ธุรกิจขายตรงหลายชั้น (MLM)

1. การหาสมาชิกและ การดำเนินงานทั่วไปของธุรกิจขายตรงหลายชั้น (MLM)

ลักษณะการหาสมาชิกของธุรกิจ MLM

การหาสมาชิกจะเริ่มจากการแนะนำสินค้า ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าอุปโภคบริโภคที่ใช้ในชีวิตประจำวัน โดยจะแนะนำ ให้ผู้มุ่งหวังได้ทดลองใช้สินค้าหรือซื้อสินค้าไปใช้ก่อน เช่น อาจจะซื้อสินค้าจากผู้แนะนำ หรือสมัครเป็นสมาชิก เพื่อซื้อสินค้าในรหัสของตัวเอง เลยก็ได้ หลังจากซื้อสินค้ามาใช้เองแล้ว ถ้าเกิดใช้แล้วชอบประทับใจ ในตัวสินค้าก็จะซื้ออีกเป็นครั้งที่สอง หรือถ้าไปแนะนำให้คนอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นญาติ, เพื่อน หรือคนรู้จักได้ใช้สินค้าเหมือนกันกับที่ตัวเองใช้อยู่ก็จะได้รับผลประโยชน์ตอบแทนจากทางบริษัท เรียกว่า "ค่าคอมมิสชั่น" หรืออาจจะเรียกวิธีการหา สมาชิกของธุรกิจ MLM ง่าย ๆ ว่า "ใช้ดีแล้วบอกต่อ" ซึ่งนั่นหมายถึง ตัวสินค้าต้องเป็นสินค้าที่ดีและ มีคุณภาพจริง ๆ ตัวสินค้าต้องสามารถขายตัวมันเองได้ และ ที่สำคัญสินค้าต้อง ราคายุติธรรมสม กับคุณภาพจึงจะสามารถหาสมาชิกได้ง่าย อีกทั้งค่าสมัคร เป็นสมาชิกของธุรกิจ MLM จะไม่แพงจนเกินไป คนทุกระดับสามารถสมัครเป็นสมาชิกได้ เพราะบริษัทที่ดำเนินธุรกิจ MLM ไม่มีความจำเป็นและ ไม่มีเหตุผลที่จะให้คนที่อยากจะซื้อสินค้ากับ ทางบริษัทต้องเสียเงินค่าสมัครแพง ๆ เพราะบริษัท MLM มีความต้องการที่จะขายสินค้ามากกว่าที่จะหากำไรจาก ค่าสมัครสมาชิก จะสังเกตเห็นได้ว่าการเป็นสมาชิกของธุรกิจขายตรงจะไม่ยุ่งยาก วุ่นวาย จะไม่มีการแนะนำให้คนที่จะเป็นสมาชิกต้องนำเงินมาลงทุนครั้งละมาก ๆ หรือไม่มีการแนะนำให้ผู้มุ่งหวังไปกู้เงิน ยืมเงิน เพื่อมาสมัครเป็นสมาชิก เพราะนั่นแสดงว่า บริษัทที่ทำอย่างนี้มีเจตนาที่จะระดมทุนหรือระดมเงิน เพื่อนำมาหมุนเวียนภายในบริษัท และ นำเงินของสมาชิกใหม่มาจ่าย ให้กับสมาชิกเก่า ซึ่งผู้ที่เข้าสู่บริษัทลักษณะนี้ม ีอัตราการเสี่ยงสูงมาก เพราะอาจจะไม่ได้เงินคืน หรืออาจถูกหลอกลวงได้ง่าย และ ในที่สุด ก็จะหาสมาชิกไม่ได้เลย

2. การดำเนินงานโดยทั่วไปของ MLM

คนที่อยากจะมีรายได้จากธุรกิจ MLM จะเน้นเอากำไรจากการขายแต่เพียงอย่างเดียวไม่ได้ จะต้องรู้จักการหาคนเพื่อเข้ามาเป็นสมาชิกในทีมงานของตนเองด้วยเพื่อที่จะได้มีรายได้ที่ต่อเนื่องและ มั่นคง คนที่เข้าสู่ธุรกิจ MLM จะมีอยู่หลายกลุ่มหลายประเภท บางคนเข้ามาเพื่อเป็นเพียงผู้บริโภค เพื่อซื้อสินค้าใช้ บางคนเข้ามาเพื่อทำเป็นงานอดิเรกมีรายได้เสริมบ้างเล็กน้อย หรือบางคนเข้ามาเพื่อตั้งใจทำเป็นธุรกิจอย่างจริงจังเพื่อสร้างรายได้ให้กับตนเองและ ครอบครัว ซึ่งเมื่อเข้าสู่ธุรกิจ MLM แล้ว การดำเนินงานพอจะอธิบายได้โดยสังเขป ดังนี้

1. การขาย คนที่เข้าสู่ธุรกิจขายตรงหลายชั้นหรือ MLM คงจะต้องเริ่มจากการขายหรือแนะนำตัวสินค้าให้ได้เสียก่อน เพราะถือเป็นการเปิดประตูด่านแรกที่จะทำให้คนได้รู้จักกับบริษัทและ ได้รู้จักกับธุรกิจ เพราะฉะนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่สมาชิกของธุรกิจขายตรงจะต้องพยายามศึกษาข้อมูล และ ลักษณะเด่นต่าง ๆ ของสินค้า เพื่อที่จะแนะนำได้อย่างถูกต้อง โดยยึดหลักจรรยาบรรณที่ว่า ไม่ต้องพูดโอ้อวดสรรพคุณของสินค้าเกินความเป็นจริง แต่คนที่อยากจะมีรายได้จากธุรกิจ MLM จะเน้นเอากำไรจากการขายแต่เพียงอย่างเดียวไม่ได้ จะต้องรู้จักการหาคนเพื่อเข้ามาเป็นสมาชิกในทีมงานของตนเองด้วย เพื่อที่จะได้มีรายได้ที่ต่อเนื่องและ มั่นคง

2. การขยายทีมงาน การขยายทีมงานหรือการชวนคนถือเป็นงานที่ต้องทำมากที่สุดเพราะธุรกิจ MLM รายได้ที่แท้จริง จะอยู่ที่การแนะนำคนให้ใช้สินค้าและ สมัครเป็นสมาชิก เพราะฉะนั้นคนที่เข้าสู่ธุรกิจ MLM จะต้องพยายามชวนคนเข้าร่วมธุรกิจให้ได้มากที่สุดและ แนะนำคนที่สมัครเป็นสมาชิกได้ใช้สินค้า เพื่อที่ว่าหากใช้สินค้าแล้วชอบก็จะสามารถซื้อใช้เองได้ในรหัสของตัวเอง และ เมื่อไปแนะนำคนอื่น ๆ ให้ได้ใช้สินค้าตนเองก็จะมีรายได้ ธุรกิจนี้จึงจะเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

3. การบริหารสมาชิกในทีมงาน ต้องรู้จักพัฒนาศักยภาพของตนเองและ ของสมาชิกในทีมงานด้วย การพาสมาชิกเข้าประชุมเข้าร่วมอบรมกับทางบริษัทอย่างต่อเนื่อง เพื่อทำความเข้าใจในตัวสินค้าและ ผลิตภัณฑ์ และ รู้ถึงวิธีการที่นำพาทีมงานให้ประสบความสำเร็จ ที่สำคัญต้องดูแลให้ทีมงานเกิดความรัก ความสามัคคี และ มีความสุข มีรายได้ที่ดีจากการเข้าสู่ธุรกิจ MLM

3. สินค้าในระบบขายตรง

โดยปกติสินค้าในระบบขายตรงที่ดีจะแยกแยะได้ชัดเจนจากธุรกิจแชร์ลูกโซ่ ซึ่งมีสินค้าเป็นเพียงเครื่องมือในการระดมเงิน โดยสินค้าในธุรกิจหลอกลวงดังกล่าว มีลักษณะ

1. สรรพคุณของสินค้าจะเกินจริง ส่วนใหญ่แล้วสินค้าในกลุ่มที่สรรพคุณเกินจริง และ ขายได้ในราคาที่สูงมักจะใช้หมวดหมู่ของอาหารเพื่อสุขภาพเป็นเครื่องบังหน้า หรือมีบางส่วนเป็นเครื่องสำอาง เครื่องใช้เพื่อสุขภาพ มักกล่าวอ้างว่า บำบัดรักษาโรคต่าง ๆ ซึ่งเป็นโรครุนแรงเรื้อรัง วงการแพทย์ยังรักษาให้หายขาดไม่ได้ เช่น โรคมะเร็ง โรคเอดส์ เบาหวาน อัมพาต อัมพฤกษ์ ลดน้ำหนักโดยไม่ต้องควบคุมอาหาร และ ตั้งราคาที่สูงจากสรรพคุณนั้น ๆ ได้

2. ต้นทุนกับราคาปลายทางไม่สมเหตุสมผล เช่น ต้นทุน 10 บาท ขาย 2,000 บาท ต้นทุน 100 บาท ขาย 3,000 บาท เป็นต้น เพราะธุรกิจเหล่านี้จะไม่ต้องการให้ลูกค้าคนเดิมมีการซื้อซ้ำในสินค้าตัวเดิม ต้องการใช้ซื้อเพียงครั้งแรกเท่านั้น เมื่อสรรพคุณไม่สมราคา

ลูกค้าหรือผู้ได้ร่วมธุรกิจ จะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ

กลุ่มที่ 1 มีความชัดเจนในธุรกิจประเภทนี้ดี รับรู้แต่แรกว่าสินค้าเป็นเพียงเครื่องมือตั้งล่อเพื่อนำเงินมาต่อเงินเท่านั้น

กลุ่มที่ 2 เกิดความหลงผิด เชื่อว่าสรรพคุณของสินค้าเป็นเช่นนั้นจริง แต่เมื่อซื้อไปแล้วความเสียดายเงินบวกกับความโลภ จะทำให้ต้องตกกระไดพลอยโจนดำเนินธุรกิจต่อด้วยการไปหลอกคนอื่นให้เสียรู้ในลักษณะเดียวกัน

ข้อเสนอแนะในการตรวจสอบ ราคาต้นทุนกับราคาปลายทาง ภาครัฐสามารถทำได้โดยประสานหน่วยงานเหล่านี้ และ ร่วมมือกันได้อย่างชัดเจนจาก 5 หน่วยงาน

1. สคบ. เริ่มต้นตรวจสอบ จากการร้องเรียน ของผู้บริโภค

2. อย. ตรวจสอบสรรพคุณ และ ความถูกต้อง ตามกฎหมายของสินค้า

3. สรรพากร ตรวจสอบ ราคาต้นทุนของ สินค้าที่ผลิต ภายในประเทศ

4. ศุลกากร ตรวจสอบ ราคาต้นทุนของ สินค้าที่นำเข้า

5. สศก. สืบสวนสอบสวน กระบวนการดำเนินการ ทางธุรกิจ ในการขายสินค้านั้น ๆ

4. หลักการพิจารณาธุรกิจขายตรง MLM ที่ดี

แผนการตลาด ต้องให้คอมมิสชั่นสมาชิกได้มาก ในขณะที่คุณภาพและ ราคาสู้คู่แข่งได้ แผนการตลาดต้องเรียบง่าย เช่น ค่าสมัครไม่แพง ขึ้นตำแหน่ง (ระดับคอมมิสชั่น) ได้ไม่ยากจนเกินไป

1. ผลิตภัณฑ์หรือบริการ ต้องเป็นรูปธรรมมีคุณภาพมาตรฐาน ถ้าเป็นสินค้าด้านสุขภาพต้องมีองค์กรมาตรฐานรับรองเป็นสินค้าที่ใช้แล้วหมดมีการซื้อซ้ำ สำหรับบริษัทเปิดใหม่ถ้าไม่ใช่ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว เครื่องสำอาง หรืออาหารเสริมที่มีลิขสิทธิ์ มีโอกาสขาดทุนและ ปิดตัวในเวลาไม่ช้า เนื่องจาก Margin ไม่พอ หรือไม่ดึงดูดสมาชิก

2. ราคา ต้องไม่สูงเกินคู่แข่ง (สินค้าประเภทเดียวกัน) เพราะการแข่งขันสูง

3. แผนการตลาด ต้องให้คอมมิสชั่นสมาชิกได้มากในขณะที่คุณภาพและ ราคาสู้คู่แข่งได้ แผนการตลาดต้องเรียบง่าย เช่น ค่าสมัครไม่แพง ขึ้นตำแหน่ง (ระดับคอมมิสชั่น) ได้ไม่ยากจนเกินไป และ เป็นไปตามความสามารถ รักษายอดไม่สูง มีสิ่งจูงใจมาก ไม่ต้องตุนสินค้า

4. ผู้ประกอบการ (เจ้าของบริษัท) ต้องมีคุณธรรม (ไม่คิดตีหัวเข้าบ้าน เอาเปรียบ ฯลฯ) มีเงินทุนเพียงพอในการประกอบการ (เพราะระยะต้นจะไม่มีกำไร) เข้าใจธุรกิจ MLM มีวิสัยทัศน์ (คาดการณ์ล่วงหน้าพร้อมมาตรการรองรับ)

5. บุคลกรของบริษัท ต้องมีคุณภาพและ จำนวนเพียงพอ การจ้างผู้ที่อ้างว่าเป็นมืออาชีพ หรือนักบรรยายมักไปไม่รอด เพราะส่วนใหญ่หลอกหากินกับบริษัทอื่น ๆ มาก่อน บางคนถูก Blacklisted แล้วสมาชิกเห็นต้องร้อง "ยี้"

6. จุดกระจายสินค้า ต้องมีมาก เพราะ MLM เป็นธุรกิจค้าปลีกและ ค้าส่งในตัว

7. บริษัทที่มีการส่งเสริมการขายและ ส่งเสริมภาพลักษณ์ จะได้เปรียบ คนมีระดับ (B และ A) จะชอบร่วมกับบริษัทที่มีภาพลักษณ์ของความมั่นคง สร้างสรรค์สังคม แก้ไขปัญหาสังคม ไม่ยุยงให้สังคมฟุ้งเฟ้อ

8. กลุ่มผู้มุ่งหวังรอบตัว ผู้มีรายได้น้อยไม่ควรเข้าสู่บริษัทที่ขายสินค้าราคาสูง ผู้ที่อยู่ในกลุ่มบนไม่ควรเข้าสู่บริษัทที่ขายสินค้าระดับล่าง บริษัทที่มีความหลากหลายของสินค้าจะได้เปรียบ

9. บริการของบริษัท ควรมีมากพอ เช่น สถานที่บรรยาย อบรม กระจายสินค้า รับคืนสินค้า ภาษี ฯลฯ จะได้ลดภาระค่าใช้จ่ายของสมาชิก

5. แชร์ลูกโซ่คืออะไร…?

แชร์ลูกโซ่ หมายถึง รูปแบบการดำเนินธุรกรรมที่มุ่งประสงค์เพื่อหารายได้จากการระดมทุนเป็นหลัก โดยมีการสัญญาในการเข้าร่วมธุรกิจ ที่จะตอบแทนผลประโยชน์ในรูปแบบต่าง ๆ ที่สูงกว่าเงินลงทุน ซึ่งผู้ประกอบการมักจะอ้างถึงการนำเงินไปลงทุนในรูปแบบอื่น ๆ ต่อ ๆ ไป เพื่อปันรายได้แจกจ่ายผู้เข้าร่วมธุรกิจอย่างทั่วถึง แต่ผลของมัน คือ การที่ตอบแทนผลประโยชน์ในช่วงต้น ๆ เพื่อกระตุ้นให้เกิด การร่วมธุรกิจต่อเนื่อง จนเมื่อถึงจุดที่ผู้ประกอบการหวังผลในการระดมทุนสำเร็จแล้ว ก็จะหาทางปิดตัวไปเพื่อหลีกเลี่ยงการจ่ายผลประโยชน์ต่อ ๆ ไป หรืออาจจะดำเนินการต่อเนื่องจนกว่าฐานที่เข้ามาหรือผู้เข้าร่วมธุรกิจ ที่เข้ามาในช่วงหลัง จะไม่สามารถหมุนเวียนเงินตอบแทน ได้กับคนที่มาก่อนได้ ก็จะเริ่มปิดตัวลง

ลักษณะและ วิธีการดำเนินงาน

การหาสมาชิก และ การจ่ายผลประโยชน์

ส่วนใหญ่วิธีการดำเนินงานของแชร์ลูกโซ่จะเริ่มจากวงแคบ ๆ จากเพื่อนคนใกล้ชิดแล้วค่อย ๆ ขยายตัวไปรอบนอก จนถึงขั้นควบคุมไม่ได้ เพราะจะเริ่มออกสู่วงกว้างขึ้นเรื่อย ๆ การหาสมาชิกก็จะใช้วิธีสร้างภาพลวง หว่านล้อมให้เกิดความเชื่อและ การจ่ายผลประโยชน์กับสมาชิกระดับต้น ๆ หรือใกล้ชิดเป็นส่วนใหญ่ เพื่อโฆษณาชวนเชื่อ อีกข้อหนึ่ง คือ สมาชิกเหล่านี้ส่วนใหญ่มักเป็นคนสนิทของกลุ่มผู้ก่อตั้งแชร์ลูกโซ่อยู่แล้ว ย่อมมีผลประโยชน์คาบเกี่ยวกันมากมาย ดังนั้น จึงสามารถที่จะสร้างภาพลวงร่วมกันได้ สุดท้ายเมื่อได้ระดมทุนตามประสงค์แล้วก็จะปิดตัวลง ซึ่งสมาชิกระดับใกล้ชิดก็จะไม่เสียประโยชน์ใด ๆ ส่วนแมลงเม่าที่บินมาภายหลังส่วนใหญ่จะเป็นผู้เสียหาย และ ตามตัวผู้รับผิดชอบไม่ได้ เพราะหายเข้ากลีบเมฆไปแล้ว ครั้นจะมาหาข้อมูลจากสมาชิกระดับผู้นำก็เปล่าประโยชน์ เพราะได้ปิดปากตัวเองแล้วจากผลประโยชน์ที่คาบเกี่ยวกันกับเจ้าของแชร์ลูกโซ่

ประเภทของแชร์ลูกโซ่ และ ลักษณะของแต่ละประเภท

1. ระบบพีระมิด (Pyramid System) ระบบนี้เน้นการหาสมาชิกรายหัว ซึ่งรายได้ของคนที่มาก่อนมาจากการหาสมาชิกของคนใหม่ที่เกิดขึ้นในขั้นฐาน หากเกิดการหาสมาชิกขาดช่วงลง สมาชิกที่มาก่อนจะเกิดผลกระทบในด้านรายได้ทันที ซึ่งแตกต่างจากระบบ MLM ที่ถึงแม้สมาชิกจะเข้ามาไม่มากก็จ่ายผลประโยชน์ตามระบบได้ ไม่ขึ้นอยู่กับจำนวนฐานแต่อย่างใด เพราะรายได้จะมาจากการขายสินค้าตัวเดิมให้ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ข้อสังเกตอีกประการหนึ่งคือระบบพีระมิดนั้น คนที่เข้าร่วมธุรกิจก่อนจะได้เปรียบมากที่สุด คนที่เข้ามาทีหลังไม่มีโอกาสแซงได้เลย

2. ระบบลูกโซ่แบบรู้จบ (Enless Chain System) ระบบนี้เป็นระบบแชร์ลูกโซ่ดี ๆ แต่มีการจบของระบบ คือ การที่สมาชิกเข้ามาก่อนสามารถรับผลประโยชน์จากสมาชิกที่เข้ามาใหม่ แต่จำกัดลำดับขั้น ถ้าสิ้นสุดขั้นที่กำหนดก็ไม่มีสิทธิ์รับผลประโยชน์อีกสมาชิกในระดับถัดลงไปก็ขึ้นมารับผลประโยชน์ต่อเป็นรายต่อไป รายได้ส่วนใหญ่จึงมาจากสมาชิกที่เข้ามาใหม่ แต่กำหนดลำดับอย่างชัดเจน คือ เมื่อเข้ามาครั้งแรกต้องจ่ายให้กับลำดับที่เพิ่งจะมีรายได้ จนกว่าลำดับตัวเองจะถูกดันขึ้นไปรับผลประโยชน์ ข้อสังเกตก็คือระบบนี้ สมาชิกที่มาภายหลังจะเริ่มไต่อันดับขึ้นไปเรื่อย ๆ เพราะฐานคนจะเริ่มกว้างขึ้นเรื่อย ๆ การหาสมาชิกจะไม่ทันท่วงทีของการที่จะรับรายได้

3. ระบบลูกบอลหิมะ (Snow Ball System) ระบบนี้คล้ายกับการ Trading ระบบเงิน คือ การลงหุ้นในด้านการเงินแล้วแต่สัดส่วนที่จะลงทุน ลงน้อยได้ผลตอบแทนน้อย ลงทุนมากได้ผลตอบแทนมากตามสัดส่วน การจ่ายผลประโยชน์มีเป็นงวด ๆ ดังนั้น จะใช้เงินของนักลงทุน มาจ่ายให้กับคนที่ลงทุนก่อน หมุนเวียนไปเรื่อย ๆ จนกว่ารอบที่สัญญาจะหมดไปคล้าย ๆ กับลูกหิมะที่ตกจากภูเขาสูงจะหมุนตัวจากลูกเล็ก ๆ จนเป็นก้อนหิมะยักษ์ที่ถล่มหมู่บ้านให้พังพินาศได้เป็นแถบ ๆ

4. ระบบลูกโซ่ (Chain System) จริง ๆ แล้ว ทุกระบบที่กล่าวมาข้างต้น ล้วนเป็นหนึ่งของระบบลูกโซ่อยู่แล้ว ดังคำจำกัดความที่ให้ไว้ แต่จะมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกันออกไป แล้วแต่ละระบบ ระบบแชร์ลูกโซ่จะแตกต่างกับระบบข้างต้นก็คือ จะไม่มีการจำกัดระยะเวลาตอบแทน และ ส่วนใหญ่จะให้ข้อตอบแทนที่สูงมากเกินจากการลงทุนเป็นจำนวน 2 - 5 เท่าขึ้นไป 5. ระบบเกมการเงิน (Money Game System) ระบบเกมการเงิน คือ การใช้เงินต่อเงิน แต่มีเงื่อนไขในการแลกเปลี่ยน เช่น การสมัครเข้ามาต้องจ่ายเงินให้ผู้แนะนำและ หาสมาชิกให้ได้เท่าไหร่จึงจะมีค่าตอบแทน และ การแตกตัวของสมาชิกในเครือข่ายก็จะส่งผลประโยชน์ให้กับสมาชิกระดับสูงตลอดไป ซึ่งระบบนี้จะมีลักษณะแผนและ การตอบแทนใกล้เคียงกับระบบ MLM มาก แต่ไม่มีสินค้าเท่านั้นเอง ใช้เงินต่อเงินเลย หรือบางครั้งอาจใช้สินค้าชิ้นเล็ก ๆ บังหน้า หรืออาจเป็นบัตรส่วนลด บัตรอภิสิทธิ์ต่าง ๆ เช่น ระบบ Pentagono ที่มีคนนำมาเผยแพร่ในเมืองไทยเมื่อปลายปี 41 จากประเทศอิตาลี เป็นต้น 6. ระบบแชร์ลูกโซ่แบบไบนารี่กลายพันธุ์ จริง ๆ แล้วระบบไบนารี่ เป็นระบบการตลาดใน MLM ระบบหนึ่ง แต่การนำเอาระบบไบนารี่ไปปรับปรุงเป็นแชร์ลูกโซ่นั้นทำได้ง่ายมากกว่าระบบอื่น เนื่องจากระบบไบนารี่มีลักษณะการดำเนินธุรกิจ คือ หาสมาชิกแล้วแบ่งซ้าย ขวา เพื่อให้เท่า ๆ กัน ซึ่งเมื่อแปลงระบบการจ่ายเงินโดยมีสินค้าบังหน้าเล็กน้อยก็สามารถใช้เป็นระบบแชร์ลูกโซ่ได้อย่างแนบเนียนทีเดียว

5. ระบบเกมการเงิน (Money Game System) ระบบเกมการเงิน คือ การใช้เงินต่อเงิน แต่มีเงื่อนไขในการแลกเปลี่ยน เช่น การสมัครเข้ามาต้องจ่ายเงินให้ผู้แนะนำและ หาสมาชิกให้ได้เท่าไหร่จึงจะมีค่าตอบแทน และ การแตกตัวของสมาชิกในเครือข่ายก็จะส่งผลประโยชน์ให้กับสมาชิกระดับสูงตลอดไป ซึ่งระบบนี้จะมีลักษณะแผนและ การตอบแทนใกล้เคียงกับระบบ MLM มาก แต่ไม่มีสินค้าเท่านั้นเอง ใช้เงินต่อเงินเลย หรือบางครั้งอาจใช้สินค้าชิ้นเล็ก ๆ บังหน้า หรืออาจเป็นบัตรส่วนลด บัตรอภิสิทธิ์ต่าง ๆ เช่น ระบบ Pentagono ที่มีคนนำมาเผยแพร่ในเมืองไทยเมื่อปลายปี 41 จากประเทศอิตาลี เป็นต้น

6. ระบบแชร์ลูกโซ่แบบไบนารี่กลายพันธุ์ จริง ๆ แล้วระบบไบนารี่ เป็นระบบการตลาดใน MLM ระบบหนึ่ง แต่การนำเอาระบบไบนารี่ไปปรับปรุงเป็นแชร์ลูกโซ่นั้นทำได้ง่ายมากกว่าระบบอื่น เนื่องจากระบบไบนารี่มีลักษณะการดำเนินธุรกิจ คือ หาสมาชิกแล้วแบ่งซ้าย ขวา เพื่อให้เท่า ๆ กัน ซึ่งเมื่อแปลงระบบการจ่ายเงินโดยมีสินค้าบังหน้าเล็กน้อยก็สามารถใช้เป็นระบบแชร์ลูกโซ่ได้อย่างแนบเนียนทีเดียว

6. กลุ่มคนที่เกี่ยวข้องในระบบธุรกิจแชร์ลูกโซ่

หากย้อนมาดูเหตุการณ์ปัจจุบันหรือกรณีแชร์ลูกโซ่ล่าสุดนั้น จะพบว่ากลุ่มคนที่เข้าไป เกี่ยวข้องกับแชร์ลูกโซ่นั้นมาจากหลายอาชีพ ในส่วนของบริษัทที่เข้ามาแอบแฝงและ กลายมาทำแชร์ลูกโซ่แบบเต็มตัวนั้น มีทั้งคนในวงการขายตรงและ นักธุรกิจจากวงการอื่น

จุดเริ่มต้นมาจากการแอบแฝงเข้ามาทำธุรกิจขายตรงในลักษณะที่ไม่จริงใจที่จะทำธุรกิจที่ดีหรือตั้งใจทำในระยะยาว เมื่อผันมาเป็นธุรกิจแชร์ลูกโซ่เต็มระบบ ไม่ว่าจะเป็นการเรียกว่า "แผนโปรโมชั่น" หรือ "แผนที่ 2" ก็ตาม ทำให้เกิดการเล่นแชร์ลูกโซ่เต็มรูปแบบทันที มีให้เห็นง่าย ๆ คือ

- ตัวนายทุน ที่เข้ามาเปิดบริษัทขายสินค้าในระบบขายตรงที่ส่อเจตนาไม่บริสุทธิ์ใจต่อผู้บริโภค ซึ่งมาจากหลายวงการทั้งนักธุรกิจ นักบริหาร ข้าราชการ เมื่อแผนการตลาดเดิมไม่ดึงดูดเพียงพอจึงเปลี่ยนมาทำแชร์ลูกโซ่เต็มรูปแบบทันที

- แม่ทีม ประเภทตระเวนหากินเป็นอาชีพ คนเหล่านี้ส่วนใหญ่ไม่ได้ทำธุรกิจ MLM เป็นหลักเป็นฐานกับบริษัทหนึ่งบริษัทใด แต่จะตระเวนล่าเงินในรูปแบบต่าง ๆ ไปเรื่อย ๆ โดยเฉพาะช่วง 1 - 2 ปีที่ผ่านมา คนกลุ่มนี้จะสนุกกับการวิ่งไปเสนอตัวสร้างทีมให้กับบริษัทต่าง ๆ ที่ใช้แผนการตลาดในระบบไบนารี่ ในลักษณะขอเป็นแม่ทีมติดบริษัทเพื่อรับผลประโยชน์เต็ม ๆ เมื่อถึงจุดอิ่มตัวก็ตีจาก แม่ทีมประเภทนี้คาดว่ามีจำนวนมากขึ้นทุกวัน แม่ทีมเหล่านี้เหล่านี้บางคน คือ ต้นคิดแชร์ลูกโซ่รูปแบบใหม่ ล่าสุดที่สมัครในแผนไบนารี่ ปกติจึงสามารถสมัครแบบ 2 ซึ่งรู้กันว่า คือ แชร์ลูกโซ่เต็มรูปแบบที่มีการจ่ายผลตอบแทนกันภายใน 3 วัน, 10 วัน หรือ 15 วัน ได้เงินกันแบบเห็นเนื้อเห็นหนัง กำไร 200 - 300 เปอร์เซ็นต์ หลายบริษัทเปิดขึ้นมาด้วยฝีมือการจัดการของแม่ทีมประเภทนี้

- แม่ทีมประเภทนักลงทุนและ ล่าหัวคิว คนกลุ่มนี้จะไปทุกแห่งที่มีแหล่งล่าเงินและ ล่าเหยื่อใหม่ ๆ ขอเพียงให้ได้สมัครอยู่ใกล้ ๆ หัวแถว หรือเป็นคนแรก ๆ ที่เริ่มต้น แม้กระทั่งแชร์ลูกโซ่ล่าสุดคนเหล่านี้ก็ตอบคำถามชัดเจนว่าทำไมจะไม่รู้ว่านี่คือแชร์ลูกโซ่ แต่มาก่อนลงก่อนได้ก่อนอยู่แล้ว ส่วนข้างหลังใครจะเจ๊ง ใครจะเสีย ก็ช่างเขาประไร

- คนทั่วไปที่อยากได้เงิน มาจากหลากหลายอาชีพทั้งแม่บ้าน ข้าราชการทั้งที่เกษียณ และ ยังไม่เกษียณ ดารา นักธุรกิจ พนักงานบริษัท ทหาร ตำรวจ ฯลฯ คนเหล่านี้ส่วนใหญ่จะรู้ว่าเป็นแชร์ลูกโซ่ แต่ก็พร้อมที่จะเสี่ยง ซึ่งหากเป็นเงินส่วนตัวก็ถือว่า เป็นการเดือดร้อนส่วนตัว แต่หากเป็นการหยิบยืม ระดมเงินญาติมาเล่นแชร์ลูกโซ่ก็จะกลายเป็นปัญหาสังคมที่กระทบคนอื่นตามมา

7. แชร์ลูกโซ่ต่างจาก MLM อย่างไร?

หลังจากแชร์ลูกโซ่ระบาดอย่างหนักเมื่อกว่าสิบปีก่อนนี้ และ เข้ามาเกาะอยู่กับธุรกิจขายตรงอยู่ในปัจจุบันกลายเป็นภาพซ้อนที่ทำให้เกิดความไม่ชัดเจนว่าขายตรงในระบบ MLM ต่างกับแชร์ลูกโซ่อย่างไร

หากเป็นแชร์ลูกโซ่ตรง ๆ ไม่ปรุงแต่งแปลงกายก็เป็นเรื่องที่ดูแล้วเข้าใจง่าย เพราะมีการล่าหัวคิวหรือลงทุนแล้วรอรับส่วนแบ่งกันตรงไปตรงมาแทบจะไม่มีสินค้าเป็นจริงเป็นจังมากนัก ในขณะที่อีกด้านหนึ่งการแฝงตัวเข้ามาอาศัยระบบ MLM หากินของบางกลุ่มบางบริษัทนั้น แนบเนียนเกินกว่าจะมองกันอย่างธรรมดา ๆ แต่ต้องมองอย่างชนิดที่ต้องเรียกว่า แยกแยะกันเป็นส่วน ๆ เลยทีเดียว เพราะบริษัทเหล่านี้ได้พัฒนาไปมากกว่าแชร์ลูกโซ่ธรรมดาด้วยการทำทีว่าเป็น MLM ของแท้แต่สร้างเงื่อนไขขึ้นมาใหม่ที่เป็นการเอารัดเอาเปรียบ ดูผิวเผินเหมือนไม่ใช่การระดมเงิน หรือหลอกล่อดึงผลประโยชน์ แต่แท้ที่จริงแล้ว เป็นการดึงเม็ดเงินโดยผ่านกระบวนการสมาชิก ด้วยการจ่ายผลตอบแทนที่สูงเกินความเป็นจริงทางธุรกิจ เพราะไม่ได้มีเจตนาจะขายสินค้าอย่างเป็นธรรม จึงกลายเป็นกลุ่มที่ทำในรูปของระบบพีระมิด หรือแชร์ลูกโซ่มีหลายส่วน ที่จะแยกออกมาให้เห็นว่า แชร์ลูกโซ่ที่แอบแฝงอยู่ในธุรกิจ MLM เป็นอย่างไร

- เริ่มที่ค่าสมัครที่ค่อนข้างสูง และ ถูกบังคับให้ซื้อสินค้าพร้อมกับการสมัคร บางแห่งอยู่ที่ประมาณ 4,000 บาท ขณะที่บางแห่งสูงกว่า 10,000 บาท ในขณะที่ระบบ MLM ที่แท้จริงไม่มีการบังคับซื้อ

- ไม่ได้สนใจขายสินค้า แต่การแนะนำเข้าร่วมธุรกิจจะบอกหรือเน้นอยู่ที่การหาคนเข้ามาสมัคร จะมีส่วนแบ่งรายได้ว่าหามากี่คน จะได้ไปกี่พัน กี่หมื่น หรือกี่แสนบาท ขณะที่ MLM เป็นการสร้างธุรกิจเพื่อขายสินค้า และ สร้างองค์กรเพื่อให้เกิดการขายอย่างกว้างขวางขึ้น

- การจ่ายผลประโยชน์หรือคอมมิสชั่น มาจากส่วนแบ่งการล่าคนเข้ามาในระบบที่วางกฎบังคับซื้อสินค้า ซึ่งดูเหมือนว่าเป็นการบริโภค แต่แท้ที่จริงแล้วสินค้าเป็นแค่ฉากบังหน้า และ เป็นเครื่องมือดึงเงินเข้าระบบ เพราะหากไม่มีการบังคับซื้อก็ไม่สามารถจ่ายค่าหัวคิวเป็นทอด ๆ ได้ ทำให้ระบบเดินต่อไปไม่ได้และ ล้มไปในที่สุด ขณะที่ MLM มีรายได้จากการขายสินค้าหรือยอดขายสินค้าที่เกิดขึ้นในองค์กร ทั้งหมดนี้เป็นหลักใหญ่ในการพิจารณาดูว่าบริษัทไหนเข้าข่ายเป็นระบบพีระมิดหรือแชร์ลูกโซ่หรือไม่ ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยที่อาจไม่ใช่สาระสำคัญมากนักในการพิจารณา

8. แชร์ลูกโซ่แอบแฝงอยู่ใน MLM อย่างไร?

คำว่า "แอบแฝง" น่าจะบอกลักษณะและ พฤติกรรมของกลุ่มคนที่เข้ามาใช้ธุรกิจขายตรงในระบบ MLM เพื่อแฝงตัวล่าหัวคิว หรือสร้างธุรกิจล่าหัวคิวขึ้นมาพื่อเน้นการแอบแฝง แน่นอนว่าการที่คนใหม่ ๆ หรือคนที่สนใจจะเข้าร่วมธุรกิจ MLM สามารถสังเกตหรือแยกแยะออก อาจเป็นเรื่องยากยิ่ง

คนนอกวงการที่ไม่เคยเข้ามาสัมผัสธุรกิจนี้ไม่เคยศึกษาหรือไม่เคยรู้เลยว่าธุรกิจ MLM ที่ถูกต้องเป็นอย่างไร เมื่อได้รับการชักชวนให้สมัครเป็นกลุ่มแชร์ลูกโซ่ที่แฝงตัวอยู่ อาจเข้าใจเอาเองในทันทีว่า นี่คือ ขายตรง MLM ของแท้ เพราะภาพที่ผู้ชักชวนแนะนำบอกมาก็คือ ธุรกิจ MLM

หากจะแยกแยะกันแบบมองง่าย ๆ น่าจะแบ่งพวกแอบแฝงเหล่านี้ออกเป็น 3 ลักษณะใหญ่ ๆ

1. อย่างแรก คือ พวกที่เข้าใจได้ง่าย มองเห็นค่อนข้างชัดเจนว่าเป็นแชร์ลูกโซ่แน่นอน แม้ว่าจะมีสินค้าที่อุปโลกน์ขึ้นมาประกอบ แต่ลักษณะการให้แนะนำคนเข้ามาสมัคร และ ระบุกันอย่างชัดเจนเลยว่าจะได้ส่วนแบ่งจากการหาสมาชิกรายละเท่าไหร่ บริษัทเหล่านี้ค่อนข้างดูง่ายในหลาย ๆ ส่วน ทั้งสินค้าที่ไม่ได้คุณภาพ สถานที่และ เอกสารต่าง ๆ ดูไม่มีมาตรฐานเชื่อถือไม่ได้ บางบริษัทถึงกับใช้ใบเสร็จที่ซื้อมาจากร้านเครื่องเขียนก็มี หรือบางแห่งอาจจะไม่มีเอกสารหลักฐานการจดทะเบียนบริษัท หมายเลขผู้เสียภาษีและ อื่น ๆ ที่เป็นเอกสารจากทางราชการที่พอจะระบุได้ว่าเป็นรูปบริษัทที่ถูกต้องตามกฎหมาย หรือแม้แต่เอกสารประกอบการขายก็ทำขึ้นมาหยาบ ๆ ง่าย ๆ และ หากจะไปมองกันที่กระบวนการการทำตลาด แทบจะไม่ได้นำเสนอสินค้ากันมากนัก ไม่ได้สาธิตสินค้ากันอย่างจริงจัง มีสินค้าอยู่แค่ไม่กี่รายการ แต่ชอบป่าวประกาศว่าจะมีสินค้าทยอยออกมาอีกหลายรายการแต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้อย่างที่ประกาศไว้ นอกจากไม่ได้พูดถึงตัวสินค้าอย่างจริงจังแล้ว การนำเสนอแผนการตลาดที่แปลงและ พัฒนามาเพื่อเป็นการล่าหัวคิวโดยเฉพาะจะมีการพูดกระตุ้นเรื่องนี้กันเป็นหลัก และ เน้นรายได้กันเป็นสัปดาห์ หรือเป็นรายวันกันเลยทีเดียว ในขณะที่การฝึกอบรมเพื่อพัฒนาคุณภาพสมาชิกในการทำตลาดอย่างมีคุณภาพและ มีมาตรฐานแทบจะไม่มีเลย บริษัทเหล่านี้จะเปิดให้เม็ดเงินไหลเข้าโดยการให้แม่ทีมระดมคนเข้ามาสมัคร ซึ่งตามแผนการตลาดจะระบุชัดเจนว่า หามาได้กี่คนครบตามเงื่อนไขจะได้ส่วนแบ่งกี่พัน กี่หมื่นบาท เมื่อถึงจุดที่ไม่ควรจะเปิดต่อไปด้วยเหตุผลต่าง ๆ แล้ว ก็จะปิดบริษัททันทีพร้อมกับเม็ดเงินที่ได้ไป และ อาจจะไปเปิดที่ใหม่ในชื่อใหม่ รูปแบบใหม่ แม้กระทั่งผู้บริหารก็อาจจะมาในชื่อใหม่ ล่าสุดเมื่อประมาณเดือนมิถุนายน 2542 เป็นต้นมา เมื่อแผนการตลาดเดิมไม่จูงใจมากพอ จึงหันมาเปิดแชร์ลูกโซ่เต็มรูปแบบ โดยเปิดซ้อนขึ้นมาอีกแผนหนึ่งซ้อนอยู่ในบริษัทเดียวกัน คราวนี้กำหนดกันว่าลงรหัสละประมาณ 3,000 บาท ลงสมัครได้ไม่จำกัดรหัส ได้รับผลตอบแทนเป็นเงินสดและ ทองคำ รวมแล้วกำไร 200 - 300 เปอร์เซ็นต์ ภายในเวลาประมาณ 1 เดือน

2. ส่วนลักษณะที่สอง คือ พวกที่ประกาศตัวชัดแจ้งว่า นี่คือ ขายตรงหลายชั้น มีการสร้างบริษัทที่ได้มาตรฐานบางแห่งอาจจะเป็นบริษัทต่างประเทศ ถ้าเทียบกับลักษณะแรกแล้วแตกต่างกันมากในเรื่องของสถานที่เอกสารหลักฐาน จะครบถ้วนสมบูรณ์ดูผิวเผินภายนอกน่าเชื่อถือมาก แม้แต่ตัวผู้บริหาร ที่ปรึกษา และ ผู้เกี่ยวข้อง ทุกอย่างล้วนดูมีคุณภาพทั้งสิ้น จุดที่น่าสังเกตอย่างหนึ่งก็คือบริษัททั้ง 2 ลักษณะนี้จะไม่นิยมเปิดสาขาหรือหากจะเปิดก็น้อยมาก ๆ เพราะการเปิดสาขาหมายถึงค่าใช้จ่ายที่ต้องเพิ่มขึ้น เมื่อคิดจะเข้ามาหาผลประโยชน์จากคนโลภ จึงไม่คิดที่จะทำบริษัทที่ยืนยาว และ ร่วมพัฒนาวงการนี้อย่างแท้จริงจึงไม่เปิดสาขาให้เปลืองเงิน เปลืองเวลา โดยมักอ้างว่าไม่จำเป็น เพราะสามารถส่งสินค้าผ่านช่องทางขนส่งต่าง ๆ ได้ทั่วประเทศ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว การเปิดสาขาไม่ได้หมายถึงการจัดส่งอย่างเดียวแต่เป็นการพัฒนา และ ดูแลสมาชิกเพื่อพัฒนาธุรกิจทั้งระยะสั้นและ ระยะยาวในพื้นที่นั้น ๆ การไม่เปิดสาขาจึงส่อแนวโน้มอย่างหนึ่งว่าบริษัทเหล่านั้นตั้งใจจะอยู่ไม่นาน และ พร้อมจะปิดได้ทันที นอกจากจุดสังเกตที่ว่าแล้ว การแบ่งตัวที่แนบเนียนและ ลุ่มลึกร้ายกาจมาก คือ แผนการตลาดที่ถูกคิดค้นขึ้นมาให้ดึงดูดใจ หรือโดนใจคนโลภโดยสามารถทำทั้งด้านที่บริสุทธิ์ใจก็ได้ หรือเป็นการล่าหัวคิวเต็มตัว โดยมีสินค้าเป็นแค่ตุ๊กตาที่อ้างว่ามีคุณภาพ ทั้งที่หลายบริษัทมีสินค้าอยู่แค่ไม่กี่รายการ ด้วยแผนการตลาดที่ว่านี้ เมื่อสามารถล่าหัวคิวโดยการเปิดรับสมัครแบบบังคับซื้อสินค้าแรกเข้าทันที บางบริษัทสูงกว่า 1 หมื่นบาท ขณะที่บางบริษัทอยู่ที่ประมาณ 4,000 บาท มีการระบุชัดเจนว่าเมื่อสามารถหาคนเข้ามาสมัครและ ซื้อสินค้าทันทีต่อจากตัวเราไปได้กี่รหัสก็จะได้ส่วนแบ่งที่เรียกว่าคอมมิสชั่นกี่พัน กี่หมื่น หรือกี่แสนบาท ตามแต่ว่าใครจะสามารถหาคนให้มาสมัครพร้อมกับ จ่ายเป็นค่าสินค้าทันทีได้กี่รหัสตามเงื่อนไข ที่บริษัทกำหนดก็จะได้รับส่วนแบ่ง ส่วนสินค้าจะบริโภค หรือไม่ จะไม่มีการพูดถึง เพราะสินค้าถูกนำมาตั้งเพื่อให้สามารถกำหนดวงเงินได้โดยไม่เข้าข่ายผิดกฎหมายแชร์ลูกโซ่ เท่ากับเป็นการปิดจุดบอดไม่ให้ผิดกฎหมายนั่นเอง การหาเงินด้วยวิธีดังกล่าว ไม่เคยสนใจที่จะสาธิตสินค้าหรือพัฒนาสมาชิกให้ทำธุรกิจขายตรงอย่างเข้าใจ หรือสร้างธุรกิจได้เอง หากแต่มีการจัดอบรมข้างในบางบริษัท ซึ่งวิทยากรก็ล้วนแต่คนดัง ๆ นอกวงการที่หลาย ๆ คนไม่ได้ลึกซึ้งในเรื่องธุรกิจขายตรงหลายชั้นเลยแม้แต่น้อย นี่คือลักษณะของหลายบริษัทที่แฝงตัวอยู่ในระบบ MLM อย่างแนบเนียน กลมกลืน เปิดตัวหากินโดยการล่าคนเข้าระบบ เพื่อล่าหัวคิวเป็นเป้าหมายหลัก

3. ส่วนกลุ่มสุดท้ายมาในรูปของกลุ่มที่เกิดขึ้นจากบรรดาแม่ทีมที่วนเวียนหากินอยู่ในวงการ MLM ในลักษณะฉาบฉวย กลุ่มเหล่านี้ตั้งขึ้นมาเพื่อระดมเงินเข้าไปลงทุนในบริษัทที่ใช้แผนไบนารี่ การระดมทุนดังกล่าวมีการตั้งผลประโยชน์ล่อใจไว้ค่อนข้างสูงให้ผลตอบแทนประมาณ 200 เปอร์เซ็นต์ ภายใน 1 เดือน กลุ่มเหล่านี้มีความเกี่ยวพันกับบริษัทขายตรงบางแห่ง เมื่อระดมเงินมาได้ก็จะนำไปลงทุนในบริษัทที่ใช้ระบบไบนารี่ในลักษณะแพ็กทีม หรือจัดวางรหัสในการสมัครให้ได้ตามเงื่อนไขที่บริษัทนั้นกำหนด เมื่อได้ผลตอบแทนกลับมาก็นำมาจ่ายคืนซึ่งในความเป็นจริงรายได้จากการแพ็กทีมไม่มากพอจะไปจ่ายคืน ถึง 200 เปอร์เซ็นต์ได้ การระดมทุนจะดำเนินไปได้สักระยะหนึ่ง สุดท้ายก็ปิดและ หอบเงินที่เหลือเผ่นเข้ากลีบเมฆทุกราย