ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มพุทธินิยม (Cognitive Learning Theories)
  • Tab 1
  • Tab 2

ทฤษฎีการเรียนรู้ในกลุ่มพุทธินิยมนี้ให้ความสำคัญกับความสามารถในการตั้งวัตถุประสงค์
การวางแผน ความตั้งใจ ความคิด ความจำ การคัดเลือก การให้ความหมายกับสิ่งเร้าต่างๆ ที่ได้จากประสบการณ์ ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มพฤติกรรมนิยมแล้วเห็นว่ามีความแตกต่างกันดังนี้
กลุ่มพฤติกรรมนิยม : อินทรีย์สร้างความสัมพันธ์เชื่อมโยงระหว่างสิ่งเร้าและการตอบสนองอันก่อให้เกิดความพึงพอใจ

 

Learning theory-3
Learning theory-5 Learning theory-6 Learning theory-4


กลุ่มพุทธินิยม : อินทรีย์ต้องนำสิ่งเร้ามาคิด วิเคราะห์ และให้ความหมายเพื่อตอบสนองได้อย่างถูกต้องเหมาะสม

ทฤษฎีการเรียนรู้ในกลุ่มพุทธินิยมนี้ให้ความสำคัญกับความสามารถในการตั้งวัตถุประสงค์ 
การวางแผน  ความตั้งใจ  ความคิด  ความจำ  การคัดเลือก  การให้ความหมายกับสิ่งเร้าต่างๆ  ที่ได้จากประสบการณ์  ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มพฤติกรรมนิยมแล้วเห็นว่ามีความแตกต่างกันดังนี้
กลุ่มพฤติกรรมนิยม  : อินทรีย์สร้างความสัมพันธ์เชื่อมโยงระหว่างสิ่งเร้าและการตอบสนองอันก่อให้เกิดความพึงพอใจ
 
กลุ่มพุทธินิยม  :  อินทรีย์ต้องนำสิ่งเร้ามาคิด  วิเคราะห์  และให้ความหมายเพื่อตอบสนองได้อย่างถูกต้องเหมาะสม

          ทฤษฎีการเรียนรู้ด้วยการหยั่งรู้  (Insight  Learning)

            ทฤษฎีการหยั่งรู้นี้เป็นการศึกษาทดลองของนักจิตวิทยาชาวเยอรมันซึ่งเยกว่ากลุ่มเกสตอล (Gestalt)  ซึ่งประกอบด้วย นักจิตวิทยาที่สำคัญ  3  คน คือ เวอร์ไทเมอร์  คอฟฟ์ก้าและเคอเลอร์
คำว่า  เกสตอล  (Gestalt)  หมายถึง  แบบแผนหรือภาพรวม  โดยนักจิตวิทยากลุ่มนี้ได้ให้ความสำคัญกับส่วนรวม หรือผลรวมมากว่า ส่วนย่อย  ในการศึกษาวิจัยพบว่าการรับรู้ของคนเรามักจะรับรู้ส่วนรวมมากกว่ารายละเอียดปลีกย่อย  ในการเรียนรู้ และการแก้ปัญหา ก็เช่นเดียวกัน  คนเรามักจะเรียนอะไรได้เข้าใจก็ต้องศึกษาภาพรวมก่อน  หลังจากนั้นจึง พิจารณา รายละเอียดปลีกย่อย จะทำให้เกิดความเข้าใจ ในเรื่องนั้นได้ชัดเจนขึ้น
การเรียนรู้ตามแนวของกลุ่มเกสตอล  จะมีลักษณะดังนี้

ภาพรวม       Learning theory-2   รายละเอียดปลีกย่อย   Learning theory-1  ภาพรวม
(Whole)                                  (Parts)                                                 (Whole)
(ความเข้าใจ)
(Insight) 

            การทดลองของกลุ่มการเรียนรู้ด้วยการหยั่งรู้  ผลการทดลองสรุปได้ว่า  โดยปกติแล้วคนเราจะมีวิธีการเรียนรู้แลการแก้ปัญหา  โดยอาศัยความคิดและประสบการณ์ เดิมมากว่ากาลองผิดลองถูก  เมื่อ

เมื่อสามารถแก้ปัญหาในลักษณะนั้นได้แล้ว  เมื่อเผชิญกับปัญหาที่คล้ายคลึงกันก็สามารถแก้ปัญหาได้ทันที ลักษณะดังกล่าวนี้เกิดขึ้นได้ เพราะมนุษย์สามารถจัดแบบ (Pattern)  ของความคิดใหม่เพื่อใช้ใน การแก้ปัญหาที่ตนเผชิญอยู่ได้อย่างเหมาะสม  หลักการรับรู้ของมนุษย์ เป็นพื้นฐานที่สำคัญในการเรียนรู้มีผลให้นักการศึกษานำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างมาก  ทั้งนี้เพราะการรับรู้เป็นปัจจัยสำคัญของการเรียนรู้ 
การรับรู้ของมนุษย์มีลักษณะเป็นอัตนัย  (Subjective)  และเห็นความสำคัญของส่วนรวมมากกว่า รายละเอียดปลีกย่อย

กฎการรับรู้ที่สำคัญมี   4  ข้อ ดังนี้
1. กฎแห่งความใกล้ชิด   (Proximity)  สิ่งเร้าที่อยู่ใกล้กัน  มักจะถูกรับรู้ว่าเป็นพวกเดียวกัน 
2. กฎแห่งความคล้าย (Similarity) สิ่งเร้าที่มองดูคล้ายกันจะถูกจัดว่าเป็นพวกเดียวกัน
3. กฎแห่งความสมบูรณ์ (Closure)  สิ่งเร้าที่มีบางส่วนบกพร่องไปคนเราจะรับรู้โดยเติมส่วนที่ขาดหายไปให้เป็นภาพ หรือเป็นเรื่องที่สมบูรณ์
4. กฎแห่งการต่อเนื่องที่ดี (Good  Continuation)  สิ่งเร้าที่มีความสัมพันธ์ต่อเนื่องกันอย่างดี  จะถูกรับรู้ว่าเป็นพวกเดียวกัน 

          ทฤษฎีการเรียนรู้โดยการประมวลสารสนเทศ (Information  Processing  Model  of  Learning) 

            นักจิตวิทยาในกลุ่มพุทธินิยมมีความสนใจว่า มนุษย์มีวิธีการรับรู้ข้อมูลใหม่อย่างไร  เมื่อได้ความรู้แล้วมีวีการจำอย่างไร  สิ่งที่เรียนรู้แล้วจะมีผลต่อการเรียนข้อมูลใหม่อย่างไร  ด้วยความสนใจดังกล่าวจึงได้ทำ การทดลองและตั้งเป็น ทฤษฎีการเรียนรู้โดย การประมวลสารสนเทศขึ้น  ซึ่งปัจจุบันนี้กำลังได้รับความสนใจและนำไปใช้ประโยชน์ได้มากในวงการศึกษา
ขั้นตอนการเรียนรู้
ภาพแสดงขั้นตอนการเรียนรู้โดยการประมวลสารสนเทศ

Learning theory-7