ประมวลความคิดของนักคิดระดับโลก
- Tab 1
- Tab 2
- Tab 3
- Tab 4
ประมวลความคิดของนักคิดระดับโลก
จะขอกล่าวถึงวจีพจน์อมตะของนักปราชญ์และนักคิดระดับโลกที่น่าสนใจและสามารถเตือนสติเราได้เป็นอย่างดี ดังนี้
1. ลีโอนาโด ดาวินชี (Leonardo da Vinci)
ลีโอนาโด ดาวินชี เมื่อกล่าวถึงชื่อนี้น้อยคนนักที่ไม่รู้จักเพราะท่านผู้นี้มีความสามารถอย่างล้นเหลือจนเป็นที่กล่าวขวัญไปทั่วโลก เช่น ท่านเป็นมหาปราชญ์ที่ยิ่งใหญ่ จิตรกร นักปั้น นักพฤกษศาสตร์ และบิดาแห่งศิลปะทางด้านกายวิภาคศาสตร์ (Gross Anatomy) เป็นต้น สิ่งที่ดาวินชี่ได้ถ่ายทอดไว้ให้แก่ชาวโลกมีมากมายนักโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือปรัชญาในการดำรงชีวิตที่เป็นอมตะสามารถนำไป ประยุกต์ใช้ได้ทุกเวลา ทุกสถานที่
หลักปรัชญาที่สำคัญที่นำเสนอมาจากหนังสือเรื่อง How to Think Like Leonardo da Vinci แต่งโดย Michael Gelb มีใจความสำคัญ ดังนี้
"คุณมองแต่คุณไม่เห็น (You look but you don't see)
คุณฟังแต่คุณไม่ได้ยิน (You listen but you don't hear)
คุณสัมผัสแต่คุณไม่รู้สึก (You touch but you don't feel)
คุณพูดแต่ไม่ได้คิดก่อนที่จะพูด (You speak but you don't think)"
กล่าวอย่างง่าย ๆ คือมนุษย์ส่วนใหญ่มักทำอะไรโดยขาดสติ เหม่อลอย ไม่รู้เนื้อรู้ตัว ทำให้ประสิทธิภาพในการเรียนรู้ต่ำลงอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้น ลีโอนาโด ดาวินชี จึงแนะนำวิธีฝึกสติอย่างง่าย ๆ คือ เมื่อมองสิ่งใดก็ตามให้ตั้งใจมอง ฟังให้ตั้งใจฟัง สัมผัสสิ่งใดให้รู้สึกว่าสัมผัสอะไรอยู่ และก่อนจะพูดสิ่งใดให้คิดพิจารณาก่อนทุกครั้ง และให้พูดทีละคำฟังทีละเสียง
การมีสติสัมปชัญญะอยู่ตลอดเวลา ทำให้ความสามารถในการเรียนรู้รวดเร็ว ว่องไว และเฉียบคม สามารถรู้ว่าตนเองกำลังทำอะไร ที่ไหน อย่างไร และเพื่ออะไร สามารถเลือกเส้นทางชีวิตของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีชีวิตเป็นของตนเอง นอกจากนั้น การตั้งใจทำในทุกอิริยาบถในปัจจุบัน จะเป็นการตัดความคิดที่ฟุ้งซ่าน ความคิดที่เศร้าหมองภายในจิตใจ และความคิดในอดีตทั้งหลาย ออกไปได้อย่างสิ้นเชิง เมื่อจิตว่างจากความคิดทางต่ำจิตจึงจะเบา ความคิดที่สร้างสรรค์จะผุดขึ้นมามากมาย เมื่อคิดดี กิริยาก็งดงาม คำพูดก็ไพเราะเมื่อนั้นสิ่งที่ดีก็จะตามมา
"เหล็กที่ปล่อยไว้จะขึ้นสนิม น้ำที่ไม่มีการไหลเวียนจะเน่า ความเย็นที่ไม่มีการหมุนเวียนจะกลายเป็นน้ำแข็ง ฉันใดฉันนั้นสมองของมนุษย์หากปราศจากการครุ่นคิดใด ๆ ก็จะทื่อและเขลาได้ในที่สุด"
มนุษย์ที่ฉลาดจะต้องมีการประมวล และไตร่ตรองความคิด และการกระทำของตนเองอยู่ตลอดเวลา เมื่อเจอะเจอปัญหาเฉพาะหน้า จึงจะสามารถแก้ไขได้อย่างทันท่วงที การคิดที่ถูกวิธีคือ คิดเพียงเรื่องเดียว แต่ครบทุกด้าน และลงลึกจนเข้าใจเรื่องนั้นอย่างทะลุปรุโปร่ง แต่การคิดหลาย ๆ เรื่องในเวลาเดียวกันคือ การฟุ้งซ่านซึ่งไม่ก่อประโยชน์และเป็นการเสียเวลาเปล่า นอกจากนั้น เรื่องที่จะคิดควรเป็นเรื่องที่สร้างสรรค์เกิดประโยชน์ ทำให้เรามีความสุขขึ้นทำให้เรามีชีวิตที่ดีขึ้น สิ่งไหนที่ไร้สาระ หรือทำให้จิตใจเศร้าหมองขุ่นมัวให้ตัดทิ้งโดยการเปลี่ยนเรื่องคิดทันที