ความเสี่ยงส่วนบุคคล (Personal Risk)

  • Tab 1
  • Tab 2
  • Tab 3
  • Tab 4
  • Tab 5
  • Tab 6

คนเราทุกวันนี้ ล้วนต้องเผชิญกับความไม่แน่นอน และการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เราไม่อาจคาดคะเนได้ว่า จะเกิดอะไรขึ้นกับเราในอนาคต เราต้องเสี่ยงกับความไม่แน่นอน และสิ่งที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งในทางดีหรือในทางร้าย เหตุการณ์ที่ไม่อาจคาดการณ์ดังกล่าวอาจเกิดจากเหตุการณ์ธรรมชาติ หรือจากการกระทำของผู้อื่น ซึ่งย่อมมีโอกาสส่งผลกระทบถึงเราได้เสมอ

ความเสี่ยง (Risk) คือโอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์หรือการกระทำใด ๆ ความผิดพลาด ความเสียหาย การรั่วไหล ความสูญเปล่า หรือเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์

ความเสี่ยงภัย (Risk) ในปัจจุบัน ยังไม่มีคำนิยามของคำว่า "ความเสี่ยงภัย" ให้เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปในทางทฤษฎีได้ให้ความหมายของคำว่า "ความเสี่ยงภัย" ไว้ต่างๆ กัน ดังนี้ 1. ความเสี่ยงภัย คือ โอกาสที่จะเกิดความเสียหาย (The Chance of Loss) 2. ความเสี่ยงภัย คือ ความเป็นไปได้ที่จะเกิดความเสียหาย (The Possibility of Loss) 3. ความเสี่ยงภัย คือ ความไม่แน่นอน (The Uncertainty) 4. ความเสี่ยงภัย คือ ความผันแปรของผลลัพธ์ที่แท้จริง จากผลลัพธ์ที่คาดไว้ (The Dispersion of Actual Results From Expected Results) 5. ความเสี่ยงภัย คือ ความน่าจะเป็นไปได้ของผลที่ออกมา แตกต่างไปจากสิ่งที่คาดไว้ (The Possibility of any outcome deferent from the one expected)

ภัย (Peril) หมายถึง สาเหตุที่ทำให้เกิดความเสียหาย โดยทั่วไปเราสามารถที่จะจำแนก สาเหตุที่ทำให้เกิดความเสียหายออกได้ 3 ประเภทใหญ่ๆ ด้วยกัน คือ

1. สาเหตุความเสียหายจากธรรมชาติ (Natural Perils) เป็นเหตุซึ่งอยู่นอกเหนือ ความสามารถที่มนุษย์จะควบคุมได้ เช่น ไฟไหม้ป่า, ลมพายุ, น้ำท่วม, แผ่นดินไหว, ภูเขาไฟระเบิด, การได้รับเชื้อโรคมะเร็ง ฯลฯ
2. สาเหตุความเสียหายจากบุคคล (Human Perils หรือ Man-Made Perils) เป็นการกระทำของมนุษย์ เช่น การลอบวางเพลิง, การโจรกรรม, การฆาตกรรม, การฆ่าตัวตาย, การจลาจล, การประมาทเลินเล่อ, การทุจริต, การยักยอกทรัพย์สินหรือเงินสดของนายจ้าง ฯลฯ
3. สาเหตุความเสียหายจากเศรษฐกิจ (Economic Perils or Business Perils) เกิดจากสภาพเศรษฐกิจ หรือสภาพธุรกิจของสังคม เช่น สภาพเงินเฟ้อ, สภาพเงินฝืด, การเปลี่ยนแปลงในรสนิยมของผู้บริโภค, ความเจริญก้าวหน้าในเทคโนโลยี ซึ่งทำให้ผู้ผลิตสินค้าสามารถผลิตสินค้าที่มีขีดความสามารถ หรือประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น อย่างมาก แต่กลับมีราคาที่ถูกลง ทำให้ผู้ผลิตสินค้ารุ่นเก่าที่มีประสิทธิภาพน้อยหรือทำงานได้ช้า และมีราคาแพงประสบกับการขายสินค้าของตน ไม่ออก และต้องเลิกกิจการไปในที่สุดเป็นต้น

ความสูญเสีย (Loss) หมายถึง การลดลงหรือสูญเสียไปซึ่งมูลค่าอันเกิดขึ้นจากเหตุการณ์ ที่ไม่แน่นอน

ประเภทของความสูญเสีย

เราสามารถแบ่งความสูญเสีย ออกเป็น 3 ประเภท คือ

1. การสูญเสียชีวิต หรือ การสูญเสียรายได้ของบุคคล ( Personal Loss ) เป็นการสูญ เสียที่เกิดจากการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร การเป็นบุคคลทุพพลภาพ การว่างงาน
2. การสูญเสียทรัพย์สิน ( Property Loss ) เป็นการสูญเสียไม่ว่าทางตรงหรือเป็นผลต่อ เนื่องจากภัยที่เกิดขึ้น
3. การสูญเสียทางการเงินอันเนื่องจากความรับผิดชอบต่อบุคคลอื่นตามกฏหมาย ( Legal Liability Loss ) เป็นความสูญเสียทางการเงินที่เป็น การรับผิดชอบ ของผู้เป็นเจ้าของทรัพย์สิน หรือ ธุรกิจนั้นที่เป็นสาเหตุก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่น

คนทุกคนกำลังเดินอยู่บนสะพานแห่งชีวิต ความผิดพลาดอาจจะเกิดขึ้นได้เสมอ ถ้าประมาทและขาดการวางแผนที่ดี ถึงแม้จะดำเนินชีวิตด้วย การวางแผนที่ดี และมีความรอบคอบเพียงใดก็ตาม แต่บางครั้งโชคไม่เข้าข้างก็อาจจะผิดพลาดได้เหมือนกัน เราคงเคยเห็นชมรมคนเคยรวย นักร้องตกยาก นักกีฬาตกอับ หรือดาราอับแสงกันอยู่บ่อยๆ คนบางคนถึงขั้นทำใจไม่ได้กับชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปจากหน้ามือเป็นหลังเท้า บางคนต้องใช้เวลานานมากในการปรับตัว ให้เข้ากับสภาพของชีวิตที่ตกต่ำ ยิ่งคนไหนที่มีลักษณะที่เรียกกันว่า “จมไม่ลง” ด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ให้ชีวิตสับสนมากยิ่งขึ้น เพราะสภาพแวดล้อม เปลี่ยนไปแล้ว แต่ใจยังทำใจให้ยอมรับไม่ได้
ถ้าสังเกตดูให้ดีจะเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงเข้าเยือนชีวิตเราอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าชีวิตส่วนตัว ชีวิตการทำงาน และสังคมรอบข้าง แต่คนเรามักจะไม่ค่อย ให้ความสำคัญกับมันมากนัก เพราะเราคุ้นเคยกับการเปลี่ยนแปลงที่มันเกิดขึ้นทีละเล็กทีละน้อยค่อยๆเป็นค่อยๆไป การเปลี่ยนแปลงนั้นเกิดขึ้นอยู่บ่อยๆ และการเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ได้กระทบต่อการดำรงชีพของเราโดยตรง เช่น ทุกวันมีคนเกิดและมีคนตาย แต่เราไม่มีความรู้สึกอะไร เพราะคนเหล่านั้นไม่ใช่ญาติพี่น้องเรา แต่ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามการเกิดและการตายเข้ามาใกล้กับชีวิตของเรา ความรู้สึกต่อการเกิดและการตายของเราจะเปลี่ยนแปลงไป จากอารมณ์เฉยๆก็เปลี่ยนไปสู่อารมณ์ของการดีใจหรือเสียใจ หรือการตกงานมีให้เห็นทุกวันตามหน้าหนังสือพิมพ์ แต่เมื่อการตกงานเข้ามาถึงชีวิตของเรา เราก็จะรู้สึกว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นสิ่งที่น่ากลัว

ความเสี่ยงในชีวิตเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่จัดการได้ โดยการผ่อนหนักให้เป็นเบา ทำให้เกิดช้าลง ทำให้ผลกระทบที่เกิดขึ้นน้อยลง เราคงจะเคยได้ยินคำว่า การบริหารความเสี่ยง (Risk Management) ในเชิงธุรกิจกันมากบ้าง ยิ่งตอนนี้มีกฎหมายออกมาใหม่ให้สถานประกอบการ ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น โรงงานผลิตสารเคมีอันตราย โรงงานผลิตก๊าซอันตราย จะต้องมีการประเมินและจัดทำแผนบริหารจัดการกับความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น แต่ยังไม่เคยเห็นใครสอนเรื่องการบริหารความเสี่ยงในชีวิตเลย

ความเสี่ยงในชีวิตของคนเราสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทคือ

ความเสี่ยงในการดำรงชีวิต (Basic Risk) ความเสี่ยงประเภทนี้หมายถึง ความเสี่ยงต่อการอดข้าวอดน้ำ ไม่มีที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม การมีสังคม หรือปัจจัย อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการมีชีวิตอยู่ ความเสี่ยงประเภทนี้ สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนทุกสังคม คนส่วนมากสามารถบริหารและจัดการกับ ความเสี่ยงประเภทนี้ ได้ เพราะเป็นความเสี่ยงที่คนเราคุ้นเคยมาตั้งแต่เกิด

ความเสี่ยงในการพัฒนาชีวิต ( Opportunity Risk) ความเสี่ยงประเภทนี้เป็นความเสี่ยงที่จะทำให้ชีวิตของคนดีขึ้นกว่าความเป็นมนุษย์ตามธรรมชาติ หรืออาจจะเรียกง่ายๆว่าเป็นความเสี่ยงแห่งโอกาสในการพัฒนาชีวิตให้ดีขึ้น เช่น การเรียนรู้ก็จะมีความเสี่ยงที่จะมีการเรียนรู้ที่ผิดๆ หน้าที่การงานก็มีความเสี่ยงต่อความไม่ก้าวหน้าหรือก้าวหน้าช้ากว่าผู้อื่น ด้านการเงินก็มีความเสี่ยงที่จะเป็นหนี้และเกิดภาวะขัดสน ด้านเกียรติยศชื่อเสียงก็มีความเสี่ยงต่อการเสื่อมเสีย

ความเสี่ยงประเภทนี้เองที่มักจะทำให้คนเสียศูนย์มามาก เพราะความเสี่ยงประเภทนี้ไม่ใช่เป็นความเสี่ยงที่ธรรมชาติมอบให้มา แต่เป็นความเสี่ยงที่คน แสวงหา กันเอาเอง เพราะคนต้องการให้ชีวิตดีขึ้น ต้องการความก้าวหน้า ต้องการความร่ำรวย ต้องการชื่อเสียงเกียรติยศ ต้องการเป็นผู้นำผู้อื่น เมื่อความต้องการเหล่านี้ก่อตัวกันมากขึ้นและนานขึ้น ประกอบกับการที่ไม่สามารถสลัดมันออกไปจากชีวิตได้ ความต้องการนี้ก็จะกลายเป็น “กิเลส” ที่จะคอยหลอกหลอนชีวิตของเราอยู่เรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อชีวิตของเราไปไม่ถึงดวงดาว

คนทั่วไปมักจะมีความรู้สึกว่าความเสี่ยงเป็นเรื่องที่ไม่ดี แต่ในความเป็นจริงแล้ว เบื้องหลังของความเสี่ยงนั้นมีทั้งสิ่งที่ดีและสิ่งที่ไม่ดีแฝงเร้นอยู่เสมอ เหมือนภาษาธุรกิจที่กล่าวว่า เบื้องหลังวิกฤตมักจะมีโอกาสซ่อนอยู่เสมอ ดังนั้น ผมจึงอยากให้ทุกคนลองมองความเสี่ยงในชีวิตให้เป็นโอกาส ลองมองความเสี่ยงเป็นโจทย์ของชีวิต ลองฝึกบริหารความเสี่ยงในชีวิตดูบ้าง

เพื่อให้ชีวิตเราพร้อมที่จะจัดการกับความเสี่ยงทุกประเภท จึงขอแนะนำขั้นตอนการบริหารความเสี่ยงในชีวิตดังนี้

ประเมินความเสี่ยง ให้ลอง List ความเสี่ยงในชีวิตของเราดูว่ามีอะไรบ้าง เช่น เสี่ยงต่อการตกงาน เสี่ยงต่อการอกหัก เสี่ยงต่อการเป็นหนี้ เสี่ยงต่อการติดคุก เสี่ยงต่อโรคเอดส์ เสี่ยงต่อความแตกแยกในครอบครัว ฯลฯ เพื่อให้เราได้มองเห็นภาพว่าในความเป็นจริงแล้ว ชีวิตของเรามีความเสี่ยงอะไรบ้าง ด้านไหนของชีวิตที่มีความเสี่ยงสูง ด้านไหนที่มีความเสี่ยงน้อย

กำหนดทางเลือกในการบริหารความเสี่ยง ให้ลองกำหนดทางในเลือกเพื่อจัดการให้ความเสี่ยงในแต่ละเรื่องลดลง เช่น ถ้าไม่ต้องการเป็นหนี้ก็ควรจัดทำแผนการเงินไว้ล่วงหน้า ถ้าไม่ต้องเสี่ยงต่อการเป็นเอดส์ก็ไม่ควรไปเที่ยว หรือมีพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ ซึ่งในแต่ละความเสี่ยงอาจจะมีทางเลือกได้หลายทางเลือก แล้วค่อยพิจารณาว่าทางเลือกไหนจึงจะเหมาะสมมากที่สุดสำหรับลดความเสี่ยงในชีวิตในเรื่องนั้นๆ

ดำเนินการบริหารความเสี่ยง เมื่อมีการวางแผนในการบริหารความเสี่ยงไว้แล้ว เมื่อถึงเวลาที่เราต้องเผชิญหน้ากับความเสี่ยงขอให้ตั้งสติให้ดี ใช้ปัญญาเอาชนะความกลัว ดำเนินการตามแนวทางที่ได้กำหนดไว้ตั้งแต่ต้น เช่น ถ้าเราไม่ได้รับการเลื่อนตำแหน่งอย่าเพิ่งท้อให้คิดว่าเราจะได้มีเวลาพัฒนาตัวเองเพิ่มมากขึ้น ถ้าเราจำเป็นต้องเป็นหนี้คนอื่น ขอให้คิดว่าเป็นหนี้ได้ก็ต้องหมดหนี้ได้ สิ่งสำคัญคืออย่าไปตื่นเต้นตกใจกับผลของความเสี่ยง ไม่ว่าผลนั้นจะดีหรือไม่ดี หน้าที่ของเราในตอนนี้คือทำใจให้ยอมรับผลของความเสี่ยงที่เกิดขึ้นให้ได้

ประเมินผลการบริหารความเสี่ยง เมื่อความเสี่ยงในเรื่องนั้นๆผ่านไปแล้ว ให้ลองคิดทบทวนดูว่าผลที่เกิดขึ้นนั้นเป็นไปตามที่เราต้องการหรือไม่ มีข้อผิดพลาดในการบริหารความเสี่ยงตรงไหนบ้าง แล้วนำผลไปใช้ในการบริหารความเสี่ยงด้านอื่นๆต่อไป

สรุป ชีวิตทุกชีวิตมีความเสี่ยง ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้ ชีวิตใดไม่มีความเสี่ยงชีวิตนั้นไม่มีโอกาสแห่งความก้าวหน้า ดังนั้น คนที่รักความก้าวหน้าจึงต้องกล้าเผชิญหน้ากับความเสี่ยง โดยอาศัยเทคนิคและวิธีการในการบริหารจัดการกับความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ

Resource : peoplevalue.co.th