แผนที่จันทบุรี

จุดเริ่มต้น A : ปลายทาง B : ระยะทาง :


จันทบุรี หรือเมืองจันท์เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 245 กิโลเมตร มีเนื้อที่ 6,338 ตารางกิโลเมตร เป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์ ดินฟ้าอากาศเอื้ออำนวยต่อการปลูกผลไม้หลายชนิด โดยเฉพาะ ทุเรียน เงาะ มังคุด และพืชผลทางการเกษตรอื่น ๆ เช่น พริกไทย ยางพารา เป็นศูนย์กลางธุรกิจด้านอัญมณี และมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมายไม่ว่าจะเป็นภูเขา ป่าไม้ น้ำตก ชายทะเล และโบราณสถาน โบราณวัตถุต่างๆ

จันทบุรีเป็นเมืองเก่าจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ เชื่อกันว่ามีอายุไม่ต่ำกว่า 1,000 ปี สร้างขึ้นโดยชนชาติ ชอง บางตำนานก็ว่าสร้างโดยชนชาติ ขอม หัวเมืองเดิมตามศิลาจารึกเรียกว่า "ควนคราบุรี" ชาวพื้นเมืองเรียกว่า "เมืองกาไว" ตามชื่อผู้ปกครอง เมืองจันทบุรีเดิมตั้งอยู่บริเวณหน้าเขาสระบาป มีชนพื้นเมืองเดิมอาศัยอยู่เรียกว่า ชาวชอง มีภาษาพูดเป็นภาษาของตนเอง ซึ่งแตกต่างจากภาษาไทยและภาษาเขมร เจ้าผู้ครองเมืองที่ยิ่งใหญ่ในตำนานคือ พระเจ้าพรหมทัต (พ.ศ. 1349-1399) ครั้นถึงปี พ.ศ. 1800 ได้มีการย้ายถิ่นฐานมาสร้างเมืองใหม่ที่บ้านหัววัง ตำบลพุงทลาย ซึ่งอยู่ใกล้กับแม่น้ำจันทบุรีในปัจจุบัน

ต่อมาปี พ.ศ. 2200 ได้ย้ายมาสร้างเมืองใหม่ที่บ้านลุ่ม อยู่ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำจันทบุรี ในปี พ.ศ. 2310 หลังจากกรุงศรีอยุธยาเสียกรุงให้แก่พม่า สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชได้เข้ายึดเมืองจันทบุรีเพื่อใช้เป็น แหล่งสะสมเสบียงอาหารและรวบรวมกำลังพล ในการกอบกู้กรุงศรีอยุธยาคืนจากพม่า ในคราวนั้นเจ้าเมืองจันทบุรีนามว่าเจ้าขรัวหลาน(ยศเจ้าเมืองจันทบุรีเดิม) ชึ่งราษฎรเลือกขึ้นเมื่อเสียกรุงศรีอยุธยา โดยหวังว่าพระยาจันทบูรณ์จะช่วยปกป้องรักษาเมืองจันทบุรีให้อยู่รอดสืบต่อไป ได้ต่อต้านกองทัพของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช โดยได้พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้เมืองจันทบุรีอยู่รอดเป็นอิสระ รักษาแผ่นดินไว้ให้ชนชาติบูรพา แต่สุดท้ายก็ต้องปราชัยพ่ายแพ้แก่กองทัพของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช โดยพระองค์ทรงใช้พญาช้างศึกบุกชนกำแพงเมืองจนสามารถเข้าตีเมืองเอาไว้ได้สำเร็จ เจ้าเมืองจันทบุรีได้หลบภัยไปอาณาจักรกัมพูชาจนถึงแก่อสัญกรรม เมืองจันทบุรีจึงตกเป็นของสยามนับแต่นั้นเป็นต้นมา

ต่อมาในปี พ.ศ. 2436 ฝรั่งเศสได้เข้ายึดเมืองจันทบุรีไว้นานถึง 11 ปี[3] เนื่องจากไทยมีข้อพิพาทเรื่องดินแดนฝั่งขวาของแม่น้ำโขง โดยฝรั่งเศสกล่าวหาว่าไทยล่วงล้ำดินแดนอาณานิคมของฝรั่งเศส ส่วนไทยได้อ้างว่าดินแดนดังกล่าวเป็นของไทย ฝ่ายไทยเห็นว่าจะต่อสู้ทางทหารฝรั่งเศสไม่ได้จึงขอเปิดการเจรจา ทางฝรั่งเศสยื่นคำขาด โดยฝ่ายไทยต้องยอมยกดินแดนที่เป็นข้อพิพาทรวมทั้งเกาะทั้งหมดในลำน้ำโขง พร้อมเงินอีกหนึ่งล้านฟรังก์และสามล้านบาท โดยจนกว่าจะดำเนินการเสร็จฝรังเศสจะยึดเมืองจันทบุรีไว้ก่อน แต่เมื่อทางไทยดำเนินการเสร็จ ฝรั่งเศสไม่ได้ถอนกำลังออก ฝ่ายไทยจึงต้องยอมยกเมืองตราดและเมืองประจันตคีรีเขตร์ (เกาะกง) เพื่อแลกกับเมืองจันทบุรี และอีกหนึ่งปีต่อมาไทยยอมยกเมืองพระตะบอง เสียมราฐ และศรีโสภณ เพื่อแลกเมืองตราดคืนมา แต่ฝรั่งเศสไม่ได้คืนเมืองประจันตคีรีเขตร์แต่อย่างใด ปัจจุบันเมืองประจันตคีรีเขตร์จึงอยู่ในการปกครองของราชอาณาจักรกัมพูชา ต่อมามีการจัดระเบียบบริหารราชการส่วนภูมิภาคเป็นแบบมณฑลเทศาภิบาล จัดตั้งมณฑลจันทบุรี โดยมีเมืองจันทบุรี ระยอง และตราดอยู่ในเขตการปกครองจนถึงปี พ.ศ. 2476 ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตย จึงยกเลิกมณฑลเทศาภิบาลและได้จัดระเบียบบริหารราชการแผ่นดินใหม่ โดยแบ่งออกเป็นจังหวัดและอำเภอ ดังนั้นเมืองจันทบุรีจึงมีฐานะเป็นจังหวัดจนถึงปัจจุบันนี้

เมืองจันทบุรีจึงมีฐานะเป็นจังหวัดมาจนถึงปัจจุบัน แบ่งการปกครองออกเป็น 10 อำเภอ คือ

อำเภอเมือง อำเภอท่าใหม่ อำเภอขลุง อำเภอแหลมสิงห์ อำเภอโป่งน้ำร้อน อำเภอมะขาม อำเภอสอยดาว อำเภอนายายอาม อำเภอแก่งหางแมว และ อำเภอเขาคิชฌกูฏ

ทิศเหนือ ติดต่อจังหวัดสระแก้ว ฉะเชิงเทรา และ ชลบุรี
ทิศใต้ ติดต่ออ่าวไทย
ทิศตะวันออก ติดต่อจังหวัดตราด และราชอาณาจักรกัมพูชา
ทิศตะวันตก ติดต่อจังหวัดระยอง

การเดินทาง

ทางรถยนต์

แผนที่เส้นทางกรุงเทพ-จันทบุรี

รถยนต์ จากกรุงเทพฯ สามารถไปได้ 5เส้นทาง ได้แก่

1. เส้นทางที่ 1 ทางหลวงหมายเลข 3 เป็นเส้นทางสายเก่า เริ่มต้นที่บางนา-กรุงเทพฯ ผ่านจังหวัดชลบุรี-บางแสน-ศรีราชา-พัทยา-สัตหีบ-บ้านฉาง-ระยอง-จันทบุรี ระยะทาง 330 กิโลเมตร
2. เส้นทางที่ 2 ทางหลวงหมายเลข 36 เป็นเส้นทางสายหลักในปัจจุบัน เริ่มต้นที่ กิโลเมตรที่ 140 ถนนสุขุมวิท อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เลี้ยวซ้ายตรงสามแยกกระทิงลาย ผ่านสนามแข่งรถพีระเซอร์กิต และสิ้นสุดที่ตำบลเชิงเนิน อำเภอเมือง จังหวัดระยอง ระยะทาง 60 กิโลเมตร จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 3 ระยะทาง 108 กิโลเมตร จะถึงจังหวัดจันทบุรี รวมระยะทาง 308 กิโลเมตร
3. เส้นทางที่ 3 ทางหลวงหมายเลข 344 (บ้านบึง-แกลง) เป็นเส้นทางสายหลักอีกหนึ่งสาย ซึ่งช่วยลดระยะทางได้ถึง 70 กิโลเมตร เริ่มต้นกิโลเมตรที่ 98 ถนนสุขุมวิท อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ผ่านอำเภอบ้านบึง อำเภอวังจันทร์ และอำเภอแกลง จังหวัดระยอง ระยะทาง 110 กิโลเมตร จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 3 ระยะทาง 58 กิโลเมตร จะถึงจังหวัดจันทบุรี รวมระยะทาง 266 กิโลเมตร
4. เส้นทางเชื่อมระหว่างภาคตะวันออกเฉียงเหนือกับภาคตะวันออก เริ่มต้นกิโลเมตรที่ 200 ทางหลวงหมายเลข 33 อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี เลี้ยวขวากิโลเมตรที่ 230 จังหวัดสระแก้ว เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 317 ระยะทาง 189 กิโลเมตร ผ่าน อำเภอวังน้ำเย็น อำเภอสอยดาว อำเภอโป่งน้ำร้อน อำเภอมะขาม จนถึงจังหวัดจันทบุรี รวมระยะทางจากอำเภอกบินทร์บุรี –จังหวัดจันทบุรี 219 กิโลเมตร
5. เส้นทางสายมอเตอร์เวย์ เริ่มต้นที่ถนนศรีนครินทร์ กรุงเทพฯ สิ้นสุดที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ระยะทาง 90 กิโลเมตร จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 36 ระยะทาง 50 กิโลเมตร และทางหลวงหมายเลข 3 อีก 108 กิโลเมตร รวมระยะทางกรุงเทพฯ – จันทบุรี 248 กิโลเมตร

รถโดยสารประจำทาง

1. รถโดยสารปรับอากาศ บริษัท ขนส่ง จำกัด มีบริการออกจากสถานีขนส่งสายตะวันออก (เอกมัย) ทุกวัน ตั้งแต่ 04.00 - 24.00 น. ออกทุกชั่วโมง สอบถามรายละเอียด โทร. 0 2391 8097, 0 2391 2504 www.transport.co.th บริษัทเดินรถเอกชนวิ่งบริการ ได้แก่ เชิดชัยทัวร ์ โทร. 0 2391 4146, 0 3935 0357 พรนิภาทัวร ์ โทร. 0 2391 5179, 0 3931 1278 ศุภรัตน์ทัวร์ โทร. 0 2391 2331, 0 3931 2011
2. รถโดยสารธรรมดา ออกจากสถานีขนส่งสายตะวันออก (เอกมัย) เช่นกัน แต่ไม่มีรอบแน่นอน สอบถามรายละเอียด โทร. 0 2391 2504

นอกจากนี้ยังมีรถโดยสารจากจันทบุรีไปยังจังหวัดอื่นๆ ได้แก่ นครราชสีมา ตราด ระยอง สระแก้ว สระบุรี บุรีรัมย์ ปราจีนบุรี ตาก รายละเอียดติดต่อสถานีขนส่งจังหวัดจันทบุรี โทร. 0 3931 1299
ระยะทางจากอำเภอเมืองจันทบุรีไปอำเภอต่าง ๆ

* อำเภอท่าใหม่ 10 กิโลเมตร
* อำเภอขลุง 15 กิโลเมตร
* อำเภอแหลมสิงห์ 20 กิโลเมตร
* อำเภอโป่งน้ำร้อน 25 กิโลเมตร
* อำเภอมะขาม 30 กิโลเมตร
* อำเภอสอยดาว 35 กิโลเมตร
* อำเภอนายายอาม 40 กิโลเมตร
* อำเภอแก่งหางแมว 45 กิโลเมตร
* อำเภอเขาคิชฌกูฏ 50 กิโลเมตร

ระยะทางจากจังหวัดจันทบุรีไปจังหวัดใกล้เคียง

* พัทยา 175 กิโลเมตร
* ระยอง 110 กิโลเมตร
* ตราด 70 กิโลเมตร

  • งานประเพณีของดีเมืองจันท์วันผลไม้ จัดในช่วงเดือนพฤษภาคมของทุกปี โดยมีระยะเวลาในการจัดงานนาน 1-2 สัปดาห์ จัดที่บริเวณสนามสามเหลี่ยมทุ่งนาเชย โดยมีการประกวดรถประดับผลไม้ การประกวดธิดาชาวสวน การประกวดผลไม้ที่มีชื่อเสียงของภาคตะวันออก ได้แก่ เงาะ ทุเรียน มังคุด ระกำ สละ กระท้อนพันธุ์ต่างๆ การประกวดสุนัขพันธุ์ไทยหลังอาน การออกร้านจำหน่ายอัญมณี และการออกร้านของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรอื่นๆอีกมากมาย
  • เทศกาลท่องเที่ยวเขาสอยดาว จัดขึ้นในช่วงปลายปี บริเวณจุดชมวิวที่ว่าการอำเภอสอยดาวและบริเวณเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว ในงานมีการนำเสนอผลผลิตทางการเกษตร สินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ การแสดงศิลปวัฒนธรรม การแข่งขันสอยดาว การจำหน่ายผลไม้หลักของอำเภอ ได้แก่ ลำไย มะขามหวาน เป็นต้น
  • งานปิดทองพระพุทธไสยาสน์ จัดประมาณช่วงใกล้เทศกาลตรุษจีน บริเวณวัดไผ่ล้อม มีการแสดงธรรมเทศนา และจัดแสดงมหรสพ
  • ประเพณีชักพระบาท จัดในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ณ วัดตะปอนใหญ่ อำเภอขลุง เป็นประเพณีที่สืบทอดกันมากว่า 100 ปีแล้ว ภายในงานมีการรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ และมีการแข่งขันการชักเย่อเกวียน โดยมีม้วนภาพเขียนรอยพระพุทธบาทอยู่ตรงกลาง ช่วงกลางคืนมีมหรสพ
  • งานตากสินรำลึก จัดในช่วงปีใหม่ ณ สนามกีฬากลางจังหวัด ภายในงานมีการออกร้านจากหน่วยงาน ของรัฐและเอกชน จัดแสดงนิทรรศการและจำหน่ายสินค้ามากมาย.
  • งานนมัสการรอยพระพุทธบาทพลวง งานนมัสการรอยพระพุทธบาทพลวง จัดขึ้นในวันแรม 15 ค่ำ เดือน 2 ช่วงเทศกาลตรุษจีนถึงมาฆบูชา (ประมาณเดือนมกราคม-มีนาคม) ณ บริเวณยอดเขาคิชฌกูฏ ตำบลพลวง อำเภอมะขาม ภายในงาน มีการจัดบวงสรวงเทวดาอารักษ์ พิธีปิดทองรอยพระพุทธบาท การจัดเดินป่าขึ้นยอดเขาคิชฌกูฏ เป็นงานประเพณีที่ปฏิบัติสืบทอดกันมานาน โดยมีความเชื่อว่าจะได้บุญสูง และเป็นการฝึกจิตใจ ให้มีความอดทน ไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก ในอดีตจะเป็นการเดินเท้าขึ้นสู่ยอดเขาระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร แต่ในปัจจุบันมีรถบริการให้ประชาชนได้เดินทางขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาทแห่งนี้ได้สะดวกยิ่งขึ้น พระพุทธบาทพลวง เป็นรอยพระพุทธบาทขนาดใหญ่ กว้าง 1 เมตร ยาว 2 เมตร อยู่บนยอดเขาสูงจาก ระดับน้ำทะเล 1,000 เมตร ถือว่าเป็นรอยพระพุทธบาทที่สูงที่สุดของประเทศไทย และอยู่ห่างจาก ตัวเมืองจันทบุรีประมาณ 40 กิโลเมตร ในช่วงเทศกาลนมัสการรอยพระพุทธบาทพลวง พุทธศาสนิกชน ที่มีศรัทธาจะเดินทางขึ้นเขาไปแสวงบุญเป็นจำนวนมาก นอกจากจะได้นมัสการพระพุทธบาท ศักดิ์สิทธิ์แล้ว ยังจะได้ชมความงดงามแปลกอัศจรรย์ของ หินลูกพระบาท ก้อนหินกลมใหญ่ริมหน้าผา และได้รับความสดชื่น จากบรรยากาศบนยอดเขาคิชกูฎ นอกจากนี้ผู้ที่ถึง วัดพลวงตอนเย็นสามารถพักค้างคืน เพื่อเริ่มขึ้นยอดเขา ในตอนเช้าได้ โดยทางวัดมีที่พัก และที่อาบน้ำไว้รองรับคนได้จำนวนมาก การเดินทาง หากมาตามถนนสุขุมวิท เมื่อถึงทางแยกเข้าตัวเมืองจันทบุรี (สี่แยกเขาไร่ยา) ให้เลี้ยวลงถนนทางน้ำตกกระทิง หรือ ถนนบำราศนราดูร จากทางแยกเขาไร่ยา ไปถึงน้ำตกกระทิงประมาณ 20 กิโลเมตร เลยวัดระทิงไป 400 เมตร ถึงแยกขวามือไปวัดพลวง เป็นถนนลูกรังระยะทาง 3 กิโลเมตร เมื่อถึงวัดพลวง จะเป็นจุดเริ่มต้นขึ้นไปยังยอดเขา มีรถรับจ้างทดเฟืองพิเศษ รับไปส่งถึงจุดที่ใกล้ที่สุด และเดินเท้าต่ออีกประมาณ 40 นาที

 

 สถานที่ท่องเที่ยว ในตัวเมืองและบริเวณใกล้เคียง

  ศาลหลักเมืองจันทบุรีและศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ตั้งอยู่ที่ถนนท่าหลวงในตัวเมืองจันทบุรี หน้าค่ายสมเด็จพระเจ้าตากสิน ซึ่งเป็นค่ายทหารกองพันทหารราบที่ 3 บริเวณเยื้องกับ ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสิน เป็นอาคารสถาปัตยกรรมสมัยรัชกาลที่ 6 ซึ่งเดิมเคยใช้เป็นศาลากลางจังหวัดจันทบุรีมาก่อน
สวนสาธารณะสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ตั้งอยู่เยื้องกับศาลากลางจังหวัด ริมถนนเลียบเนิน มีเนื้อที่ประมาณ 30 ไร่ ภายในสวนมีเกาะกลางน้ำ ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์ของพระเจ้าตากสินมหาราช ในบริเวณบึงที่ล้อมรอบเกาะนี้ นอกจากจะเป็นที่พายเรือเล่นแล้ว ยังใช้เป็นที่เพาะพันธุ์ปลาของประมงจังหวัดอีกด้วย
ถนนสายอัญมณี ตั้งอยู่ในตัวเมืองบริเวณถนนศรีจันท์และตรอกกระจ่าง ซึ่งตั้งอยู่ใกล้เคียงกัน นับเป็นถนนสายเศรษฐกิจของจังหวัดที่ผู้ประกอบธุรกิจด้านอัญมณีจะมาซื้อขายพลอยและอัญมณีต่างๆ เป็นประจำทุกวัน นับเป็นตลาดพลอยเจียระไนที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย นอกจากนี้ในวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ยังมีการค้าขายพลอยดิบอีกด้วย โดยเปิดตลาดในช่วงเช้าเวลา 08.00 น. จนถึงประมาณ 15.00 น. มีนายหน้าหรือตัวแทนซื้อขายพลอยมาชุมนุมต่อรองราคากันอย่างคึกคัก นับเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของเมืองจันทบุรี
วัดเขตร์นาบุญญาราม ตั้งอยู่ที่ถนนเบญจมราชูทิศในตัวเมืองจันทบุรี เป็นวัดญวนซึ่งก่อสร้าง เป็นศิลปะแบบจีนปนไทย วัดนี้มีสิ่งน่าแปลกอย่างหนึ่งคือ มีนกนางแอ่นป่ามาสร้างรังสีดำขนาดใหญ่ห้อยย้อยลงมา จากกลางเพดานโบสถ์และยังมีรังเล็ก ๆ อยู่ตามหัวเสาที่อยู่ด้านหน้าโบสถ์ด้วย นกนางแอ่นเหล่านี้มาอาศัยทำรังที่วัดแห่งนี้เป็นเวลากว่า 20 ปีแล้ว โดยจะบินออกไปหาอาหารในตอนเช้า และบินกลับมาเข้ารังในตอนเย็น
วัดไผ่ล้อม ตั้งอยู่ที่ตำบลจันทนิมิตร เดินทางไปตามถนนศรีจันท์ ข้ามสะพานตรีรัตน์ซึ่งเป็นสะพานข้ามแม่น้ำจันทบุรีไปเล็กน้อย มีแยกซ้ายไปวัดเป็นระยะทางอีกราว 500 เมตร ภายในวัดมีจิตรกรรมฝาผนังเก่าแก่สมัยอยุธยาตอนปลายเกี่ยวกับพระเจ้าสิบชาติ
โบสถ์คาทอลิก เป็นโบสถ์คริสต์นิกายคาทอลิก ตั้งอยู่ในบริเวณโรงเรียนสตรีมารดาพิทักษ์ ตำบลจันทนิมิตร สามารถเข้าทางเดียวกับวัดไผ่ล้อม เมื่อถึงวัดไผ่ล้อมแล้วเดินทางต่อไปอีกราว 1 กิโลเมตร หรือจากตัวเมืองเดินทางข้ามสะพานวัดจันท์ไปตามถนนจันนิมิตรจะพบทางแยกขวาไปโบสถ์คาทอลิก สถานที่แห่งนี้มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า วัดแม่พระปฏิสนธินิรมล ได้ชื่อว่าเป็นโบสถ์คาทอลิกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีรูปทรงทางสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกที่เรียกว่า ศิลปะแบบโกธิค ตบแต่งด้วยกระจกสีติดผนังเป็นภาพทางคริสต์ศาสนา สวยงามมาก
ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดจันทบุรี ตั้งอยู่ภายในสถาบันราชภัฏรำไพพรรณี ห่างจากตัวเมือง 6 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 316 อยู่บริเวณที่เป็นพระตำหนักสวนบ้านแก้วพระราชนิเวศน์ของสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 โดยมีการรวบรวมสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ที่เป็นอนุสรณ์ของพระองค์ท่านเก็บไว้ และยังมีโบราณวัตถุที่เก็บจากท้องที่จังหวัด จันทบุรีนำมาแสดงไว้ด้วย เปิดให้เข้าชมในวันและเวลาราชการ โดยทำหนังสือขออนุญาตเข้าชม ล่วงหน้าไปที่สถาบันราชภัฏรำไพพรรณี อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี
วัดพลับพลา อยู่ที่ตำบลบางกะจะ มีสิ่งสำคัญคือ วิหารไม้ เจดีย์กลางน้ำ หอไตรกลางน้ำ หอสวดมนต์ และพระปรางค์
วัดทองทั่ว อยู่ริมถนนสุขุมวิท ห่างจากตัวเมืองราว 4 กิโลเมตร มีพระอุโบสถและเจดีย์อายุนับร้อยปี เป็นสถานที่เก็บรักษาโบราณวัตถุเขมร ได้แก่ ทับหลังแบบศิลปะถาลาปริวัติ ทับหลังแบบศิลปะไพรกเมง เสาอิงประดับกรอบประตูแบบศิลปะถาลาปริวัติ และแบบศิลปะนครวัดตอนปลาย และภาพสลักลายเส้นพระพิฆเณศวร และงวงหูช้างหิน อายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 17-18
โบราณสถานเมืองเพนียด อยู่ในเขตตำบลคลองนารายณ์ ใกล้กับวัดทองทั่ว มีกำแพงก่อด้วยศิลาแลง สันนิษฐานว่าเดิมเป็นที่ตั้งเมืองจันทบุรีในยุคแรก


เส้นทางอำเภอเมือง - ท่าใหม่ - คุ้งวิมาน

แหล่งเรือโบราณ ตั้งอยู่ที่บ้านเสม็ดงาม โดยเดินทางจากตัวเมืองไปตามถนนท่าแฉลบผ่านโรงแรมอีสเทิร์น ไปวิทยาลัยเทคนิคจันทบุรี ระยะทาง 3 กิโลเมตร เลี้ยวขวาตรงวัดเกาะโตนดไปอีก 4 กิโลเมตร ผ่านวัดเสม็ดงาม แล้วเลี้ยวขวาไปอีก 1 กิโลเมตร บริเวณนี้เชื่อกันว่าเป็นสถานที่ซึ่งสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชใช้เป็นที่ต่อเรือรบ เมื่อครั้งเตรียมยกทัพไปตีพม่า เมื่อ พ.ศ. 2310 เพื่อกู้เอกราชชาติไทย หน่วยโบราณคดีใต้น้ำ กองโบราณคดี กรมศิลปากร ได้ทำการขุดค้นซากเรือและตรวจสอบชั้นดินทางโบราณคดี พบส่วนประกอบต่าง ๆ ของเรือโบราณ และแอ่งน้ำรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าอยู่ตามริมฝั่งอ่าวลักษณะคล้ายอู่เรืออยู่หลายแห่ง
โบราณสถานค่ายเนินวง ตั้งอยู่ที่ตำบลบางกะจะ ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศตะวันตก ตามถนนท่าแฉลบประมาณ 6.5 กิโลเมตร พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 โปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยาพระคลังสร้างขึ้นเมื่อวันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2377 เพื่อเตรียมรับศึกญวน มีพื้นที่ประมาณ 270 ไร่ มีลักษณะเป็นเมืองรูปสี่เหลี่ยม มีกำแพงขนาดใหญ่ก่อด้วยศิลาแลง มีคูน้ำล้อมรอบ แต่ละด้านมีประตูเชิงเทินหอรบ มีปืนใหญ่วางเรียงรายไว้ตามแนวกำแพงโดยรอบ นับว่าเป็นค่ายที่มั่นคงแข็งแรงที่สุดในสมัยนั้น ในบริเวณค่ายมีศาลหลักเมืองซึ่งประดิษฐานพระรูปของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และยังมีเก่าแก่ชื่อวัดโยธานิมิตร ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเป็นวัดประจำเมือง 
สำนักงานโบราณคดีใต้น้ำ ตั้งอยู่ในบริเวณค่ายเนินวง เป็นสถานที่เก็บรวบรวมและรักษาโบราณวัตถุที่นำขึ้นมาจาก เรือสำเภาโบราณที่จมอยู่ใต้ทะเลอ่าวไทย โบราณวัตถุเหล่านี้ประกอบด้วยเครื่องปั้นดินเผาประเภทถ้วย โถ ไห กระปุก ตุ๊กตารูปคนและรูปสัตว์ ซึ่งเป็นเครื่องสังคโลกไทยจากแหล่งเตาศรีสัชนาลัย และเตาแม่น้ำน้อย จังหวัดสิงห์บุรี เปิดให้เข้าชมทุกวันโดยไม่เสียค่าเข้าชม ตั้งแต่เวลา 08.30-16.00 น. ปัจจุบันกรมศิลปากรกำลังดำเนินการปรับปรุงสถานที่แห่งนี้เพื่อจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทบุรี เพื่อเป็นสถานที่สำหรับ ศึกษาค้นคว้าประวัติความเป็นมาด้านสังคม เศรษฐกิจ ธรรมชาติวิทยา รวมทั้งวิถีชีวิต และศิลปวัฒนธรรมของจันทบุรี รวมทั้งจัดแสดง หลักฐาน ความเป็นมาเกี่ยวกับการพาณิชย์นาวีของไทยไว้ด้วย
บ่อพลอยเขาพลอยแหวน อยู่ที่ตำบลบางกะจะ อยู่เลยค่ายเนินวงไปทางอำเภอท่าใหม่ประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นแหล่งขุดพลอยแห่งแรกของเมืองจันท์ ชาวบ้านส่วนใหญ่เดิมมีอาชีพเกี่ยวข้องกับพลอยอย่างครบวงจร คือมีทั้งการขุด เผา เจียระไนพลอย รวมถึงการนำออกจำหน่ายสู่ตลาด และบริเวณนี้ยังเป็นเส้นทางของผู้ค้าทับทิมที่มาจากบ่อไร่ และหนองบอนของจังหวัดตราดอีกด้วย
เจดีย์ยอดเขาพลอยแหวน อยู่ที่ตำบลพลอยแหวน อำเภอท่าใหม่ พระยาจันทบุรีได้สร้างขึ้น เมื่อราวปี พ.ศ. 2375 ในสมัยรัชกาลที่ 5 บนจุดที่สูงที่สุดของเขาพลอยแหวน เป็นเจดีย์ทรงกลมแบบลังกา ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ มีมณฑปประดิษฐานพระพุทธบาทจำลองอยู่ใกล้เคียงกัน  
วนอุทยานเขาแหลมสิงห์ ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ 1ตำบลบางกะไชย อำเภอแหลมสิงห์ มีเนื้อที่ทั้งทางบกและทางทะเลประมาณ 9,500 ไร่ มีทรัพยากรธรรมชาติที่น่าสนใจมากมาย สภาพป่าเป็นป่าดงดิบแล้งและป่าชายหาด พันธุ์ไม้ที่สำคัญได้แก่ กฤษณา ไม้กะบก ไม้ตะแบก หว้า ตีนเป็ด มีสัตว์เล็ก ๆ หลายชนิด เช่น ลิงแสม กระจงเล็ก กระรอกบินสีส้ม ไก่ป่า และนกนานาชนิด ส่วนพืชและสัตว์ทะเลจะพบตามชายหาดและเกาะต่าง ๆ

การเดินทาง สามารถเดินทางไปถึงได้ 2 เส้นทาง เส้นทางแรกเดินทางจากกรุงเทพฯ ผ่านจังหวัดจันทบุรี เข้าสู่อำเภอแหลมสิงห์ รวมระยะทาง 350 กิโลเมตร จากนั้นเช่าเรือข้ามฟากจากอำเภอแหลมสิงห์ไปขึ้นที่หาดกระทิง แล้วเดินเท้าอีก 400 เมตร จะถึงวนอุทยานฯ เส้นทางที่สอง เดินทางจากกรุงเทพฯ สู่อำเภอท่าใหม่ระยะทาง 280 กิโลเมตร จากนั้นใช้เส้นทางท่าใหม่-บางกะไชย ระยะทาง 25 กิโลเมตร เส้นทางนี้จะผ่านวัดเขาแหลมสิงห์ตัดขึ้นภูเขาไปจนถึงที่ทำการวนอุทยานซึ่งตั้งอยู่บนที่สูงมองเห็นทิวทัศน์ชายทะเลได้กว้างไกล และยังเป็นจุดที่สามารถชมพระอาทิตย์ตกได้อย่างสวยงาม

สถานที่ท่องเที่ยวภายในเขตวนอุทยาน
 เขาแหลมสิงห์ เป็นภูเขาขนาดเล็ก สูงจากระดับน้ำทะเลราว 172 เมตร เหตุที่เรียกว่าเขาแหลมสิงห์ เนื่องจากด้านหน้าเขามีหินเป็นแก่งเกาะยื่นล้ำออกไปในทะเล เป็นรูปคล้ายสิงห์หมอบ มีหัว ลำตัว หาง เท้า และดวงตา บริเวณใกล้กันมีป้อมปืนที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 3 คือ ป้อมไพรีพินาศจากที่ทำการบนเนินเขามีทางเดินลงไปยัง อ่าวกระทิง ซึ่งเป็นชายหาดเล็ก ๆ อยู่ตรงข้ามกับหาดแหลมสิงห์ หาดทรายสีเหลืองนวล บรรยากาศเงียบสงบและสวยงาม สามารถขออนุญาตตั้งเต๊นท์พักแรมได้ ด้านหน้าอ่าวกระทิงมี เกาะนมสาว มีพื้นที่ประมาณ 150 ไร่ มีชายหาดอยู่ทางทิศเหนือของเกาะยาว 300 เมตร ทางด้านใต้ของเกาะเป็นหน้าผาสูงชัน ทางด้านทิศเหนือมีแนวปะการังสวยงามยาวประมาณ 500 เมตร เหมาะแก่การดำน้ำ ถัดจากเกาะนมสาวไปทางทิศตะวันออกเป็น เกาะจุฬา เป็นเกาะเล็ก ๆ ที่มีเนื้อที่ประมาณ 15 ไร่ หาดทรายยาว 50 เมตร เป็นแหล่งปะการังน้ำตื้นเช่นกัน การเดินทางไปเกาะและหาดต่าง ๆ ในวนอุทยานเขาแหลมสิงห์นั้น นักท่องเที่ยวสามารถเช่าเรือจากหาดแหลมสิงห์ ใช้เวลาประมาณ 15-50 นาที ค่าเช่าเรือ 200-400 บาท นั่งได้ 8-10 คน
หาดอ่าวยาง เป็นชายหาดเล็ก ๆ เช่นเดียวกับหาดอ่าวกระทิง ทางเข้าชายหาดอยู่ก่อนถึงวนอุทยานเขาแหลมสิงห์ประมาณ 2 กิโลเมตร ริมชายหาดร่มรื่น มีร้านอาหาร และที่พักของเอกชนบริการแก่นักท่องเที่ยว
หาดคุ้งวิมาน หาดคุ้งกระเบน หาดแหลมเสด็จ และหาดเจ้าหลาว เป็นชายหาดที่มีชื่อเสียงของจันทบุรี อยู่ในเขตอำเภอท่าใหม่ สามารถเข้าถึงได้สองเส้นทาง คือ จากถนนสุขุมวิทก่อนถึงตัวเมืองจันท์ราว 30 กิโลเมตร ตรง กม. 301 มีทางแยกขวาไปตามทางหลวง 3399 และจะพบป้ายทางแยกไปหาดต่าง ๆ เป็นระยะ อีกเส้นทางหนึ่งคือจากตัวเมืองเดินทางไปอำเภอท่าใหม่ระยะทาง 17 กิโลเมตร ต่อด้วยเส้นทางที่ไปเขื่อนวังโตนดและเลยไปจนถึงชายทะเลได้เช่นกัน เป็นทางราดยางตลอดสาย
หาดคุ้งวิมาน เป็นหาดทรายสีเหลืองนวล แยกจากถนนสุขุมวิทเข้าไปเป็นระยะทาง 18 กิโลเมตร ส่วนหาดคุ้งกระเบนอยู่ถัดจากหาดคุ้งวิมานไป 8 กิโลเมตร เป็นหาดทรายสีขาวสะอาด บรรยากาศร่มรื่น หาดแหลมเสด็จ แยกจากถนนสุขุมวิทไปประมาณ 27 กิโลเมตร บรรยากาศเงียบสงบ และหาดเจ้าหลาวอยู่ถัดมาจากหาดแหลมเสด็จ มีผู้คนนิยมไปพักผ่อนกันที่นี่ในวันหยุด เป็นหาดทรายสีนวล ยาวเหยียดสุดสายตา ร่มรื่นด้วยทิวมะพร้าว บริเวณชายหาดเหล่านี้มีบริการร้านอาหารและที่พักสำหรับนักท่องเที่ยว นอกจากนี้บริเวณหน้าหาดเจ้าหลาว ห่างจากชายฝั่งไปราว 1 กิโลเมตร มีแนวปะการังน้ำตื้น ครอบคลุมพื้นที่ถึง 14 ตารางกิโลเมตร นับเป็นสิ่งที่หาได้ไม่ง่ายนัก เพราะโดยปกติแล้วปะการังจะเกิดในบริเวณที่เป็นเกาะเท่านั้นเนื่องจากมีการไหลเวียนของกระแสน้ำพอเหมาะ อุณหภูมิเหมาะสม และไร้มลพิษ การพบปะการังบริเวณใกล้แนวชายฝั่งจึงสะดวกต่อการเดินทางไปชม โดยนั่งเรือจากชายฝั่งไปเพียง 10 นาทีเท่านั้น ติดต่อบริการเรือท้องกระจก และเรือเช่าพาไปดำน้ำดูปะการังได้ที่สถานที่พักต่าง ๆ ริมชายหาด


เส้นทางระยอง - จันทบุรี

ถ้ำเขาวง อยู่บ้านเขาวงกต อำเภอแก่งหางแมว เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติเขา ชะเมา-เขาวง เดินทางไปตามเส้นทางระยอง-จันทบุรี ก่อนถึงตัวเมืองจันท์ราว 40 กิโลเมตร มีแยกซ้ายจากถนนสุขุมวิทตรงกิโลเมตรที่ 286 (บ้านกองดิน) ระยะทาง 11 กิโลเมตร หรืออีกเส้นทางหนึ่งแยกซ้ายจากถนนสุขุมวิทที่ กม. 288 บริเวณตลาดนายายอามเป็นระยะทาง 15 กิโลเมตร เขาวงเป็นภูเขาหินปูนหลายลูกล้อมกันลักษณะเป็นวง มีพื้นที่ราว 2,750 ไร่ มีชะโงกผาที่สวยงามมาก ภายในเขามีถ้ำที่สวยงามน่าศึกษาและเที่ยวชมประมาณ 20 ถ้ำ เช่น ถ้ำเพชร ถ้ำละคร ถ้ำสิงห์โต ถ้ำ สามิตร ถ้ำเต่า ฯลฯ มีหินงอก หินย้อยที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ บางถ้ำติดต่อทะลุถึงกันได้ บริเวณเขาวงมีพันธุ์ไม้ที่น่าสนใจศึกษามากมาย รวมทั้งสัตว์ป่า เช่น ลิง หมีควาย และเลียงผา นักท่องเที่ยวสามารถขอคำแนะนำการชมถ้ำได้จากเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์อุทยานที่เขาวงได้ การเข้าชมถ้ำควรนำไฟฉายติดตัวไปด้วยเนื่องจากในถ้ำไม่มีแสงสว่าง ช่วงที่เหมาะแก่การท่องเที่ยวคือระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน หากพ้นช่วงนี้ไปแล้วภายในถ้ำจะมีน้ำเอ่อท่วมอยู่ตลอดเวลา


เส้นทางอำเภอเมือง - น้ำตกกระทิง

ฟาร์มจระเข้-สวนสัตว์ชำโสม ตั้งอยู่ที่บ้านชำโสม ตำบลแสลง อำเภอเมืองจันทบุรี เดินทางไปตามถนนสุขุมวิทถึงหลัก กม. 324 เลี้ยวตรงสี่แยกเขาไร่ยา ทางไปน้ำตกกระทิง เป็นระยะทาง 4 กิโลเมตร อยู่ด้านขวามือ เป็นศูนย์รวมพันธุ์จระเข้น้ำจืด และจระเข้น้ำกร่อยหลายชนิดนับพันตัว และมีสัตว์อื่น ๆ อีกนานาชนิด บริเวณรอบฟาร์มเป็นสวนผลไม้ เช่น ทุเรียน เงาะ สละ และกระท้อน เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมทุกวัน เวลา 08.00-18.00 น. นอกจากนี้ยังมีการแสดงของช้างแสนรู้ ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ วันละ 2 รอบ เวลา 12.00 น. และ 15.00 น. ค่าเข้าชมชาวไทย ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 20 บาท ชาวต่างประเทศคนละ 60 บาท รายละเอียดสอบถามได้ที่ โทร. 01- 327-0347, (039) 324247
วัดเขาสุกิม อยู่ในเขตตำบลเขาบายศรี อำเภอท่าใหม่ ห่างจากตัวเมืองจันทบุรีประมาณ 20 กิโลเมตร สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2509 ด้วยแรงศรัทธาของพุทธศาสนิกชนที่มีต่อพระอาจารย์สมชาย ฐิตวิริโย โดยมีจุดประสงค์เพื่อใช้เป็นที่บำเพ็ญภาวนาของพุทธศาสนิกชนทั่วไป วัดมีบริเวณกว้างขวาง อยู่สูงขึ้นไปบนเนินเขา มีพื้นที่ประมาณ 3,280 ไร่ ภายในวัดมีศาสนสมบัติ ศาสนวัตถุ และวัตถุโบราณล้ำค่าต่างๆ มากมาย มีการจัดแสดงหุ่นขี้ผึ้งของพระอาจารย์ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของพุทธศาสนิกชนทั่วไปกว่า 20 ท่าน เช่น หลวงปู่แหวน หลวงปู่วัน พระอาจารย์มั่น ฯลฯ เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น. การเดินทางไปวัดเขาสุกิม สามารถไปได้หลายเส้นทาง คือ จากถนนสุขุมวิท กม. 105 บริเวณบ้านห้วยสะท้อน มีทางแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 3322 ไปวัดเขา สุกิมเป็นระยะทาง 13 กิโลเมตร หรือหากเลยแยกนี้ไปจะมีทางเข้าวัดได้อีกทางหนึ่งที่บริเวณบ้านเนินสูงเป็นระยะทาง 16กิโลเมตร หรืออาจใช้เส้นทางไปน้ำตกกระทิงก็ได้ โดยแยกจากถนนสุขุมวิทที่บริเวณสี่แยกเขาไร่ยาเข้าไปประมาณ 7 กิโลเมตร ถึงทางแยกเลี้ยวซ้ายไปอีกประมาณ 10 กิโลเมตร
สวนสะเด็ดยาด อยู่เยื้องกับวัดเขาสุกิม มีเนื้อที่ประมาณ 180 ไร่ เป็นสวนผลไม้ ปลูกเงาะและทุเรียนเป็นส่วนใหญ่ ช่วงที่เหมาะแก่การมาเที่ยวชม คือช่วงที่ผลไม้ออกชุก ในราวเดือนเมษายนถึงมิถุนายน เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00-18.00 น. ค่าเข้าชมคนละ 50 บาท สามารถรับประทานเงาะที่ปลูกในสวนได้ ภายในสวนมีที่พักพร้อมห้องประชุม สระว่ายน้ำ และห้องอาหารไว้บริการแก่นักท่องเที่ยว รายละเอียดเพิ่มเติมสอบถามได้ที่ สำนักงานหนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ กรุงเทพฯ โทร. 272-1030 ต่อ 1431 หรือที่จันทบุรี โทร. (01) 211-2968
อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ อยู่ในท้องที่อำเภอมะขามและกิ่งอำเภอเขาคิชกูฏ การเดินทางใช้ถนนสุขุมวิท ถึง กม. 324 บริเวณสี่แยกเขาไร่ยา แยกซ้ายไป 21 กิโลเมตร ถึงทางแยกเข้าอุทยานเลี้ยวขวาอีก 1.5 กิโลเมตร (สามารถนั่งรถสองแถวจันทบุรี-น้ำตกกระทิง ค่าโดยสาร 20 บาทต่อคน อุทยานแห่งชาติเขาคิชกูฏได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2520 มีเนื้อที่ 58 ตารางกิโลเมตร สภาพป่าในบริเวณนี้มีทั้งป่าดิบชื้น ป่าดิบเขา และป่าไม้ผลัดใบ มีสมุนไพรและกล้วยไม้ป่านานาชนิด รวมทั้งมีพันธุ์ไม้หายากคือ ไม้กฤษณา เนื่องจากเป็นป่าที่อยู่ในเขตเทือกเขาสูงชัน จึงมีสัตว์ป่าชุกชุม เช่น กระทิง เสือ หมี กวาง เก้ง เลียงผา และนกชนิดต่างๆ ตามลำห้วยมีปลาพลวง ปลาก้าง ปลาหนวด ปลาดุกรำพัน อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ในเขตอุทยานมีสถานที่น่าสนใจ ได้แก่
 -น้ำตกกระทิง อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 100 เมตร เป็นน้ำตกขนาดใหญ่มี 13 ชั้น ซึ่งล้วนมีความงามแบบต่างๆ กัน และมีแอ่งน้ำใสสะอาด ลงเล่นน้ำได้ แต่ละชั้นห่างกันราว 20 เมตร ในระหว่างทางจะผ่านป่าไผ่และพันธุ์ไม้หลากชนิด
 -อุทยานยอดเขาพระบาท อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 5 กิโลเมตร ตามเส้นทางแยกเข้าวัดพลวง และเดินเท้าสู่ยอดเขาอีก 3 กิโลเมตร บนยอดเขาคิชกูฏหรือเขาพระบาทนี้ มีปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยาที่ถูกนำมาเกี่ยวพันกับตำนานทางพุทธศาสนา อาทิ ศิลาเจดีย์ รอยพระพุทธบาท หินรูปบาตรคว่ำ ถ้ำฤาษี ลานแข่งรถพระอินทร์ หินเป็นรูปคล้ายเต่าและช้างขนาดยักษ์ ในวันมาฆบูชามีประชาชนไปนมัสการรอยพระพุทธบาทเป็นจำนวนมาก สอบถามเกี่ยวกับที่พักและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ โทร. 579-7223, 579-5734
เพคเกจทัวร์ล่องแก่งคลองโป่งน้ำร้อน พบความสนุกตื่นเต้นกับการล่องแก่งวังขอน วังวน วังกะทะ โดยมีเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์ให้ความสะดวกครบครัน อัตราค่าบริการ 3,9000 บาท/ลำ พร้อมอาหาร 1 มื้อ ในจำนวน 8 คน หรือท่านละ 650 บาท อัตรานี้รวมค่าบริการต่าง ๆ ดังนี้ ค่าล่องเรือยาง ค่าเสื้อชูชีพ และหมวกกันน็อค ค่าเจ้าหน้าที่ควบคุมเรือยาง ติดต่อล่วงหน้าก่อนเดินทาง 1 หัปดาห์ที่สำนักงานที่ว่าการอำเภอโป่งน้ำร้อน โทร. (039) 387110, 387035 หรือ ติดต่อที่ บริษัท ฟูจิ คุณทรงศักดิ์ (01) 831-4922, (01) 253-3503, กรุงเทพฯ โทร. 918-606-8


เส้นทางอำเภอเมือง - อำเภอมะขาม - อำเภอสอยดาว

 เขื่อนคีรีธาร ตั้งอยู่ในเขตอำเภอมะขาม จากจันทบุรีเดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 317 ประมาณ 20 กิโลเมตร จะมีทางแยกขวาไปเขื่อนคีรีธาร เป็นเขื่อนเอนกประสงค์สร้างขึ้นเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าและใช้ประโยชน์ในการชลประทาน บริเวณอ่างเก็บน้ำมีทิวทัศน์สวยงาม เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว มีพื้นที่ 465,637.5 ไร่ ห่างจากจังหวัดจันทบุรีประมาณ 70 กิโลเมตร จากจันทบุรีเดินทางตามทางหลวงหมายเลข 317 ที่มุ่งสู่สระแก้ว ผ่านอำเภอโป่งน้ำร้อน ถึงหลักกิโลเมตรที่ 22 ก่อนถึงตลาดปะตงจะมีทางแยกซ้ายไปอีก 3 กิโลเมตรถึงที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว การเดินทาง นั่งรถประจำทางจากจันทบุรี-สระแก้ว ลงที่ตลาดปะตงแล้วเหมารถสองแถวไปส่งที่เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าเขาสอยดาวราคาประมาณ 100-150 บาท
เขาสอยดาวมีสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสลับซับซ้อน มียอดเขาที่สูงที่สุดในภาคตะวันออกคือ ยอดเขาสอยดาวใต้ สูงประมาณ 1,675 เมตร นอกจากนี้ยังมีเขาสิบห้าชั้น เขาตะพง เขางู และเขาทรายขาว ภูเขาเหล่านี้เป็นแหล่งกำเนิดของน้ำตกและห้วยน้ำลำธารหลายสาย มีสัตว์ป่ามากมาย รวมทั้งนกและผีเสื้อสีสันสวยงามมากมายหลายชนิด น้ำตกที่สำคัญคือ น้ำตกเขาสอยดาว ซึ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวทั่วไปเข้าชมได้ ประกอบด้วยชั้นต่างๆ ถึง 15 ชั้น อยู่ห่างจากที่ทำการประมาณ 4 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติและค่ายพักแรมสำหรับเยาวชนและกลุ่มคณะที่สนใจ ติดต่อขออนุญาตล่วงหน้าที่ สถานีพัฒนาและส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่าทรายขาว ตู้ปณ.15 อ.สอยดาว จันทบุรี 22180 หรือ ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมป่าไม้ กรุงเทพฯ โทร. 579-4847


เส้นทางอำเภอเมือง-อำเภอแหลมสิงห์-อำเภอขลุง

  วัดเนินสูง แยกขวาเข้าตรงกิโลเมตรที่ 338 ไปประมาณ 900 เมตร วัดนี้มีจิตรกรรม ฝาผนังเช่นเดียวกับวัดไผ่ล้อม
วัดมังกรบุปผาราม หรือวัด “เล่งฮัวยี่” ในภาษาจีน ตั้งอยู่ริมถนนสุขุมวิท บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 345 ห่างจากตัวเมืองจันทบุรีประมาณ 12 กิโลเมตร เป็นวัดจีนที่สงบและสวยงาม น่าแวะไปเยี่ยมชม
อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว ตั้งอยู่ในเขตเทือกเขาสระบาป อำเภอแหลมสิงห์ จากตัวเมืองขับรถออกมาที่ถนนสุขุมวิทตรงกิโลเมตรที่ 346 มีทางแยกซ้ายไปน้ำตกพลิ้ว 2 กิโลเมตร (สามารถใช้บริการรถสองแถวจันทบุรี-น้ำตกพริ้ว ค่าโดยสาร 20 บาท) อุทยานแห่งนี้มีเนื้อที่ 134.5 ตารางกิโลเมตร ประกาศจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อ พ.ศ. 2518 สภาพโดยทั่วไปเป็นป่าโปร่ง มีพันธุ์ไม้ต่างๆ เช่น ขนุนป่า กระท้อนป่า พิมเสน ขึ้นอยู่ทั่วไป สถานที่น่าสนใจในเขตอุทยานฯ ได้แก่
 -น้ำตกพลิ้ว เป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงของจันทบุรี มี 3 ชั้น มีแอ่งใส เหมาะแก่การเล่นน้ำ ในธารน้ำตกมีปลาพลวงอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก จากทางขึ้นไป 200 เมตร มีอลงกรณ์เจดีย์อยู่ทางขวามือ เป็นเจดีย์ศิลาแลง รัชกาลที่ 5 โปรดให้พระยาจันทบุรีเป็นแม่กองสร้างเมื่อ พ.ศ. 2419 นอกจากนี้แล้วบริเวณใกล้ๆ กันยังมี “ปิรามิดพระนางเรือล่ม” หรือ “สถูปพระนางเรือล่ม” เป็นที่บรรจุพระอังคารของพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ (พระนางเรือล่ม) ซึ่งเคยเสด็จประพาสน้ำตกพลิ้ว เมื่อ พ.ศ. 2417
 -น้ำตกคลองนารายณ์ ห่างจากตัวเมืองจันทบุรีประมาณ 6 กิโลเมตร โดยแยกจากถนนสายจันทบุรี-ตราด ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 338-339 ประมาณ 2 กิโลเมตร จากนั้นต้องเดินเท้าอีก 2 กิโลเมตร เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบเดินป่า
 -น้ำตกตรอกนอง เป็นน้ำตกสายหนึ่งในเขตเทือกเขาสระบาป การเดินทางจากแยกบริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ไป 5 กิโลเมตร น้ำตก มี 3 ชั้น ชั้นล่างสุดเรียกว่า น้ำตกไม้ชี้ ถัดไปเป็นน้ำตกกลาง และชั้นบนสุด คือน้ำตกตรอกนอง มีความสวยงามมาก มีน้ำไหลตลอดปี มีบริเวณสำหรับกางเต๊นท์พักแรมได้ เหมาะสำหรับผู้ที่รักการผจญภัย และนิยมธรรมชาติ บริเวณน้ำตกพลิ้วมีที่พักของอุทยานฯ และสถานที่กางเต๊นท์พักแรม รายละเอียดติดต่อ กองอุทยานแห่งชาติ โทร. 579-7223, 579-5734
แหล่งทอเสื่อจันทบูรบ้านบางสระเก้า เสื่อจันทบูร เป็นหัตถกรรมที่มีชื่อเสียงของจังหวัดจันทบุรี ซึ่งผู้มาเที่ยวเมืองจันท์นิยมหาซื้อเพื่อเป็นของใช้ของฝาก กรรมวิธีการผลิตเริ่มจากเก็บต้นกกที่ปลูกไว้มาผ่าเป็นเส้นแล้วตากแดดให้แห้ง จากนั้นนำมาย้อมสีแล้วตากให้แห้งอีกครั้ง แล้วจึงนำมาทอเป็นผืนเสื่อให้มีลวดลายสวยงาม นอกจากนี้ยังมีการประดิษฐ์เป็นเครื่องใช้อื่น ๆ อีก เช่น กระเป๋า กล่องใส่กระดาษเช็ดมือ ที่รองจาน และที่ใส่จดหมาย เหมาะแก่การซื้อหาเป็นของฝาก หากจะไปชมวิธีการผลิตที่บ้านบางสระเก้า เดินทางจากตัวเมืองข้ามสะพานตรีรัตน์ไปยังถนนสุขุมวิท เลี้ยวขวาทางไปตราดประมาณ 8 กิโลเมตร จะมีทางแยกขวาไปบ้านบางสระเก้าเป็นระยะทางอีก 8 กิโลเมตร นอกจากบางสระเก้าแล้วยังมีแหล่งทอเสื่อกกอยู่ที่บ้านเสม็ดงาม และบ้านตะเคียนคู่ในเขตอำเภอเมืองอีกด้วย
คุกขี้ไก่ อยู่ก่อนถึงหาดแหลมสิงห์ราว 1 กิโลเมตร เป็นคุกที่ฝรั่งเศสสร้างขึ้นเพื่อกักขังคนไทยที่ต่อต้าน เมื่อครั้งฝรั่งเศสเข้ายึดจันทบุรีในกรณีพิพาทกันด้วยเรื่องดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง พ.ศ. 2436 (ร.ศ. 112) คุกขี้ไก่มีลักษณะเป็นหอสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้างยาวด้านละประมาณ 4.40 เมตร สูงประมาณ 7 เมตร ก่อด้วยอิฐถือปูน มีช่องระบายอากาศอยู่สองแถว หลังคาโปร่ง เล่ากันว่า เป็นคุกที่ทรมานมากเพราะชั้นบนใช้เป็นที่เลี้ยงไก่ ซึ่งจะถ่ายมูลรดศีรษะนักโทษที่ถูกคุมขังตลอดเวลา
ตึกแดง ตั้งอยู่ใกล้กับคุกขี้ไก่ เดิมเป็นที่ตั้งของป้อมพิฆาตปัจจามิตร แต่ฝรั่งเศสดัดแปลงป้อมนี้ให้เป็นที่พักและกองบัญชาการทหารฝรั่งเศส ตึกแดงสร้างขึ้นพร้อมกับคุกขี้ไก่ เป็นตึกชั้นเดียว สีแดง หลังคามุงกระเบื้อง ปัจจุบันใช้เป็นห้องสมุดประชาชนอำเภอแหลมสิงห์
หาดแหลมสิงห์ ห่างจากตัวเมือง 31 กิโลเมตร โดยเดินทางไปตามถนนสุขุมวิท เส้นทางไปจังหวัดตราด ถึง กม. 347 มีทางแยกขวาไปหาดแหลมสิงห์อีก 16 กิโลเมตร เป็นชายหาดที่ร่มรื่นด้วยแนวสนซึ่งทอดยาวไปตลอดชายหาด ริมหาดมีร้านอาหาร และมีเรือให้เช่าไปเที่ยวเกาะจุฬา ซึ่งอยู่หน้าหาดแหลมสิงห์
โอเอซีส ซี เวิลด์ ตั้งอยู่ก่อนถึงหาดแหลมสิงห์ ที่ตำบลปากน้ำ อำเภอแหลมสิงห์ เป็นสถานที่เพาะพันธุ์และอนุรักษ์ปลาโลมาในน่านน้ำจันทบุรี ซึ่งมีอยู่ 2 พันธุ์ คือ พันธุ์หัวบาตร และพันธุ์หัวขวด มีการแสดงของปลาโลมาให้ชมวันละประมาณ 5 รอบ นอกจากนี้ยังมีสวนผีเสื้อ บ่อปลา และสัตว์ต่าง ๆ รวมทั้งร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก และที่พัก เปิดให้เข้าชมทุกวัน วันธรรมดาเวลา 09.00-18.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการเวลา 07.00-18.00 น. ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 90 บาท เด็ก 50 บาท รายละเอียดเพิ่มเติม โทร. (039) 363238-9




แผนที่ท่องเที่ยว
แผนที่จันทบุรี