เงินนอกระบบ
- Tab 1
- Tab 2
- Tab 3
- Tab 4
- Tab 5
เงินนอกระบบ คือ เงินที่มีการใช้นอกระบบตลาดเงินที่มีความถูกต้อง หรือ นอกสถาบันการเงินที่ถูกต้องตามกฎหมาย
เงินนอกระบบมีความเกี่ยวข้องกับ
*ตลาดการเงิน(Financial Market)
- ตลาดเงิน
- ตลาดทุน
*สถาบันการเงินในระบบ
*แหล่งเงินนอกระบบ
ตลาดการเงิน (Financial Market)
หมายถึงตลาดที่อำนวยความสะดวก และสร้างสมดุลในการเคลื่อนย้ายเงินทุนจากผู้ออม หรือผู้มีเงินเหลือใช้ไปยัง ผู้ประกอบการที่ต้องการ ใช้เงินไปลงทุน การเคลื่อนย้ายเงินทุนจะมีตัวกลาง (Intermediary) ที่เป็นสถาบันการเงิน(คือธนาคารพาณิชย์ และบริษัทเงินทุนฯ)
โดยมีการออกตราสารทางการเงิน(Financial Instrument)
เพื่อเป็นหลักฐานสำหรับเป็นข้อตกลง และเงื่อนไขในการแลกเปลี่ยนเงินทุน
นอกจากนี้ตลาดการเงินจะเป็นตัวกำหนดดอกเบี้ย เพื่อใช้เป็นผลประโยชน์ตอบแทนให้กับผู้ออมในการให้กู้ยืมเงินทุนเหล่านั้น
ประเภทของตลาดการเงิน
จำแนกได้ตามอายุของตราสารที่เป็นเครื่องมือในการแลกเปลี่ยนเงินทุนได้คือ
- ตลาดเงิน(Money Market)
- ตลาดทุน(Capital Market)
- ตลาดอนุพันธ์(Derivative Market)โดยมีจุดประสงค์หลักในการบริหารความเสี่ยง
ตลาดเงิน (Money Market)
- เป็นศูนย์กลางการกู้ยืมเงินระยะสั้น
- มีระยะเวลาชำระคืนไม่เกิน 1 ปี
- ใช้สำหรับเป็นเงินทุนหมุนเวียนของกิจการ
- การกู้ยืมอาจเป็นการกู้ยืมกันโดยตรง
- ไม่สามารถซื้อขายเปลี่ยนมือเอกสิทธิ์ทางการเงิน
เช่น - สินเชื่อเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
(Revolving / Working Capital Loan)
เงินเบิกเกินบัญชี(Overdraft)
- ตั๋วสัญญาใช้เงิน(Promissory Note- P/N)
- การกู้ยืมเงินระหว่างธนาคาร(Interbank Market)
การให้กู้ยืมของธนาคารแห่งประเทศไทยผ่านสัญญาซื้อคืนพันธบัตร
(Repurchase Agreement)
ส่วนธุรกรรมในตลาดเงินที่มีการซื้อขายเปลี่ยนมือเอกสิทธิ
ทางการเงิน โดยซื้อขายในรูปของส่วนลด
เช่น ตั๋วเงินคลัง(Tresury Bill)
เอกสารทางการค้า(Commercial Paper)
ตั๋วแลกเงิน(Bill of Exchange- B/E)
บัตรเงินฝากธนาคาร
(Negotiable Certificate of Deposits- NCDs)
ตั๋วสัญญาใช้เงินอัตราดอกเบี้ยลอยตัว
(Floating Rate Note- FRN)
ตลาดทุน(Capital Market)
- เป็นศูนย์กลางการกู้ยืมเงินที่มีอายุการชำระคืน
เกินกว่า 1 ปีขึ้นไป
- ใช้เป็นแหล่งเงินทุนระยะยาวเพื่อนำมาลงทุน
ในสินทรัพย์ถาวร
เช่น - การสร้างหรือขยายกิจการ
เนื่องจากเป็นการกู้ยืมระยะยาว
การออกหลักฐานหรือตราสารทางการเงินส่วนมาก
มักจะสามารถซื้อขายเปลี่ยนมือได้
เพื่อเป็นการเพิ่มสภาพคล่องให้กับผู้ถือตราสารในตลาดทุน
ได้แก่
หุ้นสามัญ
หุ้นบุริมสิทธิ
พันธบัตรรัฐบาล
หุ้นกู้การแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์
เงินกู้ยืม
การเช่าซื้อระยะยาวเป็นต้น
ตลาดทุนที่มีประสิทธิภาพจะต้องมีสภาพคล่อง
ซึ่งหมายถึง - การที่ผู้ประกอบการสามารถหาเงินทุนได้ตลอดเวลาเมื่อมีโครงการที่น่าลงทุน
- ผู้ออมสามารถนำเงินมาลงทุนได้ทันทีที่ต้องการ
และสามารถไถ่ถอนเงินทุนได้ทันทีในราคายุติธรรม
โดยปกติการลงทุน ในตลาดทุนจะมีความเสี่ยงมากกว่าในตลาดเงินเนื่องจากเป็นการลงทุนที่มีระยะยาวกว่า ทำให้ต้องเผชิญกับความผันผวนมากกว่า ซึ่งความเสี่ยงที่สูงกว่าจะถูกชดเชย
โดยผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับจะสูงกว่าในตลาดเงินผลตอบแทนในตลาดทุนสามารถอยู่ในรูปของเงินปันผล ดอกเบี้ย และกำไรหรือขาดทุนจากการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของ
ราคาหลักทรัพย์
ปกติเมื่อพูดถึงตลาดทุน มักจะนึกถึงแค่ตลาดหลักทรัพย์ หรือตลาดหุ้น
ซึ่งจริงๆแล้วมันเป็นแค่ส่วนหนึ่งในตลาดทุนและมีความสำคัญ คือช่วยให้ผู้ที่ถือครองตราสารหุ้น สามารถมีตลาดรองรับการซื้อขาย ช่วยสร้างสภาพคล่องให้ผู้ถือตราสารหุ้น