การใช้ยาในผู้ป่วยก่อนและหลังการผ่าตัดมีจำนวนมาก ซึ่งวิสัญญีจะต้องเรียนรู้เพื่อนำมา ปฎิบัติต่อผู้ป่วยที่ได้ยาระงับความรู้สึก ผู้ป่วยแต่ละคนจะมีการตอบสนองต่อยาระงับความรู้สึกต่างกัน กลุ่มของยาที่ผู้ป่วยใช้เพื่อลดผลข้างเคียงของการดมยาสลบ หรือภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัด ในระบบต่างๆ เช่น ระบบทางเดินหายใจ ได้แก่ มีเสมหะ เกิดการระคายเคือง บริเวณคอเนื่องจาก สายดูดเสมหะ ระบบทางเดินอาหาร ได้แก่การอาเจียน ท้องผูก ระบบประสาท ได้แก่อาการกระสับกระส่าย มีอาการปวด อาการไข้ อาการอักเสบ บวม อาการเหล่านี้อาจใช้ สมุนไพร ช่วยบรรเทาอาการได้ ดังนั้นในบทความนี้จะขออธิบายและยกตัวอย่าง สมุนไพร ที่มีศักยภาพในการแก้ไขอาการแทรกซ้อนที่เกิดจาการดมยาเพื่อผ่าตัด และ สมุนไพร ที่มีฤทธิ์ระงับความรู้สึก หรือลด อาการเจ็บปวด หลังผ่าตัด
สมุนไพร ที่ออกฤทธิ์ระงับความรู้สึก หรือออกฤทธิ์เป็นยาชาเฉพาะที่ได้แก่
สมุนไพร กลุ่มที่ออกฤทธิ์กระตุ้นสมองส่วนบน (Cerebral Stimulant) ได้แก่ ใบโคค่า มีสารสำคัญที่ออกฤทธิ์คือ โคเคน
พวกที่ออกฤทธิ์ปลายประสาทใช้เป็นยาชาเฉพาะที่ ได้แก่
eugenol เป็นสารทีออกฤทธิ์เป็นยาชาเฉพาะที่พบในน้ำมันดอกกานพลู ปัจจุบันนำมาใช้เป็นยาแก้ปวดฟัน
spilanthol เป็นสารในกลุ่มN-isobutylamide (Ramsewak et al., 1999) ที่ถูกดูดซึมได้ดีในเยื่อบุต่างๆในร่างกาย ออกฤทธิ์เป็น ยาชาเฉพาะที่ พบมากในส่วนของดอกผักคราดหัวแหวน ปัจจุบัน สมุนไพร ชนิดนี้ถูกบรรจุเป็น สมุนไพร ในโครงการ สาธารณสุข มูลฐานใช้ป็น ยาแก้ปวดฟัน นอกจากนี้ผักคราดหัวแหวนก็เป็นชนิดหนึ่งในผักพื้นบ้านภาคใต้ ซึ่งถ้ามีการพัฒนาให้เป็น ยาชาแก้ปวดฟัน หรือ เป็นยาชาสำหรับการถอนฟัน อุดฟันในผู้ป่วยก็น่าจะเป็นอีกทางหนึ่ง ที่จะใช้ประโยชน์จาก สมุนไพร ในบ้านเรา นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าว่านน้ำ ที่มีสาร acorin ออกฤทธิ์เป็นยาชา (Panchal et al., 1989)
Borneol หรือ พิมเสนสกัดจาก ต้น พิมเสน (Dryobalanop aromatica) สามารถ inhibit nicotinic acetylcoline receptor (nAChR) และเมื่อเทียบกับ lidocaine ที่เป็น Local anesthetic พบว่าออกฤทธิ์ดีกว่า Lidocaine (Park et al., 2003)
สมุนไพร ที่ลดอาการแทรกซ้อนจากการใช้ยาระงับความรู้สึก และอาการหลังการผ่าตัด
1. สมุนไพร ที่ลดอาการปวดได้แก่ อัลคาลอยด์จากฝิ่น ที่เรารู้จักและใช้เป็นยาแผนปัจจุบันคือ มอร์ฟีน โคดิอีน มอร์ฟีนจัดเป็นยาแก้ปวดที่ออกฤทธิ์ดีที่สุดแต่เสพติดได้ กลไกการออกฤทธิ์โดยจะไปจับ Receptor ที่มีผลควบคุม acetylcholine และเซลล์ประสาทที่กระตุ้นความรู้สึกเจ็บปวด ข้อดีของมอร์ฟีนเมื่อใช้ในผู้ป่วยหลังการผ่าตัดคือสามารถแก้ปวด ลดอาการทุรนทุราย เนื่องจากมีฤทธิ์สงบระงับทำให้นอนหลับ กดศูนย์อาการไอ แก้อาเจียนซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัด แต่มีข้อเสียคือ ทำให้เสพติด และเกิดอาการท้องผูกเนื่องจากไปยับยั้งการเคลื่อนตัวของลำไส้ได้ นอกจากนี้ยังมี ใบกระท่อม ที่มีสารกลุ่มอัลคาลอยด์ ชื่อ Mitragynine ออกฤทธิ์ระงับอาการปวดเช่นเดียวกับ โคดิอีนและมอร์ฟีน เพราะมีผลควบคุม opioid receptor ที่ CNS และให้ผลยับยั้งการปวดได้ดีกว่ามอร์ฟีนเมื่อทดลองใน in vitro (Takayama et al., 2000) แต่สามารถ ลดการหลั่งกรด ได้คล้าย มอร์ฟีน แต่มีข้อดีคือแก้พิษได้โดย Naloxone 100 microgram (Tsuchiya et al., 2002) และส่วนของ hook ของ ต้นโงบ (Uncaria gambir) ที่มีอินโดลอัลคาลอย์ ชื่อ ryncophylline ใช้เป็นยาแก้ปวด antispasmodic sedative ลดอาการปวดศีรษะ อาการมึนงง และยังเป็นสารที่ทำให้ความดันลดลงได้นาน อีกด้วย สมุนไพร ที่แสดงฤทธิ์แก้ปวด ที่พบอีกได้แก่ ใบกระเพรา (Singh and Majumdar, 1995) และใบโหระพา (Di Stasi et al., 1988) ซึ่งพบ น้ำมันหอมระเหย จะออกฤทธิ์ลดอาการปวด ลดไข้และยังออกฤทธิ์ลดอาการเครียด (antistress) (Bhargava and Singh, 1981) ได้อีกด้วย ขมิ้นอ้อย มีน้ำมันหอมระเหยที่ออกฤทธิ์ลดอาการปวด ลดไข้ ลดอาการอักเสบ และฤทธิ์ต้านเชื้อ ราและแบคทีเรีย และฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อ เถาวัลย์เปรียง ใช้เถาต้มน้ำดื่มเพื่อลดอาการปวด แก้อักเสบ (Dhawan, 1977 and Hoult et al., 1997) ผักพื้นบ้านที่แนะนำคือ ผักแผ่วแดง สารสกัดชั้นน้ำแสดงฤทธิ์แก้ปวด (De Feo et al., 1996) นอกจากนี้ยังมี ฝักเพกา ซึ่งคนทางภาคใต้ ชอบรับประทานโดยนำมาเผาจิ้มน้ำพริก (Hoult et al., 1997)และน้ำวุ้นว่านหางจรเข้ มีรายงานว่าลดอาการอักเสบ แก้ปวดและแก้ไข้ได้เช่นกัน (Gupta et al.,1986) จากรายงานการวิจัย Myrcene ที่สกัดได้จากน้ำมันตะไคร้ มีผลยับยั้งการสังเคราะห์สารที่ทำให้เกิดการปวดและการอักเสบคือ Prostagladin ซึ่งได้ผลดีเพราะสารตัวนี้ยังออกฤทธิ์ทำให้นอนหลับอีกด้วย การใช้อาจใช้ในรูปของชาตะไคร้ก็ได้ (Loremetti et al., 1991)
2. สมุนไพร ที่ออกฤทธิ์แก้ไข้ ได้แก่ บอระเพ็ด ฟ้าทะลายโจร ย่านาง หญ้าแห้วหมู ตะไคร้(สำนักงานคณะกรรมการสาธารณสุขมูลฐาน. 2537).
3. สมุนไพร ที่มีฤทธิ์ต้านการอาเจียน ได้แก่ สมุนไพร ที่อยู่ในสาธารณสุขมูลฐาน 2 ชนิดคือ คือ น้ำขิง น้ำลูกยอ เป็นต้น การทำนำขิงใช้เหง้าขิงแก่สดทุบให้แตกต้มน้ำดื่ม ส่วนลูกยอให้ใช้ลูกยอขนาดแก่เต็มที่นำมาย่างไฟให้หอม บดเป็นผงชงน้ำเดือด เอาน้ำจิบทีละน้อยและบ่อย ๆ ครั้งจะลดอาการคลื่นไส้อาเจียนได้ นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าพืช สมุนไพร ที่มีน้ำมันหอมระเหยส่วนใหญ่เช่น กระวานขาว พริกไท พิมเสน หัวแห้วหมู ออกฤทธิ์ลดอาการอาเจียนได้ นอกจากนี้ยังลดอาการท้องอืดได้ด้วย
4. สมุนไพร ที่มีฤทธิ์ยาระบาย ได้แก่ กลุ่ม สมุนไพร ที่สารในกลุ่ม Anthraquinone สารกลุ่มนี้จะออกฤทธิ์ตรงข้ามกับมอร์ฟีน คือจะออกฤทธิ์กระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ สมุนไพร กลุ่มนี้เช่น ใบมะขามแขก เนื้อในฝักคูน ใบชุมเห็ดเทศ ใบและยอดอ่อนขี้เหล็ก
มีการทดลองการใช้สารสกัดจากใบมะขามแขก (Cassia angustifolia) .ในรูปของยาสวนทวารหลังการผ่าตัดช่องท้องจำนวน 130 คน พบว่าสามารถเพิ่ม rate ของการเคลื่อนไหวของลำไส้และควบคุมการทำงานของลำไส้ให้ปกติหลังการผ่าตัดช่องท้องได้ ( Wang et al, 1998)
ใบชุมเห็ดเทศซึ่งใช้เป็นยาระบายในโครงการ สมุนไพร ในสาธารณสุขมูลฐานยังพบว่า Kaemferol –3-O-sophoroside ที่สกัดจาก ใบชุมเห็ดเทศ นำมาให้ด้วยวิธี intraperitonial injection dose 50 mg/kg พบว่าสามารถลดอาการปวดของหนูได้ในเวลา 2 ชั่วโมงได้ผลไม่ต่างจาก morphine (Palanichamy, et al., 1990)
5. สมุนไพร ที่มีฤทธิ์แก้ไอ ขับเสมหะ อาการคอแห้งทำให้ชุ่มคอ ได้แก่ อาการเหล่านี้เกิดได้เนื่องจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ดังนั้นควรแนะนำ ให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารที่มีรสเปรี้ยว และทำให้ชุ่มคอ เพราะอาหารรสเปรี้ยว จะช่วยชำระล้างเมือกมัน หรือทำให้เสลดลดความข้นหนืดของเสมหะลงได้ ได้แก่ น้ำมะนาว มะขามป้อม น้ำมะขาม นอกจากผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวแล้ว ยังใช้พืชผักรสเผ็ดร้อนได้ เช่น น้ำขิง ดีปลี ซึ่งการรับประทานอาจจะทำเป็นลูกกลอนดีปลีก็ได้ โดยมีตัวยาที่ผสมคือดีปลี ชะเอมเทศ มะขามเปียก เกลือ ผสมกันเป็นลูกกลอนด้วยน้ำผึ้ง ถ้ามีอาการร้อนในและไอ อาจจะดื่มน้ำจับเลี้ยงที่ร้อน ในน้ำจับเลี้ยง จะมีเมล็ดเพกาที่ช่วยลดอาการไอ ขับเสมหะได้ นอกจากนี้ผลมะแว้งรับประทานจิ้มน้ำพริกจะช่วยลดอาการเจ็บคอทำให้ชุ่มคอ ลดอาการไอ ขับเสมหะได้ดีอีกด้วย
6. สมุนไพร ที่ออกฤทธิ์แก้อักเสบเนื่องจากคออักเสบมีการติดเชื้อ ได้แก่ ฟ้าทะลายโจร andrographolide ที่สกัดได้จาก ใบฟ้าทะลายโจร ยังมีฤทธิ์ แก้ปวด แก้ไข้ และแก้แผลเรื้อรังได้อีกด้วย (Mardar, S. et al., 1995)
7. สมุนไพร ที่ทำให้แผลหายเร็วได้แก่ วุ้นว่านหางจรเข้ มี aloctin A ช่วยลดการอักเสบและเป็น glycoproteinที่ทำให้แผลหายเร็ว (Davis, 1996) บัวบก มี asiaticoside เป็นสารที่ต้านการอักเสบแผลและช่วยเพิ่มอัตราการเจริญของเซลล์ (proliferation activity)
8. สมุนไพร ที่ใช้ ลดความดันโลหิต เช่น กระเทียม สารสกัดชั้นน้ำจากของ ใบฟ้าทะลายโจร ออกฤทธิ์ลดความดัน โดยมีผลปิดกั้นการทำงานของ α-adrenoreceptor ทำให้หลอดเลือดขยายตัว นอกจากนี้ยังมีผลต่อยับยั้งการทำงานของ autonomic ganglion ในการทดลองกับหนูที่ให้ยาสลบ (Zhang and Tan, 1997)
9. สมุนไพร ที่ใช้เป็นยาบำรุง ได้แก่
9.1. สมุนไพร ที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งได้แก่ผักผลไม้ที่มีเบต้า แคโรทีน (carotene) วิตามินอี วิตามินซี กลูตาไธโอน (glutathione) ธาตุเชเลเนียม (selenium) ธาตุสังกะสี ธาตุเหล็ก ไวตามินบีหนึ่ง ไวตามินบีหก ไวตามินบีสิบสอง เป็นต้น
อาหารหรือผักผลไม้ที่มี (β-carotene) ได้แก่ผัก ผลไม้ที่มีสีแดง เหลือง ได้แก่ มะเขือเทศ แครอท ฟักทอง มะละกอ และผักใบเขียว ได้แก่ ผักบุ้ง ตำลึง ผักกะเฉด ผักคะน้า ผักโขม บรอคเคอรี เป็นต้น
ผักผลไม้ที่มีวิตามินซี ได้แก่ ผักผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว ได้แก่ มะข้ามป้อม ฝรั่ง เป็นต้น
ผักผลไม้ที่มีวิตามินอีได้แก่เมล็ดธัญพืชต่าง ๆเช่นเมล็ดข้าวโพด ถั่วเหลือง งาดำ เป็นต้น
พืชผัก สมุนไพร ที่รับประทานเป็นอาหารและมีรายงานว่ามีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระในวารสารต่างประเทศ ได้แก่ กระเจี๊ยบ จากรายงานวิจัยล่าสุด พบว่า มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ และยังมี กรดโปรโตคาเทคซูอิค (protocatechuic acid) ป้องกันการทำลายเซลล์ตับ โดยการทดลองในหนูทดลองได้อีกด้วย
ข้าว ในเมล็ดข้าวมีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่า 70 ชนิด ดังนั้นจึงสามารถป้องกันโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสและ แบคทีเรีย เพิ่มพลังงาน บำรุงสุขภาพ เพิ่มความต้านทานโดยเฉพาะสารที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระในเมล็ดข้าวคือวิตามินอี หรือ tocopherols ที่ช่วยต้านการอักเสบ และชลอความแก่ได้
ขิง จากรายงานพบว่าเด็ก 200 คน ได้รับชาขิงวันละ 3 ครั้ง หลังจาก 3 เดือน พบว่าเด็กทั้ง 200 คน ไม่มีอาการต่อมน้ำเหลืองอักเสบเลย ซึ่งต่อมาพบว่าในขิงมี natural melatonin ซึ่ง
สามารถกระตุ้น การสร้างเอ็นไซม์ glutathione peroxidase ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่เกิดในร่างกายได้ตัวหนึ่ง
ขมิ้นชัน สารสีเหลืองชื่อ เคอร์คูมิน (curcumin) ในขมิ้น ออกฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและยังต้านการอักเสบ และช่วยรักษาแผลที่ผิวหนัง ได้ดีอีกด้วย
คำไทย พืชชนิดนี้มักจะนำเมล็ดมาสกัดสีชื่อ Bixin ซึ่งเป็นสารที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ
มะละกอ จากรายงานพบว่าในส่วนเมล็ดมะละกอมี สารต้านอนุมูลอิสระ ( โดยมีค่า EC50 ต่ำกว่า 5) นอกจากนี้ยังพบว่าในมะละกอมีสารสำคัญที่ ออกฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ คือ วิตามินซี glutathione, superoxide dismutuse, catalase และ peroxidase
9.2 สมุนไพร เพิ่มภูมิต้านทาน
สมุนไพร ที่เป็นอาหารหลายชนิดที่แสดงฤทธิ์เพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ได้แก่ กระเทียม มะขามป้อม ถั่วเหลือง เห็ดหลินจือ ผักสีเขียว เมล็ดธัญญพืช เช่น งา ข้าวกล้อง บวบเหลี่ยม บัวบก สมอไทย บวบขม สะเดา ขิง มีสาร gingerol ช่วยกระตุ้นภูมิต้านทานและยังลดอาการอักเสบเนื่องจากไขข้ออักเสบอีกด้วย ผลมะระช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันโดยออกฤทธิ์เพิ่มปริมาณ ของ cytokine ได้แก่ IL-10 และ IL-2 และเพิ่มปริมาณ NK (Natural Killer cell) มากขึ้นดังนั้นจึงช่วยลดการอักเสบได้ (Manabe, 2003) นอกจากนี้ มีการใช้ผลมะระให้ผู้ปวยที่เป็นมะเร็งหลังการผ่าตัดมะเร็งปากมดลูกStageII และ stage III จำนวน 30 คน (กลุ่มคนไข้ควบคุม จำนวน 30 คน กลุ่มคนปกติควบคุม 35 คน อายุ 35-50 ปี) พบว่าพวกที่รับประทานมะระมี NK cell เพิ่มและทำให้p-glycoprotein บน RBC มีปริมาณมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) (Pongnikorn et al., 2003)
จากที่กล่าวมาเป็นการยกตัวอย่าง สมุนไพร พืชผักที่เป็นอาหารที่ทุกท่านรู้จักและนำมาใช้เป็นประจำอยู่แล้วเพียงแต่ท่านรู้ว่า สมุนไพร ออกฤทธิ์อย่างไรซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้มีการทดลองวิจัยแล้วว่ามีฤทธิ์และเป็น สมุนไพร ที่ไม่มีพิษ เพราะสามารถรับประทาน เป็นอาหารได้ ทุกท่านน่าจะนำไปประยุกต์ใช้กับคนไข้ เพื่อลดอาการแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นหลังการดมยาสลบ
นอกจากการใช้อาหาร สมุนไพร ช่วยบำบัดแล้ว การนวด การใช้สมาธิยังลดอาการแทรกซ้อนเช่นการปวด ลดอัตราการเต้นของหัวใจ คลายเครียด ได้ ดังนั้นการเตรียมตัวผู้ป่วยก่อนการผ่าตัดเป็นขบวนการหนึ่งที่สำคัญ โดยการให้ผู้ป่วยรู้จักการใช้สมาธิบำบัด โดยการกำหนดลมหายใจจะช่วยลดการคลายความกังวล และลดความดัน อาการแทรกซ้อนได้อีกทางหนึ่งด้วย
|