-18.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. (038) 338101-5
สนามกอล์ฟบางพระ ตั้งอยู่ไกล้อ่างเก็บน้ำบางพระ ห่างจากชลบุรีประมาณ 20 กิโลเมตร แยกซ้ายจากถนนสุขุมวิท ตรงกิโลเมตรที่ 113 เข้าไปอีกประมาณ 7 กิโลเมตร ทางเข้าสนามกอล์ฟบางพระอยู่ตรงข้ามอ่างเก็บน้ำบางพระ สนามกอล์ฟบางพระเป็นสนามกอล์ฟมาตรฐาน 18 หลุม มีทิวทัศน์สวยงาม มีร้านอาหาร มีที่พักชื่อโรงแรมบางพระ รีสอร์ท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บริษัทบางพระกอล์ฟ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด สำนักงานกรุงเทพฯ โทร. (02) 285-0670-2, 285-0741-2 หรือ ที่บางพระ โทร. (038) 341149-50
สวนสัตว์เปิดเขาเขียว ตั้งอยู่ที่ตำบลบางพระ มีเนื้อที่ ประมาณ 5,000 ไร่ การเดินทางสามารถไปได้ 2 ทาง คือ จากถนนสุขุมวิท แยกเข้าเส้นทางอ่างเก็บน้ำบางพระ ผ่านสนามกอล์ฟบางพระเข้าไปประมาณ 19 กิโลเมตร หรือจากทางหลวงหมายเลข 36 สายใหม่ (ชลบุรี-พัทยา-ระยอง) จะมีป้ายบอกทางเป็นระยะๆ สวนสัตว์แห่งนี้ดำเนินการโดยองค์การสวนสัตว์ สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ที่สวนสัตว์เปิดแห่งนี้ นักท่องเที่ยวจะได้เห็นสัตว์ต่างๆ มากกว่า 200 ชนิด จำนวนกว่า 5,000 ตัว ซึ่งสัตว์จะถูกปล่อยให้มีความเป็นอยู่อย่างธรรมชาติ ไม่ถูกกักขังไว้ในกรง นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นชมสัตว์ได้อย่างใกล้ชิด เช่น ลิง ค่าง ช้าง กวาง ม้าลาย แพะ นกยูง สวนสัตว์เปิดเขาเขียวเปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น. อัตราค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท รถยนต์คันละ 20 บาท รถบัสคันละ 40 บาท นักเรียนในเครื่องแบบ 5 บาท ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. (038) 311561, 321525
น้ำตกชันตาเถร อยู่ห่างจากถนนสุขุมวิท ประมาณ 15 กิโลเมตร ในเส้นทางที่เข้าไปยังสวนสัตว์เปิดเขาเขียว แยกซ้ายตรงทางเข้าวัดเขาไม้แดง มีป้ายบอกตรงทางแยกเข้าไปตามถนนราดยางอีก 7 กิโลเมตร ถนนในช่วงที่ใกล้จะถึงน้ำตกเป็นทางชัน น้ำตกแห่งนี้มีความสูงถึง 5 ชั้น วัดระยะทางได้ประมาณ 1 กิโลเมตร ทางเดินขึ้นลงอยู่ 2 ทาง คือ ทางเดินที่ลัดเลาะไปตามแนวน้ำตกหรือเดินตามโขดหินชั้นต่างๆ ของน้ำตก ในระยะหลังฤดูฝนเล็กน้อยน้ำตกจะสวยงามมาก ในฤดูแล้งแม้น้ำจะน้อยก็ยังมีสภาพที่ไปเที่ยวได้ น้ำตกแห่งนี้อยู่ในความดูแลของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาเขียว-เขาชมภู่ และสถานีศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าเขาเขียว ทางสถานีฯ มีกิจกรรมเข้าค่ายสำหรับเยาวชนที่มีความสนใจจะเรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติและสัตว์ป่า ผู้สนใจโครงการค่ายเยาวชนเพื่ออนุรักษ์ธรรมชาติสามารถติดต่อได้โดยส่งจดหมายถึงหัวหน้าสถานี ตู้ ป.ณ. 10 ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี 20210

สถานที่น่าสนใจ ในเขตอำเภอเกาะสีชัง


เกาะสีชัง เป็นเกาะใหญ่กลางทะเล อยู่ห่างจากฝั่งศรีราชาประมาณ 12 กิโลเมตร สิ่งดึงดูดใจให้นักท่องเที่ยวไปเยือนเกาะสีชัง คือสภาพธรรมชาติที่มีความงดงามแตกต่างไปจากเกาะอื่นใด มีบรรยากาศที่สงบเงียบ อากาศบริสุทธิ์เป็นที่เลื่องลือมานาน ถนนบนเกาะเป็นถนนสายยาวทอดจากท่าเทียบเรือลดเลี้ยวไปสุดเกาะ มีความกว้างเพียงเมตรกว่าๆ พอสำหรับรถสามล้อเครื่องวิ่งได้ ซึ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ได้แก่
 -เก๋งจีน มีลักษณะเป็นศาลาโบราณ มีรูปมังกรและนกยูง เคยเป็นที่ประทับชั่วคราวเมื่อคราวพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 เสด็จประพาส
-ถ้ำจักรพงษ์ ใกล้กับเก๋งจีน ภายในถ้ำประดิษฐานพระพุทธรูป มีปล่องสำหรับขึ้นไปยังยอดเขาเพื่อมองวิวทิวทัศน์ของเกาะสีชังได้
 -ช่องเขาขาด อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะ ชาวบ้านบนเกาะนิยมเรียกกันว่าหลังเกาะ ช่องเขาขาดนี้มีหาดทรายขาวสะอาด
 -ถ้ำเจ้าพ่อเขาใหญ่ อยู่บนเขาใกล้กับท่าเทววงศ์ ลักษณะเป็นรูปทรงจีนใหญ่มาก ภายในถ้ำมีเจ้าพ่อเห้งเจีย ศาลเจ้าแม่กวนอิม วิหารสังกัจจายน์ เป็นต้น
 -บริเวณพระราชฐานเก่า อยู่ติดทะเลบริเวณโดยรอบร่มรื่นมาก สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 เคยเป็นพระตำหนักที่ประทับของพระราชโอรสและพระราชธิดา เมื่อคราวเสด็จไปพักฟื้นหลังประชวรในเขตพระราชอุทยานมีบ่อน้ำขนาดใหญ่หลายแห่ง บ่อเหล่านี้ยังมีสภาพดีอยู่ แต่ละบ่อได้รับพระราชทานชื่ออย่างไพเราะ เช่น บ่ออัษฎางค์ บ่อพิศเพลิน เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีวัดซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 โปรดสร้างขึ้น 2 แห่ง คือ วัดอัษฎางค์นิมิตร มีโบสถ์และเจดีย์ในศิลปะแบบยุโรป ตั้งอยู่บริเวณสูงสุดของยอดเขาและวัดจุฑาทิศน์ราชธรรมสุภา ตั้งอยู่บริเวณหมู่บ้านภาณุรังษีทางทิศเหนือของเกาะ สถานที่เที่ยวบนเกาะสีชังอยู่ห่างกันพอสมควรจะสะดวกมาก หากจะเช่ารถสามล้อเครื่องจากท่าเทียบเรือไปชมสถานที่ต่างๆ ใช้เวลาประมาณชั่วโมงเศษก็เที่ยวได้ทั่วเกาะ ค่าเช่ารถสามล้อเครื่อง คิดเป็นรอบๆ ละประมาณ 200-250 บาท หรือแล้วแต่จะตกลงราคากัน การเดินทางไปเกาะสีชังมีเรือโดยสารจากฝั่งศรีราชาข้ามมาเกาะสีชังทุกวัน ขึ้นที่ท่าเกาะลอย ศรีมหาราชและท่าเรือตรอกเจิมพล อำเภอศรีราชา ค่าโดยสาร 20 บาท/คน เริ่มตั้งแต่เวลา 07.00 น. ออกทุกๆ 2 ชั่วโมง เที่ยวสุดท้ายเวลา 19.00 น.

สถานที่น่าสนใจ ในเขตเมืองพัทยา อ.บางละมุง

พัทยา พัทยาเป็นชายหาดที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ อยู่ทางด้านตะวันออกของอ่าวไทย ไปตามทางหลวงหมายสายสุขุมวิท (ทางหลวงหมายเลข 3) ประมาณ 150 กิโลเมตร การเดินทางไปพัทยาใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 3 (บางนา-ตราด) ถึงบ้านนาเกลือ กิโลเมตรที่ 150 มีแยกขวาเข้าพัทยา ถ้าใช้บริการของรถ บขส. ติดต่อสอบถามรายละเอียดเวลาเดินรถและค่าโดยสารได้ที่สถานีขนส่งเอกมัย โทร. 391-2504 (รถธรรมดา) และ โทร. 391-9829 (รถปรับอากาศ) หรือ โทร. 0-2391–2504 หรือที่สถานีขนส่งหมอชิดใหม่ ถนนกำแพงเพชร 2 โทร. 02-936-2852-66 หรือ Call Center 1490 หรือจะใช้บริการของการรถไฟแห่งประเทศ เปิดบริการทุกวัน วันละ 1 เที่ยว รายละเอียดติดต่อสอบถาม โทร. 1690 พัทยาเป็นเมืองท่องเที่ยว ซึ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวทั้งทางบกและทางน้ำมากมาย แหล่งท่องเที่ยวทางน้ำ ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถไปชมแนวปะการัง ได้แก่
เกาะล้าน ตั้งอยู่ในแนวขนานกับหาดพัทยา อยู่ห่างจากอ่าวระยะทาง 7.5 กิโลเมตร ตัวเกาะกว้าง 2 กิโลเมตร ยาว 5 กิโลเมตร เกาะล้านมีหาดทรายขาวนวลเม็ดทรายละเอียด มีแนวปะการังมากมาย นักท่องเที่ยวสามารถนั่งเรือหางยาวท้องกระจกหรือดำน้ำดูปะการังได้ ซึ่งมีหาดทรายที่เลื่องชื่อ ได้แก่ หาดตาแหวน อยู่ทางเหนือของเกาะ มีหาดทรายยาวประมาณ 750 เมตร เป็นหาดที่มีร้านค้าต่างๆ มากมาย เรือท่องเที่ยวมักมาจอดบริเวณนี้เป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากมีหาดทรายขาวและสวยงาม หาดแหลมเทียน และหาดแสม อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะล้าน หาดทรายยาวประมาณ 700 เมตร และ 100 เมตร ตามลำดับจัดเป็นหาดที่สวยงามและน่าประทับใจอีกแห่งหนึ่งของเกาะ โดยเฉพาะบริเวณแหลมเทียน มีความเงียบสงบและสะอาด ปัจจุบันมีร้านค้าไว้บริการนักท่องเที่ยวอยู่บ้าง หาดตาพัน อยู่ทางทิศตะวันตกของเกาะ หาดยาวประมาณ 500 เมตร บนหาดมีเพิงพักชั่วคราว สำหรับนักท่องเที่ยวเฉพาะวันเสาร์ อาทิตย์ หรือวันหยุด เรือท่องเที่ยวมัก มาจอดบริเวณ หน้าหาดตลอดไปจนถึงแหลมเทียน ซึ่งจะมีปะการังอยู่โดยตลอด หาดนวล อยู่ทางทิศใต้ของเกาะ ชายหาดยาวประมาณ 450 เมตร เป็นหาดที่มีโรงแรมตั้งอยู่ มีนักท่องเที่ยวมาพักมากพอสมควรบริเวณนี้เป็นแหล่งดูปะการังอีกแห่งหนึ่ง นักท่องเที่ยวนิยมดูปะการัง จัดเป็นหาดที่น่าสนใจอีกหาดหนึ่ง นอกจากนี้แล้วยังมี หาดแหลมหัวโขนด้านหน้า-หลัง แหลมทองหลาง แหลมถ้ำแร่ ฯลฯ ที่เป็นจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจ สำหรับกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเล่นกันที่เกาะล้าน ได้แก่ เล่นน้ำ ดูปะการัง เล่นเรือลากร่มชูชีพ เรือสกี เรือสกู๊ดเตอร์ เป็นต้น
เกาะครก เป็นเกาะขนาดเล็กอยู่ในอ่าวพัทยา ห่างจากฝั่งประมาณ 8 กม. เกาะโดยรอบเป็นโขดหินมีหาดทราย อยู่เพียงหาดเดียวซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะ คือ หาดเกาะครก ซึ่งมีความยาวเพียง 100 เมตรเศษ ซึ่งนักท่องเที่ยว สามารถดำน้ำดูปะการังได้
เกาะสาก อยู่ห่างจากเกาะล้านประมาณ 600 เมตร หรืออยู่ทางทิศตะวันตกของแหลมพัทยา ห่างออกไปประมาณ 10 กิโลเมตร เป็นเกาะขนาดเล็กโค้ง เป็นรูปเกือกม้าหงาย มีหาดทรายอยู่ 2 หาด คือ หาดทรายบริเวณอ่าวด้านเหนือ ซึ่งมีความยาวประมาณ 250 เมตร เรือนำเที่ยวมักจะจอดให้นักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำบริเวณนี้ อีกหาดหนึ่งคือ หาดทางตอนใต้ของเกาะซึ่งอยู่ตรงกันข้ามกับหาดแรก และมีทางเดินติดต่อกันได้ หาดนี้เป็นหาดเล็กๆ ยาวประมาณ 80 เมตร มีแนวปะการังอยู่บริเวณด้านหน้าหาด นักท่องเที่ยวสามารถดำน้ำดูปะการังในบริเวณนี้ได้
หมู่เกาะไผ่ ประกอบด้วย เกาะไผ่ เกาะมารวิชัย เกาะเหลือม เกาะกลึงบาดาล ฯลฯ โดยมีเกาะไผ่เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุด ปัจจุบันอยู่ในความดูและของกองทัพเรือ กลุ่มเกาะไผ่อยู่หางจากฝั่งพัทยาประมาณ 23 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง บนยอดเขาของเกาะไผ่มีกระโจมไฟตั้งอยู่นักท่องเที่ยวนิยมไปพักผ่อน เล่นน้ำทะเล ดำน้ำ ชมปะการังและตกปลากันมาก นักท่องเที่ยวที่สนใจไปท่องเที่ยวยังเกาะแก่งต่าง ๆ ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น สามารถติดต่อเช่าเรือซึ่งมีบริการ ทั้งเรือนำเที่ยวขนาดจุคนได้ ตั้งแต่ 20-80 คน หรือเรือเร็ว ขนาดจุคนได้ 10-15 คน ได้บริเวณถนนชายหาดหรือที่ท่าเทียบเรือท่องเที่ยวพัทยาใต้ ส่วนอัตราค่าเช่าเรือขึ้นอยู่กับจุดท่องเที่ยว ที่ประสงค์จะ เดินทางไปท่องเที่ยวตลอดจนขนาดและชนิดของเรือ และเกาะเหล่านี้สามารถเดินทางไปเที่ยวชมได้ พักค้างแรม ไม่ได้ต้องเตรียมอาหารและน้ำไปเอง
หาดพัทยา เป็นหาดรูปโค้ง อยู่ในตัวเมือง พัทยา มีความยาวประมาณ 3 กิโลเมตรเศษ เป็นหาดที่มีถนนเลียบชายหาดที่ร่มรื่นด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด ชายหาดทางด้านเหนือเป็นบริเวณที่ค่อนข้างเงียบสงบ นักท่องเที่ยวนิยมไปเล่นน้ำนั่งพักผ่อน หรือเล่นกีฬาทางน้ำต่างๆ ส่วนชายหาดช่วงกลางไปจนถึงสุดหาดทางด้านใต้ เป็นบริเวณที่มีธุรกิจการบริการหนาแน่น ทั้งแหล่งอาหารเครื่องดื่ม ห้างสรรพสินค้า ร้านขายของที่ระลึก ตลอดจนแหล่งบันเทิงมากมาย
เขาพัทยา (เขาพระบาท) เป็นภูเขาเตี้ยๆ ที่มีทางลาดยางขึ้นไปจนถึงยอดเขาได้ เมื่อขึ้นไปจนถึงยอดเขาจะแลเห็น ทัศนียภาพของบริเวณเมืองพัทยาและอ่าวพัทยาได้โดยรอบ ปัจจุบันเขาพัทยาได้รับการพัฒนาให้เป็นสถานที่ตั้งของสถานีวิทยุ ส.ทร. 5 ของทหารเรือ บนยอดเขามีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประดิษฐานอยู่
หาดนาจอมเทียน เป็นหาดที่อยู่ทางทิศใต้ อยู่หางจากตัวเมืองพัทยาประมาณ 4 กิโลเมตร ชายหาดมีความยาว 6 กิโลเมตร มีถนนที่ร่มรื่นเลียบชายหาดโดยตลอด หาดนาจอมเทียนเป็นหาดที่เงียบสงบ นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศนิยมเดินทางไปพักผ่อน เล่นน้ำ เล่นกระดานโต้คลื่น ขับเรือสกู๊ตเตอร์และเล่นกิจกรรมทางน้ำอื่นๆ บริเวณชายหาดมีร้านอาหารร้านค้า ไว้คอยบริการนักท่องเที่ยว
หาดวงพระจันทร์ อยู่ทางด้านทิศเหนือของอ่าวพัทยา ทางเข้าเดียวกับโรงแรมเซ็นทรัล วงศ์อมาตย์ ชายหาดมีความยาวประมาณ 1 กิโลเมตรเศษเป็นหาดที่เงียบสงบ เหมาะที่จะเล่นน้ำและพักผ่อน 
สวนเฉลิมพระเกียรติ ตั้งอยู่ ณ บริเวณเชิงเขาพัทยา ถนนพระตำหนักเป็นสวนสาธารณะขนาดเล็กที่จัดสร้างขึ้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในมหามงคลสมัยเจริญพระชนมพรรษา 5 รอบ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2531 มีเนื้อที่ประมาณ 15 ไร่ บริเวณสวนประดับไปด้วยไม้ดอกนานาพันธุ์ มีลานอเนกประสงค์ และเส้นทางลัดเลาะตาม ไหล่เขาสำหรับเดินหรือวิ่ง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกในการออกกำลังกายที่ได้มาตรฐาน ทุกๆ วันมีผู้คนไปพักผ่อน ตลอดจนวิ่งออกกำลังกายและชมวิวทิวทัศน์ของเมืองพัทยา ณ บริเวณนี้กันเป็นจำนวนมาก
วัดสว่างฟ้าพฤฒาราม ตั้งอยู่ที่ถนนสว่างฟ้า ตำบลนาเกลือ อำเภอบางละมุง เป็นวัดที่เก่าแก่ คาดว่าสร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา สันนิษฐานว่าเป็นจุดที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงหยุดทัพสมัยตีฝ่าวงล้อมพม่า เมื่อตอนที่กรุงศรีอยุธยาจะเสียกรุงครั้งที่ 2 ภายในวัดมีอาคารสร้างด้วยไม้คู่เก่าแก่มาก
เมืองจำลอง แยกซ้ายบนถนนสุขุมวิท หลักกิโลเมตรที่ 143 เป็นสถานที่รวบรวมสิ่งจำลองของปูชนียสถาน โบราณสถานที่สำคัญทั้งในประเทศ(มินิสยาม) เช่น วัดพระศรีรัตนศาสดาราม อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย สะพานข้ามแม่น้ำแคว สะพานพระราม 9 ปราสาทหินพิมาย ฯลฯ และทวีปยุโรป(มินิยุโรป) เช่น สะพานทาวเวอร์บริด, หอไอเฟล, หอเอนปิซา ฯลฯ ในอัตราส่วน 1 ต่อ 25 เปิดให้ชมทุกวันตั้งแต่เวลา 07.00-22.00 น. ค่าเข้าชมคนไทย 80 บาท ชาวต่างประเทศ 200 บาท สอบถามรายละเอียดได้ที่ สำนักงานกรุงเทพฯ โทร. 271-1896, 616-1533 หรือที่พัทยา โทร. (038) 421628, 424232, 726201-2
สนามรถแข่งเล็ก (โกคาร์ท) สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจจะประลองความเร็วให้เช่าขับขี่ โดยคิดค่าบริการ10 นาที่ 300 บาท ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร. (038) 728410
สวนป่าพนารักษ์ ตั้งอยู่บนถนนพรประภานิมิตร โดยแยกซ้ายจากถนนสุขุมวิท ตรงหลักกิโลเมตรที่ 145 เข้าไปประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นสถานที่พักผ่อนที่มีลักษณะเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับผู้รักความสงบ ภายในสวนมีสระว่ายน้ำ บ่อตกปลาพร้อมอุปกรณ์ตกปลาให้เช่า และสนามกอล์ฟเล็ก นอกจากนี้ ยังมีที่พักทั้งประเภทเรือนพักและเต๊นท์ ไว้บริการ นักท่องเที่ยว ติดต่อสอบถามรายละเอียดและจองห้องพักได้ที่บริษัทพนารักษ์ จำกัด โทร. (038) 249155 หรือ สำนักงาน กรุงเทพฯ โทร. (02) 521-0763
หมู่บ้านช้างพัทยา ตั้งอยู่บนถนนพรประภานิมิตร เส้นทางเดียวกับสวนป่าพนารักษ์และสนามกอล์ฟสยามคันทรี่คลับ เป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ทุกวันจะมีการแสดงของช้างและการแสดงการจับช้างป่าในเวลา 14.30 น. วันละ 1 รอบ ใช้เวลาแสดงประมาณ 1 ชั่วโมง ค่าเข้าชมท่านละ 250 บาท นอกจากนี้ ยังมีบริการขี่ช้างชมป่าวันละ 4 รอบ คือ เวลา 08.30, 10.00, 12.00, และ 16.00 น. คิดราคาท่านละ 600 บาท (มีเครื่องดื่มพร้อมผลไม้บริการ) รายละเอียดติดต่อเคาน์เตอร์ในโรงแรมทรอปิคคาน่า โทร. (038) 428648, 249145, 249818
อุทยานหินล้านปีและฟาร์มจระเข้พัทยา ตั้งอยู่เลขที่ 22/1 หมู่ 1 ตำบลหนองปลาไหล จากถนนสุขุมวิทเลี้ยวซ้ายตรงหลักกิโลเมตรที่ 140 ใกล้สะพานลอยหน้าวัดสว่างฟ้า เข้าไปตามถนนชัยพรวิถี (ทางหลวงหมายเลข 3024) เส้นทางเดียวกับอ่างเก็บน้ำมาบประชัน เข้าไปประมาณ 5 กิโลเมตร นับเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมของ นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศอีกแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ในเนื้อที่เกือบ 100 ไร่ ภายในบริเวณประกอบ ด้วยสวนหินและสวนไม้หายาก จัดแต่งบริเวณอย่างสวยงามร่มรื่นที่น่าสนใจ คือ ต้นไม้ที่กลายเป็นหินมีอายุนับล้านปี และไม้ดัดไทยที่มีอายุ 200 ปี นอกจากนี้ ยังมีบ่อเลี้ยงจระเข้ และสัตว์หายาก เช่น หมีเผือก ม้าเผือก เป็นต้น มีการแสดงจับจระเข้ การแสดงมายากล และสัตว์แสนรู้ เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00-18.00 น. อัตราค่าเข้าชม คนไทย 60 บาท ชาวต่างประเทศ 250 บาท ติดต่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. (038) 249347-9 หรือสำนักงานที่กรุงเทพฯ โทร. 579-4008, 579-5033
พิพิธภัณฑ์ขวด 79/15 หมู่ 10 ถนนสุขุมวิท ซอยเสรี เมืองพัทยา เป็นสถานที่แห่งแรกในประเทศไทย ซึ่งแสดงให้เห็นคุณค่าทางจิตใจ ความรู้สึก และทัศนะมุมมองของชาวต่างประเทศ ที่ชื่อ มิสเตอร์ปิเตอร์ เบย์เดอเลย์ ชาวฮอลแลนด์ ซึ่งมีต่อวัฒนธรรมของประเทศไทยอย่างละเอียดอ่อนและลึกซึ้ง โดยเขาได้แสดงความสวยงาม อันเยี่ยมยอดด้วยสิ่งประดิษฐ์ในขวดแก้ว ที่เด็มไปด้วยคุณค่าทางสถาปัตยกรรมเก่าแก่และความเรียบง่าย ของวัฒนธรรม บางประเทศ อีกทั้งได้รวบรวมยานพาหนะทางน้ำคือ "เรือ" ที่มีมากมาย หลายรูปแบบทั้งที่เรียบง่ายและวิจิตรบรรจง ซึ่งสุภาพบุรุษผู้นี้ได้พากเพียรพยายามใช้เวลาวันละ 14 ชั่วโมง อย่างต่อเนื่องกันจนถึง 5 ปี จนกระทั่งประสบผลสำเร็จ ซึ่งเปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. อัตราค่าเข้าชม ชาวไทย ผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก 25 บาท ชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. (038) 422957
สวนน้ำพัทยาปาร์ค ตั้งอยู่ที่ถนนจอมเทียน มีเนื้อที่ประมาณ 80 ไร่ ภายในมีสระน้ำวนและบันไดลื่นขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับการพาครอบครัวมาพักผ่อนและเล่นน้ำ อัตราค่าบริการ ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50-100 บาท นอกจากนั้น ยังมีโรงแรมและบ้านพักไว้บริการนักท่องเที่ยว สนใจติดต่อได้ที่ โทร. (038) 251201-8 สำนักงานกรุงเทพฯ โทร. (02) 511-0717, 511-4778 และ 938-0449
น้ำตกถ้ำผาโขงและถ้ำน้ำลอด ตั้งอยู่ที่บ้านปางเกาะทราย หมู่ที่ 6 ตำบลป่าหุ่ง อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอพานประมาณ 15 กิโลเมตร โดยผ่านหลังที่ว่าการอำเภอพานไปทางทิศตะวันตก มีน้ำไหลใสสะอาดตลอดปี
สวนกล้วยไม้ศิริพร ตั้งอยู่เลขที่ 235/14 หมู่ 5 ถนนเนินพลับหวาน ตำบลหนองปรือ จากถนนสุขุมวิท เลี้ยวซ้ายเยื้องกับทางแยกไฟแดงพัทยากลาง เข้าไปประมาณ 800 เมตร ด้านขวามือ ภายในสวนมีกล้วยไม้นานาชนิดให้ชมและเลือกซื้อทั้งดอกและพันธ์ไม้ เช่น พันธุ์แคทลียา แวนด้า เดโดรเบียม เอสโคแซนด้า บอมปาดัว เป็นต้น เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อได้ที่ โทร. (038) 429013, 421536, 425814
สนามแข่งรถพีระอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต เป็นสนามแข่งรถจักรยานยนต์ระดับนานา ชาติ มีเนื้อที่ประมาณ 326 ไร่ ตั้งอยู่บนทางหลวงหมายเลข 36 (พัทยา-ระยอง) ห่างจากตัวเมืองพัทยาประมาณ 15 กิโลเมตร มีการแข่งขันเป็นประจำในวันเสาร์และอาทิตย์ ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. (01) 3231616 หรือที่กรุงเทพฯ โทร. (02) 971-6450, 522-1731-8, 2803547 
พัทยาคาร์ท สปีดเวย์ เป็นสนามแข่งรถเล็ก ตั้งอยู่ที่ 248/2 หมู่ที่ 2 บนถนนเทพประสิทธิ์ ซึ่งเป็นถนนเชื่อม ระหว่างถนนสุขุมวิทกับถนนพัทยาหาดนาจอมเทียน ห่างจากตัวเมืองพัทยาไปทางตอนใต้ประมาณ 5 กิโลเมตร ภายในสนามมีทางวิ่งสำหรับนักขับมืออาชีพและมือสมัครเล่นแยกจากกัน เปิดทุกวัน วันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 10.00-19.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 9.30-19.00 น. ติดต่อสอบถามได้ที่ โทร. (038) 422044
เลคแลนด์ วอเตอร์เคเบิ้ล สกี ตั้งอยู่ริมถนนสุขุมวิท ตรงหลักกิโลเมตรที่ 150.5 อยู่ห่างจากตัวเมือง พัทยาประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจและที่เล่นสกีแห่งหนึ่งของเมืองพัทยา ประกอบด้วยบึงน้ำจืดขนาดใหญ่ในเนื้อที่กว่า 27 ไร่ มีชุดสกีสำหรับใช้สายเคเบิ้ลลาก นับเป็นกีฬาที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00-21.00 น. นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารไว้บริการด้วย สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. (038) 232690-20
อ่างเก็บน้ำห้วยซากนอก เป็นอ่างเก็บน้ำที่มีขนาดเนื้อที่ประมาณ 1,400 ไร่ บรรยากาศโดยรอบเย็นสบาย เหมาะที่จะนั่งพักผ่อน ในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปีจะมีนกเป็ดน้ำ นกนางแอ่น และนกกระยาง จำนวนนับหมื่นตัวบินมาอาศัยอยู่ในบริเวณนี้ การเดินทางจากถนนสุขุมวิท ประมาณกิโลเมตร ที่ 150 เลี้ยวซ้ายเข้าซอย ข้างสนามกอล์ฟกรีนเวย์ไปประมาณ 4 กิโลเมตร
บำรุงเซลลิ่ง แอนด์ พารามอเตอร์ เซ็นเตอร์ เป็นแหล่งสอนและเล่นกีฬาทางน้ำ เช่น วินด์เซิร์ฟ เรือใบ พารามอเตอร์ (Paramotor) พาราไกล์เดอร์ (Paraglider) นอกจากนี้ ยังมีสนามขี่ม้าด้วย ซึ่งตั้งอยู่ริมอ่างเก็บน้ำห้วยซากนอก การคิดราคาเป็นคอร์สหรือเป็นรายชั่วโมงหลังจากจบการเรียนแล้วจะได้รับใบประกาศนียบัตรจาก The Royal Yacht Association (RYA.) ซึ่งเป็นสถาบันที่มีชื่อเสียงในประเทศอังกฤษ นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารและเรือ เช่น เรือแคนนู (CANOE) เรือแคทามารัน (CATAMARAN) และเรือไค-แอ็ค (Kayak) ให้เช่าพายเล่นอีกด้วย สำหรับผู้ที่สนใจกีฬาทางน้ำดังกล่าว สามารถติดต่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณบำรุง รวมทรัพย์ โทร. (01) 3544986, 946-7859

พิพิธภัณฑ์ริบลีส์ (เชื่อหรือไม่) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมนำเรื่องราวที่แปลกประหลาดและมหัศจรรย์จากทั่วโลก มาจัดแสดงไว้ ตั้งอยู่ที่ชั้น 3 ห้างสรรพสินค้ารอยัลการ์เด้น พลาซ่า ถนนเลียบชายหาด พัทยาใต้ เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 10.00-23.00 น. อัตราค่าเข้าชม พิพิธภัณฑ์ริบลีส์ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท สอบถามรายละเอียดได้ที่ (038) 710294-6 หรือ กรุงเทพฯ โทร. (02) 3815151
โรงภาพยนต์ทะลุมิติ ซึ่งเป็นโรงภาพยนต์ที่ใช้ระบบพิเศษ ทำให้ผู้ชมรู้สึกราวกับอยู่ในเหตุการณ์จริง ซึ่งตั้งอยู่ที่ชั้น 3 รอยัล การ์เด้น พลาซ่า ถนนเลียบชายหาดพัทยาใต้ เลขที่ 218 ถนนเลียบชายหาด พัทยา เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00-23.00 น. โรงภาพยนต์ทะลุมิติ 90 บาท และเลเซอร์เทรค 90 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. (038) 710294-6 หรือ กรุงเทพฯ โทร. 381-5151
การแสดงโชว์ คาบาเร่ต์ ในเขตเมืองพัทยา มีสถานที่เปิดแสดงอยู่ 2 แห่ง คือ
- อัลคาซาร์ ตั้งอยู่ที่ 78/14 ถนนพัทยา 2 เปิดให้เข้าชมทุกวันๆ ละ 3 รอบ คือ เวลา 18.00, 20.00, 21.30 น. และวันเสาร์เพิ่มรอบ 23.00 น. อัตราค่าเข้าชม ชาวไทย 200, 250 บาท ชาวต่างประเทศ 400, 500 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. (038) 410225-7
- ทิฟฟานี โชว์ ตั้งอยู่ที่ 464 หมู่ 9 ถนนพัทยา 2 เปิดให้เข้าชมการแสดงทุกวันๆ ละ 3 รอบ เวลา 19.00, 20.30, 22.00 น. อัตราค่าเข้าชม ชาวไทย 200, 250 บาท ชาวต่างประเทศ 400, 500 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. (038) 429642, 421700-5
ศูนย์ฝึกสอนลิง-พัทยา ตั้งอยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 151 ซอยชัยพฤกษ์ ถนนสุขุมวิท พัทยา มีวันละ 5 รอบ คือ รอบเช้า เวลา 09.00, 11.00 น. รอบบ่าย 13.00, 14.00 น. และ รอบเย็น 17.00 น. ซึ่งจะมีการโชว์ 5 รายการ คือ การตีไก่ การโชว์ลิง และการโชว์งูเห่า งูหลาม อัตราค่าเข้าชม ชาวไทย 60 บาท ชาวต่างประเทศ 250 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. (038) 756367, (01) 813-5862
ศูนย์ฝึกขี่ม้าพัทยา ตั้งอยู่ที่ถนนทางหลวง 36 กิโลเมตรที่ 11 ก่อนถึงสนามแข่งรถพีระเซอร์กิต อัตราค่าเช่าขี่ม้า 1 ชั่วโมง 700 บาท สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. (038) 251984, (01) 942-2409

สถานที่น่าสนใจ ในเขตอำเภอสัตหีบ


วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร เป็นวัดที่ตั้งอยู่บนเขา ซึ่งสามารถชมทัศนียภาพมุมกว้างของวัดได้ ไปจนถึงเมืองพัทยา สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2519 เป็นพื้นที่วัด 366 ไร่ และเป็นพื้นที่โครงการตามพระราชดำริทั้งหมด 2,500 ไร่ แยกซ้ายที่ กม. 160 บนถนนสุขุมวิท ก่อนถึงสวนนงนุชเข้าไปอีกประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นวัดที่สร้างขึ้นเพื่อถวายสมเด็จพระญาณสังวรฯ สมเด็จพระสังฆราชองค์ปัจจุบัน เมื่อปี พ.ศ. 2519 และต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับเป็นองค์อุปถัมภก บริเวณวัดประกอบไปด้วยมณฑปที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง พระเจดีย์ใหญ่ซึ่งบรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระธาตุของพระอรหันต์สาวก วิหารพระญาณเรศร์และศาลานานาชาติของประเทศต่างๆ ซึ่งตั้งเรียงรายอยู่โดยรอบ เช่น สิงคโปร์ อินเดีย สวิส เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีวิหารเซียน ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมแบบจีนที่มีความใหญ่โตและสวยงาม
อเนกกุศลศาลา (วิหารเซียน) หรือในนามภาษาจีนว่า ต้า ผู่ อี่ ได้เริ่มก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2531 โดยอาจารย์สง่า กุลกอบเกียรติ ได้รับพระราชทานพระราชานุญาตให้ก่อสร้างขึ้นในบริเวณโครงการพระราชดำริวัดญาณสังวราราม บนพื้นที่ประมาณ 7 ไร่ ในการดำเนินงานได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทานฤกษ์ในการก่อสร้าง เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2531 กับทรงพระกรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามอาคารนี้ว่า "อเนกกุศลศาลา" รวมค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างประมาณ 200 กว่าล้านบาท ซึ่งได้รับจากการร่วมใจของคณะผู้มีจิตศรัทธาและบรรดาญาติมิตร ทั้งนี้ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อที่จะได้ อเนกกุศลศาลา เป็นถาวรวัตถุที่ชาวไทยเชื้อสายจีนที่ได้รับเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร ร่วมใจน้อมเกล้าฯ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ การก่อสร้างใช้เวลาทั้งสิ้นประมาณ 4 ปีครึ่ง จึงแล้วเสร็จโดยสมบูรณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดอเนกกุศลศาลา เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2536 การเดินทางไปวิหารเซียน จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางถนนสุขุมวิท (ทางหลวงหมายเลข 3) ถึงกิโลเมตรที่ 160 มีป้ายแยกซ้ายไปวัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร เลี้ยวขวาเข้าไปประมาณ 5 กิโลเมตร ก่อนถึงวัดญาณฯ จะมีป้ายบอกทางแยกขวาไปวิหารเซียน ซึ่งจะเห็นอาคารสถาปัตยกรรมจีนโดดเด่นสวยงามมาก
สวนนงนุช เป็นหมู่บ้านไทยในเนื้อที่ 1,300 ไร่ อยู่ห่างจากปากทางเข้าพัทยาใต้ประมาณ 15 กิโลเมตร แยกซ้ายจากถนนสุขุมวิทตรงกิโลเมตรที่ 163 เข้ามาประมาณ 3.5 กิโลเมตร เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่ใหญ่ที่สุด ในภาคตะวันออก ภายในสวนนอกจากจะประดับด้วยไม้ดอกไม้ประดับนานาชนิดแล้วยังมีสวนมะม่วง สวนมะพร้าว ฟาร์มกล้วยไม้ และสวนพฤกษชาติอื่นๆ อีก กิจกรรมหลายอย่างของสวนคือ มีบริการเรือชนิดต่างๆ ให้เช่าพายเล่นในสระ มีสัตว์หลายชนิดให้ชม ศูนย์รวมวัฒนธรรมแบบไทย มีการแสดงสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ ซึ่งประกอบด้วยการฟ้อนรำพื้นเมือง ศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว (กระบี่, กระบอง, ฟันดาบ) กีฬาพื้นบ้านและการแสดงของช้าง ทุกวัน วันละ 2 รอบ คือ เวลา 10.15 น. และ 15.45 น. ใช้เวลาแสดงประมาณ 1 ชั่วโมงเศษ อัตราเข้าชมการแสดง ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท ติดต่อขอทราบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานในเขตเมืองพัทยา โทร. (038) 429321, 422958, 238158-60 หรือ กรุงเทพฯ โทร. (02) 252-1786, 252-9975
บางเสร่ เป็นหมู่บ้านประมงอยู่ห่างจากพัทยาประมาณ 16 กิโลเมตร แยกขวาจากถนนสุขุมวิทตรงกิโลเมตรที่ 164 เข้าไปประมาณ 2 กิโลเมตร ทางด้านใต้ของบางเสร่จะเป็นอ่าวน้ำลึกซึ่งเหมาะแก่การตกปลา ปลาที่ชุกชุมมาก คือ ปลาปะการัง หรือ ปลาเก๋า ส่วนทางเหนือขึ้นมาหน่อยจะมีหาดทรายสวยงามพอสมควร เล่นน้ำได้ มีเรือให้เช่าไปตกปลา ที่บางเสร่มีร้านอาหารอร่อยๆ อยู่หลายร้าน นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาพักผ่อนกันเป็นจำนวนมาก
หมู่บ้านช่องแสมสาร เป็นหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ ตามเส้นทางสัตหีบท่าเรือพาณิชย์สัตหีบแยกซ้ายมือ ก่อนถึงท่าเรือเล็กน้อย มีชายหาดเล็กๆ น้ำทะเลใสสะอาด ที่พักหลายแห่ง ช่องแสม สารเป็นแหล่งดำน้ำ ตกปลาที่ดีแห่งหนึ่งมีเกาะหลายเกาะ เช่น เกาะแรด เกาะจวง เกาะจาน ซึ่งอยู่ในความดูแลของกองทัพเรือ สามารถเดินทางไปท่องเที่ยวในเวลากลางวันแต่ไม่อนุญาตให้พักค้างคืน

 




แผนที่ท่องเที่ยว
แผนที่ชลบุรี