คิดใหญ่ ไม่คิดเล็ก Think Big

  • Tab 1
  • Tab 2
  • Tab 3
  • Tab 4
  • Tab 5
  • Tab 6
  • Tab 7

เทคนิคการคิดที่จะผลักดัน ให้คุณประสบความสำเร็จเกินกว่าที่คาด

โดย David J. Schwartz

บรรยายโดย : ทองสี พุทธลอด

สารบัญ

บทที่ 1 ถ้าคุณคิดว่าคุณทำได้ คุณก็จะทำได้

บทที่ 2 รักษาโรคชอบแก้ตัวของคุณ : โรคแห่งความล้มเหลว

บทที่ 3 สร้างความเชื่อมั่นในตนเองและทำลายความหวาดกลัว

บทที่ 4 วิธีการคิดใหญ่

บทที่ 5 วิธีการคิดและฝันอย่างสร้างสรรค์

บทที่ 6 คุณเป็นไปตามที่คิดว่าคุณเป็น

บทที่ 7 จัดการกับสภาพแวดล้อมคุณ : เอาชั้นหนึ่ง

บทที่ 8 ทำให้ทัศนคติของคุณเป็นพวกเดียวกับคุณ

บทที่ 9 คิดให้ถูกต้องต่อคนอื่น

บทที่ 10 สร้างนิสัยในการลงมือทำ

บทที่ 11 วิธีเปลี่ยนความพ่ายแพ้เป็นชัยชนะ

บทที่ 12 ใช้เป้าหมายให้คุณโต

บทที่ 13 วิธีที่จะคิดเหมือนกับเป็นผู้นำ

บทที่ 14 วิธีใช้ความมหัศจรรย์ของการคิดใหญ่ในสถานการณ์ฉุกเฉินที่สุดของชีวิต

บทที่ 1 ถ้าคุณคิดว่าคุณทำได้ คุณก็จะทำได้ จะสร้างพลังแห่งความเชื่ออย่างไร ?

 การที่จะสร้างและทำให้พลังแห่งความเชื่อแข็งแกร่ง มีหลัก 3 ประการ ดังต่อไปนี้

1. คิดว่าต้องสำเร็จ อย่าคิดว่าจะล้มเหลว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน หรือ ครอบครัว ต้องคิดว่า คุณจะประสบความสำเร็จ เมื่อคุณประสบ กับปัญหา ยุ่งยาก จงคิดว่า " เราจะชนะ " ไม่ใช่ " เราจะแพ้ " เมื่อคุณแข่งกับคนอื่น ต้องคิดว่า เราเก่งเท่าๆ กับคนที่เก่งที่สุด ไม่ใช่ " เราเป็นรองเขา " เมื่อโอกาสเกิด ต้องคิดว่า " เราทำได้ ไม่ใช่ปอดว่าเราทำไม่ได้หรอก " ให้จิตใจส่วนที่คิดว่า " เราจะสำเร็จ" ชี้นำความคิดของคุณ ความคิดที่เชื่อว่าจะสำเร็จจะควบคุมจิตใจของคุณให้คิดแผนการและกลยุทธ์ที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ

ถ้าคิดว่าจะล้มเหลวย่อมนำไปสู่ความล้มเหลว เพราะความคิดที่ว่า จะล้มเหลว จะควบคุมจิตใจให้คิดในสิ่งที่ผิดพลาด

2. เตือนตัวเองอย่างสม่ำเสมอว่า คุณเก่งกว่าที่คุณคิด คนที่ประสบผลสำเร็จไม่ใช่ซูเปอร์แมน ความสำเร็จ ไม่ต้องอาศัย หัวสมองที่ดีเลิศ และก็ไม่มีอะไร มหัศจรรย์เกี่ยวกับความสำเร็จ ความสำเร็จ ไม่ใช่ขึ้นอยู่กับ โชคชะตา คนที่ประสบผลสำเร็จ ก็เป็นเพียงคนธรรมดาที่ได้ พัฒนาความเชื่อมั่นในตนเอง และทำตามนั้น อย่า-อย่ายอมรับ หรือแสดงให้ใครเห็นว่า คุณไม่ใช่คนชั้นหนึ่งเป็นอันขาด

3. คิดใหญ่ ขนาดของความสำเร็จถูกกำหนดโดยขนาดของความเชื่อของคุณ คิดอะไรเล็กๆ ก็จะประสบผลสำเร็จ เพียงเล็กน้อย คิดการใหญ่จะนำไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ จำไว้ว่า ความคิดใหญ่ และแผนการใหญ่นั้น ปกติจะทำได้ง่ายกว่า ความคิดเล็ก และแผนการเล็ก

นายราล์ฟ เจ คอร์ดิเนอร์ ประธานกรรมการของบริษัทเจเนอรัล อิเล็กทริก พูดกับที่ประชุมสัมมนาการเป็นผู้นำว่า " สิ่งที่ผมต้องการ จากทุกคน ที่ปราถนาจะเป็นผู้นำ สำหรับตัวเขาเองและสำหรับบริษัทของเขาก็คือ ความมุ่งมั่นที่จะฝึกฝนด้วยตัวเอง ไม่มีใครที่จะสอนให้เขาทำได้ การที่คนเราจะล้าหลังหรือก้าวหน้าในงานนั้นขึ้นอยู่กับตัวเขาเองที่จะต้องทำงานและทุ่มเทเต็มกำลัง ไม่มีใครทำให้เขาได้ "

คำแนะนำของนายคอร์ดิเนอร์ถูกต้องที่สุด คุณต้องทำ เช่นเดียวกับผู้ซึ่งประสบความสำเร็จสูงสุดในการบริหารธุรกิจ การขาย วิศวกรรม ศาสนา งานเขียน งานแสดง และอื่นๆ ซึ่งเขาเหล่านี้ต่างก็มีแผนงานการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ

โปรแกรมการฝึกจะต้องประกอบไปด้วย 3 ประการ

ประการแรก คือ จะต้องมีเนื้อหาหรือบอกว่าจะทำอะไร ?
ประการที่สอง คือ จะต้องมีวิธีหรือบอกว่าจะทำอย่างไร?
และสุดท้ายจะต้องผ่านขั้นตอนการทดสอบนั่นคือ จะได้ผลอย่างไร ?

บทที่ 2 รักษาโรคชอบแก้ตัวของคุณ : โรคแห่งความล้มเหลว

 หลัก 2 ประการที่เอาชนะข้ออ้างเรื่องโชค

1. ยอมรับกฎของเหตุและผล พิจารณาอีกครั้งถึงสิ่งที่ดูเหมือนว่าเป็น" โชคดี " ของคนอื่น คุณจะพบว่าไม่ใช่เป็นเรื่องของดวง แต่เป็นเรื่องการเตรียมการ การวางแผน และความคิดที่มุ่งสู่ความสำเร็จ ซึ่งเป็นเรื่องที่มาก่อนโชคลาภ พิจารณาอีกครั้งถึง เรื่องที่ดู เหมือนกัน " โชคร้าย " ของคนบางคน คุณจะพบเหตุผลที่แท้จริง นายสำเร็จเวลาพ่ายแพ้ล้มเหลว เขาจะเรียนรู้และเอาชนะ ในที่สุด แต่นายแพ้ เวลาพ่ายแพ้ เขาไม่รู้จักจำ

2. อย่าเป็นคนเพ้อฝัน อย่าคิดให้เปลืองสมองและฝันถึงวิธีการเอา ชนะหรือประสบผลสำเร็จโดยไม่ต้องทำอะไรเลย คุณไม่อาจจะประสบผลสำเร็จโดยอาศัยโชคชะตาอย่างแน่นอน ความสำเร็จมาจากการกระทำและการเรียนรู้อย่างลึกซึ้งถึงหลักการต่างๆ ที่ทำให้เกิดความสำเร็จ อย่าพึ่งดวงเพื่อความก้าวหน้าในตำแหน่งงาน หรือเพื่อให้ประสบชัยชนะ หรือให้ได้สิ่งดีๆ ในชีวิต ตรงกันข้าม เน้นการพัฒนาคุณสมบัติต่างๆ ในตัวเองที่จะทำให้คุณเป็นผู้ชนะ

บทที่ 3 สร้างความเชื่อมั่นในตนเอง และทำลายความหวาดกลัว

แบบของความกลัว  การกระทำ
1. ประหม่าเพราะต้องปรากฏตัวต่อหน้าคนอื่น   1. ปรับปรุงโดยการแต่งตัวให้ดี เสื้อผ้าต้องสะอาดและรีดเรียบร้อย ไม่จำเป็นที่จะต้อง สวมเสื้อผ้าราคาแพง ที่จะทำให้ดูด
2. กลัวว่าจะเสียลูกค้าคนสำคัญ  2. ทำงานให้หนักขึ้นเป็นสองเท่าที่จะให้บริการที่ดีขึ้น แก้ไขสิ่งบกพร่อง ที่จะทำให้ลูกค้าเสื่อมศรัทธาในตัวคุณ
3. กลัวสอบตก  3. เปลี่ยนเวลาที่ใช้ปริวิตกเป็นการดูหนังสือ 
4. กลัวสิ่งที่อยู่นอกเหนือ อำนาจการควบคุมของตนเอง   4. คิดถึงเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวกันเลย ออกไปทำสวน ถอนวัชพืช เล่นกับลูกๆ ไปดูหนังหรือเต้นรำ
 5. กลัวอันตรายที่เกิดจาก สิ่งที่ตนเองไม่สามารถ ควบคุมได้ เช่น พายุไต้ฝุ่น หรือเครื่องบินตก  5. หันเหความสนใจ โดยการช่วยปลอบขวัญคนอื่นหรือไม่ ก็สวดมนต์
6. กลัวสิ่งที่ผู้อื่นอาจจะคิดและพูดถึงตัวคุณ  6. ทบทวนให้แน่ใจว่าสิ่งที่คุณวางแผนไว้ถูกต้อง เสร็จแล้ว ปฏิบัติตามนั้น ไม่มีใครที่ทำอะไรแล้วแต่ไม่ถูกวิพากษ์ วิจารณ์
7. กลัวและไม่กล้าลงทุน หรือซื้อบ้าน  7. วิเคราะห์องค์ประกอบต่างๆ เสร็จแล้วตัดสินใจ เมื่อตัดสินใจ เมื่อตัดสินใจแล้ว อย่าโลเล เชื่อในการพิจารณา ของคุณเอง
8. กลัวคน   8. จัดให้คนเหล่านั้นอยู่ในสถานะที่เหมาะสม อย่าลืมว่า คนอื่น ก็เป็นเพียงมนุษย์คนหนึ่ง ซึ่งก็เหมือนๆ กับคัวคุณ

 

สรุปหลักปฏิบัติในการสร้างความเชื่อมั่น และทำลายความหวาดกลัวในตนเอง

1.การปฏิบัติเพื่อรักษาความกลัว แยกแยะความกลัวออกมาแล้วทำในสิ่งที่เหมาะสม การไม่ทำอะไรกับ สถานการณ์ที่เกิดขึ้น เท่ากับเป็นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับความกลัวและทำลายความมั่นใจ

2. พยายามอย่างเต็มกำลังที่จะใส่เฉพาะความคิดที่เป็นบวกลงในความทรงจำ อย่าให้ความคิดที่เป็นลบ และติเตียนตนเอง เติบโตจนกลายเป็นอสูรทางจิต ปฏิเสธที่จะฟื้นความหลังที่ขมขื่นทุกประการ 

3. จัดให้ทุกคนอยู่ในสถานภาพที่เหมาะสม จำไว้ว่าคนเรามีความเหมือนกันมากกว่าที่จะแตกต่างกัน มองทุกคน ด้วยความรู้สึก ที่เท่าเทียมกันเขาก็เป็นเพียงมนุษย์อีกคนหนึ่ง และสร้างทัศนคติที่เข้าใจผู้อื่น คนจำนวนมากจะเห่า แต่มีน้อยคนที่กัด

4. ฝึกในสิ่งที่จิตใต้สำนึกของคุณบอกว่าถูกต้อง สิ่งนี้จะป้องกันความรู้สึกผิดในจิตใจไม่ให้เกิดขึ้น ทำในสิ่งที่ถูกต้องเป็น สูตรแห่งความสำเร็จ ที่ใช้ได้ผลในทางปฏิบัติมาก

5.ทำทุกสิ่งทุกอย่างที่จะบอกว่า "ผมมั่นใจ มั่นใจจริงๆ"

ต่อไปนี้เป็นเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ที่คุณควรฝึกในชีวิตประจำวันของคุณ

- เป็นคนนั่งแถวหน้า

- สบตา

- เดินเร็วขึ้น 25 เปอร์เซ็นต์

- พูด

- ยิ้มเปิดเผย

 

บทที่ 4 วิธีการคิดใหญ่

ทดสอบคำถามต่อไปนี้เพื่อที่จะวัดขนาดความคิดของคุณ

ในตารางข้างล่างนี้คอลัมน์ซ้ายมือคือรายชื่อของสถานการณ์ต่างๆ คอลัมน์กลาง และขวามือเป็น คำบรรยายเปรียบเทียบ ระหว่าง คนที่คิดเล็ก กับ คนที่คิดใหญ่ ในสถานการณ์เดียวกัน สำรวจความคิดของตนเอง แล้ว ตัดสินใจว่า แนวทางไหน ที่จะนำคุณไปใน ทิศทางที่ต้องการ คิดเล็กหรือคิดใหญ่ ?

ในสถานการณ์เดียวกันสามารถที่จะจัดการได้แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเป็น 2 ทาง ทางเลือกเป็นของคุณดังนี้

สถานการณ์ แนวทางของคนคิด
คิดเล็ก คิดใหญ่
- บัญชีรายจ่าย -คิดถึงวิธีการที่จะเพิ่มกำไร โดยการตัดทอนรายจ่าย - คิดถึงวิธีการที่จะเพิ่มกำไร โดยการเพิ่มยอดขาย
- การพูดคุย -พูดคุยเกี่ยวกับสิ่งที่เป็นลบของเพื่อน สภาวะเศรษฐกิจ
บริษัทของตน และการแข่งขัน
- คุยเกี่ยวกับสิ่งที่เป็นบวกของเพื่อน บริษัท การ แข่งขัน
- ความก้าวหน้า -เชื่อในการตัดทอนสิ่งต่างๆ
หรืออย่างมากก็ รักษาสถานะปัจจุบัน
-เชื่อในการขยายตัว
- อนาคต -มองอนาคตค่อนข้างจะจำกัด -มองอนาคตสดใส
- งาน หาทางเลี่ยงงาน -หาวิธีการและงานใหม่ทำโดยเฉพาะ
การช่วยเหลือผู้อื่น
- การแข่งขัน -แข่งขันกับคนทั่วไป -แข่งกับผู้ที่ดีที่สุด
- ปัญหาเรื่องงบประมาณ -หาทางประหยัดเงินโดยการตัดทอนรายการที่จำเป็น -หาทางเพิ่มรายได้และซื้อรายการที่จำเป็นมากขึ้น
- เป้าหมาย -ตั้งเป้าต่ำ -ตั้งเป้าสูง
- การมองอนาคต -มองแคบเฉพาะบางหนทาง -มองไกล
-ความมั่นคงในงาน -ห่วงเรื่องความมั่นคงมาก -มองความมั่นคงเป็นผล
-เพื่อน -มีแต่เพื่อนที่ชอบคิดเล็กคิดน้อยชอบนินทา -มีเพื่อนที่มีความคิดใหญ่และก้าวหน้า
-ความผิดพลาด -ขยายข้อบกพร่องเล็กน้อยเป็นเรื่องใหญ่ -ไม่สนใจข้อบกพร่องที่มีผลกระทบน้อย

จำไว้ว่าคิดใหญ่ดีกว่าในทุกทาง

1.อย่ามีปมด้อย เอาชนะความรู้สึกที่ดูถูกตัวเอง มุ่งเน้นในคุณสมบัติของตนเอง คุณดีกว่าที่คุณคิด 

2.ใช้คำของคนที่คิดใหญ่ ใช้คำที่ใหญ่ สดใส และรื่นเริง ใช้คำพูดที่ให้สัญญาว่าจะชนะ ให้ความหวัง ความสุข ความรื่นเริง หลีกเลี่ยงคำที่สร้างภาพพจน์ที่ไม่รื่นเริงของความล้มเหลว การพ่ายแพ้ และความโศกเศร้า

3.มองอนาคตให้ไกลขึ้น ดูว่าอะไรจะเป็นไปได้ ไม่ใช่เฉพาะสิ่งที่อยู่ ฝึกเพิ่มคุณค่าให้กับสิ่งต่างๆ คนอื่น และตัวคุณ

4.มองงานของคุณให้ใหญ่ขึ้น คิดอย่างจริงจังถึงความสำคัญของงานที่คุณทำอยู่ในปัจจุบัน การเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง คราวหน้าส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับทัศนคติที่คุณมองงานในปัจจุบันของคุณ

5.อย่าคิดเรื่องคิดจุกจิก เอาใจใส่ต่อวัตถุประสงค์หลัก ก่อนที่จะเข้าไปวุ่นวายกับเรื่องจุกจิกทั้งหลาย ถามตัวคุณเองว่า "มันสำคัญอะไรนักหรือ" เติบใหญ่โดยการคิดใหญ่

 

บทที่ 5 วิธีการคิดและฝันอย่างสร้างสรรค์

สรุปการใช้วิธีการคิดอย่างสร้างสรรค์

1.เชื่อว่าเราทำได้ เมื่อคุณเชื่อว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นไปได้ จิตใจของคุณจะหาหนทางที่จะทำขึ้น เพราะเชื่อว่า มีทางเปิดไปสู่คำตอบ

ลบคำว่า "เป็นไปไม่ได้" "ใช้ไม่ได้ผล" "ทำไม่ได้" "ไม่มีประโยชน์ที่จะลอง" ออกจากความคิดและคำพูดของคุณ

2.อย่าให้ความคิดดังเดิม ทำให้จิตใจคุณเป็นอัมพาต ยอมรับความคิดใหม่ๆ ทดลองและลองแนวทางใหม่ เป็นคนหัวก้าวหน้าในทุกสิ่งที่คุณทำ

3.ถามตัวคุณเองทุกวันว่า "เราจะทำให้ดีขึ้นได้อย่างไร?" ไม่มีข้อจำกัดในการปรับปรุงตัวเองเมื่อคุณถามตัวเองว่า เราจะทำให้ดีขึ้นได้อย่างไร ? คำตอบจะปรากฏขึ้น ลองแล้วคอยดูผล

4. ถามตัวเองว่า "เราจะทำให้มากขึ้นได้อย่างไร?" ความสามารถในการทำงานเป็นสภาวะของจิตใจ การถามตัวเองด้วย คำถามนี้จะส่งสัญญาณให้จิตใจคุณทำงาน หาวิธีจะตัดทอนงานที่ไม่จำเป็นต่างๆ ออกองค์ประกอบร่วมของ ความสำเร็จในธุรกิจ ก็คือ ทำสิ่งที่คุณทำให้ดีขึ้น (ปรับปรุงคุณภาพของผลิตภัณฑ์) และทำในสิ่งที่คุณทำให้มากขึ้น (เพิ่มปริมาณของผลผลิต) 

5. ฝึกถามและฟัง ถามและฟังแล้วคุณจะได้วัตถุดิบที่จะใช้ในการตัดสินใจที่ถูกต้อง จำไว้ว่าคนใหญ่ผูกขาดการฟัง คนเล็กผูกขาดการพูด

6. เปิดใจของคุณ ให้จิตใจของคุณได้รับการกระตุ้น สังสรรค์กับคนที่จะช่วยให้คุณคิดถึงความคิดใหม่ๆ วิธีการใหม่ๆ ในการทำสิ่งต่างๆ คลุกคลีกับคนที่อยู่ในอาชีพอื่น ถามตัวเองว่า "เราจะทำ"

 

บทที่ 6 คุณเป็นไปตามที่คิดว่าคุณเป็นยกระดับความคิดของคุณ คิดเหมือนที่คนสำคัญคิด

การยกระดับความคิดของคุณจะยกระดับการกระทำของคุณและสิ่งนี้สร้างความสำเร็จ วิธีง่ายๆ ที่จะช่วยให้คุณทำงาน ได้มากขึ้นก็คือ การคิดเหมือนที่คนสำคัญคิด ใช้ตารางต่อไปนี้เป็นแนวทางของรายการตรวจสอบ คุณคิดอย่างไร?

สถานการณ์ ถามตัวคุณเอง
1.เมื่อคุณวิตก คนสำคัญจะวิตกหรือกระวนกระวายในเกี่ยวกับ
เรื่องนี้หรือไม่
2.ความคิดอย่างหนึ่ง คนสำคัญจะทำอะไรถ้าเขามีความคิดนี้
3.การปรากฏกายของคุณ คุณดูเหมือนคนบางคนซึ่งมีความเชื่อมั่นในตัวเอง
เต็มเปี่ยมหรือไม่
4.ภาษาของคุณ คุณใช้ภาษาของผู้ที่ประสบความสำเร็จหรือไม่?
5.สิ่งที่คุณอ่าน คนสำคุญจะอ่านสิ่งนี้หรือไม่?
6.การสนทนา นี่คือสิ่งที่คนประสบความสำเร็จคุยกันหรือไม?
7.เมื่อคุณอารมณ์เสีย คนสำคุญจะรู้สึกหงุดหงิดในสิ่งที่ทำให้คุณหงุดหงิด
หรือไม่?
8.ตลกของคุณ นี่คือเรื่องตลกที่คนสำคัญเขาใช้เล่ากันหรือไม?
9.งานของคุณ คนสำคัญเขาพรรณนาถึงงานของเขาให้คนอื่นฟังอย่างไร?

หล่อหลอมคำถามที่ว่า "นี่เป็นวิธีที่คนสำคัญใช้ ใช่หรือไม่?" ลงในจิตใจของคุณ ใช้คำถามนี้ทำให้ตัวคุณใหญ่ขึ้นและประสบผลสำเร็จสูงขึ้น

กล่าวโดยย่อ จำไว้ว่า .......

1. ดูสำคัญ มันช่วยให้คุณคิดสำคัญ การปรากฏกายของคุณพูดกับคุณ ให้แน่ใจว่ามันช่วยยกระดับ ขวัญกำลังใจ และ ความเชื่อมั่นในตนเองของคุณ การปรากฏกายของคุณพูดกับคนอื่นด้วย เพราะฉนั้นให้แน่ใจว่ามันพูดว่า " นี่คือคนสำคัญ ฉลาด มั่งคั่ง และไว้ใจได้ " 

2. คิดว่างานของคุณสำคัญ คิดแบบนี้แล้วคุณจะได้รับสัญญาณจากจิตใจถึงวิธีที่จะทำงานของคุณให้ดีขึ้น คิดว่า งานของคุณสำคัญแล้ว ลูกน้องของคุณจะคิดว่างานของเขามีความสำคัญเช่นกัน

3. พูดอย่างห้าวหาญกับตัวเองวันละหลายๆครั้ง สร้างโฆษณา "ขายตัวเองให้กับตัวคุณเอง" พูดย้ำกับตัวเองในทุกโอกาสว่า "คุณเป็นคนชั้นหนึ่ง"

4.ในทุกสถานการณ์ของชีวิต ถามตัวเองว่า " นี่เป็นวิธีการที่คนสำคัญคิดใช่หรือไม่ " แล้วเชื่อฟังคำตอบนั้น

บทที่ 7 จัดการกับสภาพแวดล้อมของคุณ : เอาชั้นหนึ่ง

สรุปการทำให้สภาพแวดล้อมของคุณนำคุณไปสู่ความสำเร็จ

1. เป็นคนระวังในเรื่องสภาพแวดล้อม เช่นเดียวกับการที่อาหารสร้างร่างกาย อาหารใจสร้างจิตใจ

2. ใช้สภาพแวดล้อมของคุณทำงานให้คุณ ไม่ใช่ต่อต้านคุณ อย่าให้พลังต้านที่มาจากคนที่มีความคิดลบ คนที่ชอบคิดแต่ว่า ทำไม่ได้มาทำให้คุณไขว้เขวและคิดอย่างพ่ายแพ้

3. อย่าให้คนคิดเล็กดึงคุณไว้ คนขี้อิจฉาต้องการเห็นคุณล้ม อย่าให้เขาสมหวัง

4. ขอคำแนะนำจากผู้ที่ประสบผลสำเร็จ อนาคตของคุณเป็นสิ่งสำคัญอย่าเสี่ยงกับที่ปรึกษาอิสระที่มีชีวิตล้มเหลว

5. รับแสงแดดของจิตใจให้มาก สังคมกับคนกลุ่มใหม่ๆ ค้นหาและทำสิ่งใหม่ๆ ที่น่าตื่นเต้น

6. โยนยาพิษของความคิดออกจากสภาพแวดล้อมของคุณ หลีกเลี่ยงการนินทา คุยเกี่ยวกับเรื่องงาน แต่พูดเฉพาะ ในด้านที่เป็นบวก

7. เอาชั้นหนึ่งในทุกสิ่งที่คุณทำ คุณไม่มีปัญญาเอาชั้นอื่น แพงเกินไปเมื่อเทียบกับคุณภาพของมัน

 

บทที่ 8 ทำให้ทัศนคติของคุณเป็นพวกเดียวกับคุณ

สรุปวิธีปลูกฝังทัศนคติที่จะนำคุณไปสู่ความสำเร็จ

1. ปลูกฝังทัศนคติที่ว่า " ฉันกระตือรือร้น " ผลตอบแทนมาเป็นสัดส่วนกับความกระตือรือร้นที่ลงทุนไป มี 3 สิ่งที่จะช่วยให้คุณกระตือรือร้นดังนี้

* ศึกษาให้ลึกซึ้ง เมื่อคุณพบว่าคุณไม่ได้สนใจในบางสิ่งบางอย่างค้นคว้า และเรียนรู้มากขึ้นเกี่ยวกับมัน สิ่งนี้จะสร้างความกระตือรือร้นขึ้นมาได้

* เพิ่มชีวิตชีวาในทุกอย่างที่เกี่ยวกับคุณ การยิ้มของคุณ การจับมือ การพูด แม้แต่การเดิน ทำให้มีชีวิตชีวา

* การประกาศข่าวดี ไม่มีใครประสบความสำเร็จในทางที่เป็นบวกโดยการประกาศข่าวร้าย

2. ปลูกฝังทัศนคติที่ว่า คุณเป็นคนสำคัญ และทุกคนจะทำให้คุณมากกว่าเมื่อคุณทำให้เขารู้สึกสำคัญ อย่าลืมทำสิ่งต่อไปนี้

* ในทุกโอกาส แสดงความสำนึกในบุญคุณเท่าที่ทำได้ และทำให้ทุกคนรู้สึกว่าเขาเป็นคนสำคัญ

* เรียกคนอื่นโดยเรียกชื่อของเขา

3. ปลูกฝังทัศนคติที่ว่า บริการอยู่เหนือสิ่งอื่นใด และดูเงินที่จะตามมาเอง ตั้งเป็นกฎว่า คุณจะทำให้คนอื่นมากกว่า ที่เขาคาดว่าจะได้รับ

 

บทที่ 9 คิดให้ถูกต้องต่อคนอื่น

สรุปการปฏิบัติสำหรับการคิดอย่างถูกต้องต่อคนอื่น

1. ทำให้ตัวเองเบาลงในการที่จะยก ฝึกเป็นคนที่น่านิยมชมชอบฝึกเป็นคนประเภทที่คนทั่วไปชอบ ซึ่งสิ่งนี้จะทำให้เขา สนับสนุนคุณ และเติมเชื้อเพลิงให้กับโปรแกรมสร้างความสำเร็จของคุณ 

2. เป็นผู้ริเริ่มในการสร้างความเป็นเพื่อน แนะนำตัวเองกับคนอื่นในทุกโอกาสที่ทำได้ ให้แน่ใจว่า คุณได้ชื่อที่ถูกต้อง ของคนอื่น และให้แน่ใจเท่าๆ กันว่าเขาได้ชื่อคุณเช่นเดียวกัน ส่งจดหมายส่วนตัวถึงเพื่อนใหม่ของคุณ ถ้าคุณอยากรู้จักเขาให้ดีขึ้น

3. ยอมรับความแตกต่างและข้อจำกัดในมนุษย์ อย่าคาดหวังความสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์จากผู้ใด อย่าลืมว่า คนอื่นมีสิทธิ ที่จะแตกต่างและอย่าเป็นคนชอบแย้ง

4. เปิดช่องบวก สถานีจิตใจที่ดี ค้นคว้าคุณสมบัติที่จะชื่นชอบและยกย่องคนอื่น ไม่ใช่ค้นหาแต่สิ่งที่จะทำให้เกลียด และอย่าให้คนอื่นทำให้ความคิดของคุณลำเอียงเกี่ยวกับบุคคลที่สาม คิดสิ่งที่เป็นบวกต่อคนอื่น แล้วคุณจะได้ผลที่เป็นบวก

5. ฝึกเป็นคนเอื้ออารีในการสนทนา เป็นเหมือนคนที่ประสบความสำเร็จ สนับสนุนให้คนอื่นพูด ให้คนอื่นพูดกับคุณ เกี่ยวกับตัวเขา ความเห็นของเขา และความสำเร็จของเขา

6. ฝึกเป็นคนเอื้อเฟื้อตลอดเวลา มันทำให้คนอื่นรู้สึกดีขึ้นและมันทำให้คุณรู้สึกดีขึ้นด้วย

7. อย่าโทษคนอื่นเมื่อคุณพ่ายแพ้ จำไว้ว่าวิธีการที่คุณคิดเมื่อคุณประสบความพ่ายแพ้ จะเป็นตัวที่กำหนดว่า อีกนานเท่าไรคุณถึงจะชนะ

บทที่ 10 สร้างนิสัยในการลงมือทำ

สรุปการสร้างนิสัยในการลงมือปฏิบัติ

 

1. เป็นคนกระตือรือร้น เป็นคนทำงาน เป็นนักทำ อย่าเอามือซุกหีบ

2. อย่ารอจนกระทั่งเงื่อนไขต่างๆสมบูรณ์แบบ มันไม่มีวันเกิดขึ้นเผชิญหน้ากับความยุ่งยากและอุปสรรคในอนาคต และแก้ปัญหาเมื่อเกิดขึ้น

3. จำไว้ว่า ลำพังความคิดเพียงอย่างเดียวไม่ทำให้เกิดความสำเร็จแต่ความคิดจะมีค่าก็ต่อเมื่อได้รับการปฏิบัติ

4. ใช้การลงมือปฏิบัติช่วยขจัดความกลัวและสร้างความมั่นใจ ทำในสิ่งที่กลัวแล้วความกลัวจะหายไป ลองทำแล้วคอยดู

5. ติดเครื่องความคิดของคุณด้วยมือ อย่ารอให้จิตใจผลักดันคุณให้ทำ แต่ลงมือทำไปก่อนแล้วคุณจะผลักดันจิตใจให้คิด

6. คิดในเกณฑ์ของคำว่า เดี๋ยวนี้ คำว่าพรุ่งนี้ อาทิตย์หน้า วันหลัง หรือคำอื่นๆ ที่คล้ายกันนั้น มักเป็นคำที่เหมือน หรือใกล้เคียงกับ คำแห่งความล้มเหลว นั่นคือไม่มีวัน จงเป็นคนประเภท " ฉันจะเริ่มเดี๋ยวนี้ "

7. นั่งลงและทำงาน อย่าเสียเวลาเตรียมตัวที่จะทำ เอาเวลานั้นมาทำงานดีกว่า

8. เป็นผู้ริเริ่ม เป็นนักรณรงค์ หยิบลูกบอลแล้วออกวิ่ง เป็นอาสาสมัคร แสดงให้เห็นว่า คุณมีความสามารถ และมีความทะเยอทะยาน ที่จะทำใส่เกียร์แล้วไปได้ !

 

บทที่ 11 วิธีเปลี่ยนความพ่ายแพ้เป็นชัยชนะ

สรุปวิธีการเปลี่ยนความพ่ายแพ้เป็นชัยชนะ

 

ความแตกต่างระหว่างความสำเร็จและความล้มเหลวจะพบได้ใน ทัศนคติของคนคนหนึ่งต่อความพ่ายแพ้อุปสรรค ความท้อแท้ และความผิดหวังอื่น ๆ มีป้ายบอกทาง 5 ป้ายที่จะช่วยให้คุณสามารถเปลี่ยนความพ่ายแพ้เป็นชัยชนะ นั่นคือ

1. ศึกษาความพ่ายแพ้เพื่อที่จะปูทางไปสู่ความสำเร็จ เมื่อคุณแพ้ ควรเรียนรู้และเอาชนะในครั้งต่อไป

2. มีความกล้าหาญที่จะวิจารณ์ตัวเอง ค้นให้พบความผิดพลาดและจุดอ่อนของตัวเอง แล้วทำการแก้ไข สิ่งนี้จะทำให้คุณ ประสบความสำเร็จ

3.หยุดโทษโชคชะตา ตรวจสอบความพ่ายแพ้แต่ละครั้ง ค้นหาอะไรผิดพลาด จำไว้ว่า การโทษโชคชะตา ไม่ทำให้ใคร สามารถไปในที่ที่เขาต้องการจะไปได้

4. ผสมผสานความมุมานะกับการทดลอง ยึดติดกับเป้าหมาย แต่อย่าเอาหัวชนฝา ทดลองวิธีการใหม่ๆ

5. จำไว้ว่ามีด้านที่ดีอยู่ในทุกสถานการณ์ ค้นหาดู มองด้านที่ดีและหันหลังให้กับความท้อแท้หมดหวัง

 

บทที่ 12 ใช้เป้าหมายช่วยให้คุณโต

ภาพพจน์ของผม 10 ปี นับจากนี้ คือแนวทางการวางแผน 10 ปี

 

ก. ด้านงาน 10 ปีนับจากนี้

  1. รายได้ระดับไหนที่ผมต้องการจะได้รับ ?
  2. ความรับผิดชอบระดับไหนที่ผมมองหา ?
  3. อำนาจในการสั่งการแค่ไหนที่ผมต้องการ ?
  4. ชื่อเสียงระดับไหนที่ผมจะได้รับจากงาน ?

ข. ด้านครอบครัว 10 ปีนับจากนี้

  1. มาตรฐานความเป็นอยู่แบบไหนที่ผมต้องการที่จะจัดหาให้ครอบครัว และตัวเอง?
  2. บ้านแบบไหนที่ผมต้องการจะอยู่ ?
  3. การพักผ่อนในวันหยุดประเภทไหนที่ผมจะทำ?
  4. การสนับสนุนทางด้านการเงินอะไรที่ผมต้องการที่จะให้แก่ลูกๆในช่วงก่อนที่เขาจะช่วยเหลือตัวเองได้ ?

ค. ด้านสังคม 10 ปีนับจากนี้

  1. เพื่อนประเภทที่ผมอยากจะมี ?
  2. สังคมกลุ่มไหนที่ผมอยากจะร่วม ?
  3. ตำแหน่งผู้นำระดับไหนในท้องถิ่นที่ผมอยู่ที่ผมต้องการจะเป็น ?
  4. ปณิธานอะไรที่ผมต้องการจะส่งเสริมอย่างจริงจัง ?

 แนวทางปรับปรุงใน 30 วัน

ก. เลิกนิสัยต่อไปนี้ ( ข้อแนะนำ )

  1. การผัดวันประกันพรุ่ง
  2. การใช้ภาษาที่เป็นลบ
  3. ดูโทรทัศน์มากกว่า 60 นาทีต่อวัน
  4. นินทา

ข. สร้างนิสัยเหล่านี้ ( ข้อแนะนำ )

  1. ตรวจสอบรูปร่างหน้าตาอย่างถี่ถ้วนทุกเช้า
  2. วางแผนการทำงานในแต่ละวัน
  3. สรรเสริญเยินยอคนอื่นในทุกโอกาสที่ทำได้

ค. เพิ่มคุณค่าของตัวเองต่อนายจ้างโดยวิธีต่อไปนี้ ( ข้อแนะนำ )

  1. พัฒนาลูกน้องของตนเองให้ทำงานได้ดีขึ้น
  2. เรียนรู้บริษัทที่ตนทำงานอยู่ให้มากขึ้น ดูว่าบริษัททำอะไรและลูกค้าที่บริษัทให้บริการเป็นอย่างไร
  3. ให้คำแนะนำเฉพาะ 3 ข้อที่จะช่วยบริษัทมีประสิทธิภาพสูงขึ้น

ง. เพิ่มคุณค่าของตัวเองต่อครอบครัวโดยวิธีต่อไปนี้ ( ข้อแนะนำ )

  1. แสดงความขอบคุณต่อสิ่งเล็กๆน้อยๆ ที่ภรรยาทำ ซึ่งตนเคยถือเอาว่าเป็นหน้าที่ต้องทำ
  2. สัปดาห์ละครั้ง ทำอะไรพิเศษให้กับครอบครัว
  3. ให้เวลาวันละชั่วโมงโดยปราศจากการรบกวนต่อ ครอบครัว

จ. ลับสมองตัวเองโดยวิธีการต่อไปนี้ ( ข้อแนะนำ )

  1. ลงทุนอ่านวารสารวิชาชีพในวงการของตนเองอาทิตย์ละ 2 ชั่วโมง
  2. อ่านหนังสือการพัฒนาตนเอง 1 เล่ม
  3. สร้างเพื่อนใหม่ 4 คน
  4. ใช้เวลาวันละ 30 นาทีทุกวันในการคิดโดยปราศจากการ รบกวน

สรุป เป้าหมายการสร้างความสำเร็จ นำหลักการสร้างความสำเร็จมาใช้

  1. กำหนดให้ชัดเจนว่าคุณต้องการไปทางไหน สร้างภาพพจน์ของตัวคุณเอง 10 ปีนับจากวันนี้
  2. เขียนแผน 10 ปีของคุณ ชีวิตของคุณเป็นสิ่งที่สำคัญเกินกว่าที่จะปล่อยให้เป็นไปตามดวง เขียนลงในกระดาษ ในสิ่งที่คุณต้องการทำให้สำเร็จในงานของคุณ ครอบครัว และชีวิตในสังคม
  3. ยอมจำนนต่อความปรารถนาของคุณ ตั้งเป้าหมายเพื่อให้ได้รับพลังงาน ตั้งเป้าหมายเพื่อให้สิ่งต่างๆ ได้รับการปฏิบัติจนสำเร็จ ตั้งเป้าหมายและพบความสนุกสนานและเพลิดเพลินในการใช้ชีวิต
  4. ปล่อยให้เป้าหมายหลักของคุณเป็นตัวชี้นำชีวิตโดยอัตโนมัติของคุณ เมื่อคุณปล่อยให้เป้าหมายครอบจิตใจของคุณ คุณจะพบว่าคุณตัดสินใจอย่างถูกต้องที่จะบรรลุสู่เป้าหมายนั้นเสมอ
  5. ทำงานสู่เป้าหมายทีละขั้น ถือว่าแต่ละก้าวที่คุณทำเป็นอีกก้าวหนึ่งสู่เป้าหมาย ไม่ว่าก้าวนั้นจะดูเหมือนก้าวเล็กแค่ไหนก็ตาม
  6. สร้างเป้าหมาย 30 วัน ความพยายามในแต่ละวันในที่สุดจะให้ผลที่ต้องการตามที่ตั้งเป้าหมายไว้
  7. เดินอ้อมในการก้าวย่างของคุณ ทางอ้อมมีความหมายเป็นเพียงอีกทางหนึ่ง มันไม่ควรจะหมายถึง การยอมจำนน ในเป้าหมายของคุณ
  8. ลงทุนในตัวเอง ซื้อสิ่งที่สร้างพลังทางจิตใจและประสิทธิภาพลงทุนในการศึกษา ลงทุนในสิ่งที่สร้างความคิด

บทที่ 13 วิธีที่จะคิดเหมือนกับเป็นผู้นำ

ฝึกการแลกเปลี่ยนจิตใจ

 

สถานการณ์ เพื่อผลที่ดีที่สุด ถามตัวเอง
1. สอนงานคนอื่น มองสิ่งนี้จากสายตาของคนอื่นซึ่งยังใหม่กับสิ่งนี้
ผมอธิบายชัดเจนหรือไม่
2. เขียนโฆษณา ถ้าผมเป็นคนทั่วๆไปที่จะซื้อสินค้า ผมจะมีปฏิกริยาอย่างไร
กับโฆษณานี้
3. การพูดโทรศัพท์ ถ้าผมเป็นผู้รับสาย ผมจะคิดอย่างไรกับเสียงและการพูดอย่างนั้น
4. ของขวัญ ของขวัญชิ้นนี้เป็นสิ่งที่ฉันชอบ หรือเป็นสิ่งที่เขาจะชอบ
บ่อยครั้งมีความแตกต่างมหาศาล
5. วิธีที่ผมออกคำสั่ง ผมจะอยากทำตามคำสั่งไหมถ้าผมได้รับคำสั่งนั้น
6. วินัยของเด็ก ถ้าฉันเป็นคนเด็กนั้น คำนึงถึงอายุ ประสบการณ์และอารมณ์ 
ฉันจะมีปฏิกิริยาอบ่าไรกับวินัยข้อนั้น?
7. การปรากฎตัวเองของผม ผมจะคิดอย่างไรกับเจ้านายถ้าเขาแต่งตัวอย่างที่ผมแต่ง?
8. การเตรียมสุนทรพจน์ คำนึงถึงพื้นฐานและความสนใจของผู้ฟัง
ผมจะคิดอย่างไรกับคำพูดนี้?
9. บันเทิง ถ้าฉันเป็นแขกรับเชิญ อาหาร ดนตรี และความบันเทิง
ประเภทไหนที่ฉันจะชอบที่สุด?

รายการตรวจสอบว่าผมเป็นคนที่คิดก้าวหน้าหรือไม่

ก. ผมเป็นคนที่มีความคิดก้าวหน้าต่องานที่ทำหรือไม่ ?

  1. ผมวิเคราะห์งานที่ทำด้วยทัศนคติที่ว่า เราจะทำงานให้ดีขึ้นได้อย่างไร? หรือไม่ ?
  2. ผมสรรเสริญบริษัท คนในบริษัท และผลิตภัณฑ์ที่บริษัทขายในทุกโอกาสที่เป็นไปได้หรือไม่ ?
  3. มาตรฐานส่วนตัวของผมเมื่อคำนึงถึงปริมาณและคุณภาพของงานที่ผมทำในขณะนี้สูงกว่าเมื่อ 3 หรือ 6 เดือนที่แล้วหรือไม่ ?
  4. ผมเป็นแบบอย่างที่ดีเลิศสำหรับลูกน้อง เพื่อนร่วมงาน และคนอื่นที่ผมทำงานด้วยหรือไม่ ?

ข. ผมคิดอย่างก้าวหน้าต่อครอบครัวหรือไม่ ?

  1. ครอบครัวผมมีความสุขมากขึ้นกว่าเมื่อ 3 หรือ 6 เดือนหรือไม่ ?
  2. ผมกำลังทำตามแผนที่จะปรับปรุงมาตรฐานความเป็นอยู่ของครอบครัวหรือไม่ ?
  3. ครอบครัวผมมีกิจกรรมหลากหลายที่น่าสนใจนอกบ้านหรือไม่ ?
  4. ผมได้กำหนดแบบอย่างของการเป็นคน " ก้าวหน้า " เป็นผู้สนับสนุนความก้าวหน้าให้แก่ลูกๆ หรือไม่ ?

ค. ผมคิดอย่างก้าวหน้าต่อตัวเองหรือไม่ ?

  1. ผมสามารถพูดได้อย่างบริสุทธิ์ใจหรือไม่ว่าในวันนี้ผมเป็นคนที่มีค่ามากกว่าเมื่อ 3 หรือ 6 เดือนที่แล้ว ?
  2. ผมกำลังปฏิบัติตามโปรแกรมการปรับปรุงตนเองอย่างมีระบบ เพื่อที่จะเพิ่มคุณค่าของผมต่อคนอื่นหรือไม่ ?
  3. ผมมีเป้าหมายที่มองไกลออกไปในอนาคตอย่างน้อย 5 ปีข้างหน้าหรือไม่ ?
  4. ผมเป็นคนที่ผลักดันโครงการต่างๆ ในทุกองค์กรหรือกลุ่มที่ผมเป็นสมาชิกหรือไม่ ?

ง. ผมคิดอย่างก้าวหน้าต่อชุมชนที่ผมอยู่หรือไม่ ?

  1. ผมได้ทำอะไรบ้างใน 6 เดือนที่ผ่านมาที่ผมสามารถคิดได้อย่างบริสุทธิ์ใจว่าได้ช่วยปรับปรุงชุมชนของผม ( เพื่อนบ้าน วัด โรงเรียน ฯลฯ) ?
  2. ผมได้ช่วยผลักดันโครงการที่มีประโยชน์ต่อชุมชน แทนที่จะคัดค้านวิจารณ์ หรือบ่นหรือไม่ ?
  3. ผมเคยเป็นผู้นำในการปรับปรุงที่มีประโยชน์ต่อชุมชนหรือไม่ ?
  4. ผมพูดในสิ่งที่ดีต่อเพื่อนบ้านและเพื่อนร่วมชาติหรือไม่ ?

สรุปการคิดที่จะเป็นผู้นำ

การที่จะเป็นผู้นำที่มีประสิทธิผลมากขึ้น ใช้กฎการเป็นผู้นำ 4 ข้อ ต่อไปนี้

1. แลกเปลี่ยนจิตใจกับคนที่คุณต้องการมีอำนาจชักจูงจิตใจ มันเป็นการง่ายที่จะทำให้คนอื่นทำในสิ่งที่คุณต้องการให้เขาทำ ถ้าคุณจะมองสิ่งต่างๆ จากสายตาของเขา ถามตัวเองด้วยคำถามนี้ก่อนที่คุณจะลงมือทำ " ผมจะคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไร ถ้าผมเป็นเขา และเขาเป็นผม "

2. ประยุกต์ใช้กฎ " ความเป็นมนุษย์ " ในการติดต่อสัมพันธ์กับคนอื่น ถามว่า " อะไรคือวิธีที่มีความเป็นมนุษย์ในการจัดการกับปัญหานี้ " ในทุกๆ สิ่งที่คุณทำ แสดงให้เห็นว่าคุณให้ความสำคัญกับคนเป็นอันดับแรก ปฏิบัติต่อคนในแบบที่คุณอยากได้รับการปฏิบัติ คุณจะได้รับผลตอบแทนไม่ช้าก็เร็ว 

3. คิดอย่างก้าวหน้า เชื่อในความก้าวหน้าและผลักดันเพื่อความก้าวหน้า คิดปรับปรุงในทุกสิ่งที่คุณทำ คิดมาตรฐานสูง ในทุกสิ่งที่คุณทำ ในระยะเวลาหนึ่งลูกน้องมีแนวโน้มที่จะเป็นรูปสำเนาของ หัวหน้าของเขา ให้แน่ใจว่า รูปต้นแบบมีค่าควร แก่การทำสำเนา ตั้งเป็นนโยบายส่วนตัวในสิ่งต่อ " ที่บ้าน ที่ทำงาน ในสังคม ถ้ามันเป็นเรื่องของความก้าวหน้า ผมเห็นด้วย "

4. หาเวลานอกพูดคุยกับตนเอง และดึงพลังชั้นสุดยอดของคุณออกมาใช้ การตั้งใจอย่างโดดเดี่ยวให้ผลตอบแทนคุ้มค่า ใช้มันใน การปลดปล่อย พลังความคิดสร้างสรรค์ ของคุณออกมา ใช้มันในการค้นหาคำตอบให้แก่ปัญหาส่วนตัวและธุรกิจ ดังนั้น ใช้เวลาบางส่วน สำหรับอยู่ตัวคนเดียวทุกวัน เพียงเพื่อที่จะคิด ใช้เทคนิคการคิดที่ผู้นำที่ยิ่งใหญ่ทั้งหลายใช้ นั่นคือ พูดคุยกับตนเอง

บทที่ 14 วิธีใช้ความมหัศจรรย์ของการคิดใหญ่ในสถานการณ์ฉุกเฉินที่สุดของชีวิต

 มีสิ่งมหัศจรรย์อยู่ในการคิดใหญ่ แต่มันง่ายมาที่จะลืม เมื่อคุณสะดุดตอที่ใหญ่โต ก็น่าห่วงว่าความคิดของคุณ จะหดลีบเล็กลง และเมื่อมันเกิดขึ้น คุณก็แพ้

ต่อไปนี้เป็นแนวทางสั้นๆ ที่จะทำให้คุณยังคงยึดอยู่กับสิ่งใหญ่ เมื่อคุณรู้สึกอยากจะใช้วิธีการแบบเล็กในการทำสิ่งต่างๆ

บางทีคุณอาจจะต้องการแนวทางเหล่านี้ลงบนกระดาษการ์ดเล็กๆ เพื่อสะดวกแก่การหยิบใช้

1. เมื่อคนเล็กพยายามกดคุณลงมา จงคิดใหญ่ แน่นอนมีคนบางคนที่ต้องการจะให้คุณแพ้ ต้องการให้ประสบกับเคราะห์ร้าย ต้องการให้คุณถูกตำหนิ แต่คนเหล่านี้ไม่สามารถที่จะทำร้ายคุณได้ถ้าคุณจำ 3 สิ่งต่อไปนี้

ก. คุณชนะถ้าคุณปฏิเสธที่จะสู้กับคนคิดเล็กคิดน้อย การต่อสู้กับคนเล็กจะลดขนาดของคุณให้เท่ากับขนาดของเขา เพราะฉะนั้นยืนอยู่ในตำแหน่งที่ใหญ่ไว้

ข. คาดไว้ได้เลยว่าถ้าคุณต้องการถูกแทงข้างหลัง นั่นเป็นการพิสูจน์ว่าคุณกำลังโต

ค. เตือนตัวเองว่าคนลอบกัดมีความเจ็บป่วยทางจิตจงเป็นคนใหญ่ และให้ความสงสารแก่พวกเขา

คิดให้ใหญ่พอที่จะปลอดภัยจากการโจมตีของพวกคิดเล็กคิดน้อย

2. เมื่อเกิดความรู้สึกที่ว่า ผมไม่มีในสิ่งที่จำเป็นต่อความสำเร็จ คืบคลานเข้ามาหาคุณ จงคิดใหญ่ จำไว้ว่า ถ้าคุณคิดว่า คุณอ่อนแอ คุณก็จะอ่อนแอ ถ้าคิดว่าคุณไม่มีความสามารถเพียงพอ คุณก็ไม่มี ถ้าคุณคิดว่าคุณเป็นคนชั้นสองคุณก็เป็น โจมตีแนวโน้มทางธรรมชาติของคนที่จะรู้สึกตนเองว่าต่ำต้อยด้วยเครื่องมือต่อไปนี้

ก. ทำให้ดูสำคัญ มันช่วยให้คุณคิดในสิ่งที่สำคัญ รูปร่างหน้าตา และการปรากฏภายนอกของคุณ มีส่วนเกี่ยวพันกับ ความรู้สึกภายในของคุณเป็นอย่างมาก

ข. มุ่งเน้นในคุณสมบัติของคุณ สร้างวิธีการขายตัวเองให้กับตัวเองแล้วใช้มัน เรียนรู้ที่จะชาร์จพลังในตัวคุณเอง รู้จักด้านบวกของตัวเอง

ค. วางคนอื่นให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม คนอื่นก็เป็นเพียงมนุษย์คนหนึ่ง เพราะฉะนั้นจะกลัวเขาทำไม ?

คิดให้ใหญ่เพียงพอ เพื่อที่จะเห็นว่าคุณดีแค่ไหนจริงๆ

3. เมื่อมีการทะเลาะเบาะแว้งดูเหมือนจะหลีกเหลี่ยงไม่ได้ จงคิดใหญ่ พยาบาท อาฆาต จะไม่ช่วยคุณไปถึงที่ที่คุณต้องการจะไป

ก. ถามตัวเองว่า จริงๆ แล้วเป็นสิ่งที่สำคัญแค่ไหนที่จะต้อง ถกเถียงกัน?

ข. เตือนตัวเองว่า คุณไม่ได้อะไรเลยจากการทุ่มเถียง แต่คุณจะเสียอะไรบางสิ่งบางอย่างเสมอ

คิดให้ใหญ่เพียงพอที่จะเห็นว่าการทะเลาะ การทุ่มเถียง และความพยาบาทอาฆาตจะไม่ช่วยคุณไปถึงที่ๆ คุณต้องการจะไป

4. เมื่อคุณรู้สึกพ่ายแพ้ จงคิดใหญ่ มันเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ที่จะประสบความสำเร็จใหญ่หลวงโดยปราศจากความลำบาก และความผิดพลาดแต่มันเป็นไปได้ที่จะมีชีวิตอยู่โดยปราศจากการถูกทำให้พ่ายแพ้ นักคิดใหญ่มีปฏิกิริยาต่อความผิดพลาดโดยวิธีนี้

ก. ถือว่าความผิดพลาดเป็นบทเรียน เรียนรู้จากมัน วิเคราะห์ดูความผิดพลาดและใช้มันในการส่งคุณให้ก้าวไปข้างหน้า กอบกู้สิ่งที่เหลืออยู่จากความผิดพลาดทุกครั้ง

ข. ผสมผสานความมุ่งมั่นกับการทดลอง ถอยหลังและเริ่มทำใหม่ด้วยวิธีการใหม่ๆ

คิดให้ใหญ่พอที่จะเห็นว่าความพ่ายแพ้เป็นสภาวะของจิตใจไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น

5. เมื่ออารมณ์แห่งความรัก เริ่มจะเสื่อมคลาย จงคิดใหญ่ ความคิดจุกจิกและเป็นลบประเภท หล่อน (เขา) ไม่ยุติธรรมกับผม ( ฉัน)เพราะฉะนั้นผม ( ฉัน ) ก็ทำแบบเดียวกัน เป็นความคิดที่ฆ่าอารมณ์แห่งความรัก ทำลายความเสน่หาที่ควรจะเป็นของคุณ ทำสิ่งต่อไปนี้เมื่อเกิดความขัดข้องหมองใจในด้านของความรัก

ก. มุ่งเน้นในคุณสมบัติสำคัญที่สุดกับคนที่คุณต้องการให้รักคุณเก็บสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ไว้ในที่ของมัน ที่ชั้นสอง

ข. ทำบางสิ่งบางอย่างเป็นพิเศษสำหรับคู่ของคุณ และทำบ่อยๆ คิดให้ใหญ่พอที่จะพบความสุขของชีวิตแต่งงาน

6. เมื่อคุณรู้สึกว่าความก้าวหน้าในงานกำลังช้าลง จงคิดใหญ่ ไม่ว่าคุณจะทำอย่างไร และไม่ว่าคุณจะมีอาชีพอะไร การเลื่อนตำแหน่งและเงินเดือนที่สูงขึ้นมาจากสิ่งเดียวเท่านั้น คือเพิ่มคุณภาพและปริมาณของผลผลิตของคุณ ทำสิ่งต่อไปนี้

คิดว่า ผมสามารถทำให้ดีขึ้น สิ่งที่ดีทีสุดไม่มี เพราะฉะนั้นมีช่องทางที่จะทำทุกสิ่งให้ดีขึ้น ไม่มีอะไรในโลกนี้ ที่ถูกทำขึ้นอย่างสมบูรณ์ ไม่มีที่ติและเมื่อคุณคิดว่า ผมสามารถทำให้ดีขึ้น จะปล่อย พลังความคิดสร้างสรรค์ ของคุณออกมาคิดให้ใหญ่พอ ที่จะเห็นว่าถ้าคุณถือบริการอยู่เหนือสิ่งอื่นใด เงินก็จะตามมาเอง

จากวาทะของพูบลิเลียส ไซรัส ได้กล่าวไว้ว่า คนฉลาดจะเป็นเจ้านายของจิตใจเขา คนโง่จะเป็นทาส