การออกแบบจัดสวน
  • Tab 1
  • Tab 2
  • Tab 3
  • Tab 4
  • Tab 5
  • Tab 6

ในงานภูมิทัศน์ มีการนำหินมาใช้กันอย่างกว้างขวาง เพราะนอกจากให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ แล้ว ยังทำให้เกิด Texture หรือ Pattern ที่สวยงามกับงานออกแบบด้วย

คุณสมบัติที่ดี ของหินธรรมชาติ
- มีผิวสัมผัสที่ไม่ลื่น
- สีสัน ลวดลาย และ พื้นผิด มีความสวยงามตามแบบธรรมชาติ
ข้อเสีย คือ
- ไม่สามารถ ควบคุมสี ลวดลาย และ คุณภาพของแต่ละชิั้้นให้เหมือนกันได้
- การทำงานจะยาก และ ต้องเสียวเวลากว่าใช้วัสดุ สังเคราะห์ ที่มีขนาดมาตรฐาน
- การเลียงหิน ธรรมชาติ ให้ได้ลวดลายสวยงาม ผู้เรียงที่มีประสบการณ์ มากกว่าจะเรียงได้สวยงามกว่า ในขณะ ที่ผู้ที่ไม่มีประสบการณ์ อาจทำออกมาแล้วดูไม่ดี โดยเฉพาะการเรียงหิน ที่มีสี ต่างกัน หรือ มีขนาดต่างกัน

หินแกรนิต granite

คล้ายกับหินอ่อน แต่มีความแข็งแรงและ ราคาแพงกว่า หินแกรนิต มีสีเทาอ่อน เทาเข้ม สีดำ สีแดง

ข้อดีของหินแกรนิต
- ผิวมีความแกร่ง เป็นรอยขูดขีดได้ยากกว่าหินอ่อน
- ไม่เก็บความร้อน เป็นหินที่ดูดความเย็น
- มีสี และ ลวดลาย ให้เลือกมาก
- แผ่นเรียบ มีมาตรฐาน ทำงานง่าย
- แข็งแรง
- ทำความสะอาดง่าย

ข้อด้อยของหินแกรนิต
- ราคาแพง เมื่อเทียบกับหินธรรมชาติด้วยกัน
- มีน้ำหนักมาก ถ้านำมาทำผนังต้องมีโครงสร้างรับน้ำหนัก

หินศิลาแลง Laterite

หินศิลาแลง ลักษณะสีน้ำตาลแดง มีรูพรุน ที่จำหน่ายในท้องตลาดบ้านเรา มักตัดเป็นรูปทรง และ ขนาดใกล้เคียงกับบล๊อคคอนกรีต ให้ความรูู้สึกเก่าแก่ ค่อนไปทางขรึม

ข้อดีของหินศิลาแลง
- มีรูพรุน ระบายอากาศได้ดี
- น้ำหนักเบา เมื่อเทียบกับหินชนิดอื่น
- เมื่อใช้มากๆ โดยเฉพาะทำเป็นผนังปิดล้อม ( Enclose space ) สร้างบรรยากาศ ได้ชัดเจน เข้ากับสวนแบบ Tropical ได้ดี

ข้อด้อยของหินศิลาแลง
- ทำความสะอาดยาก
- ใช้ในที่ชื้นมากๆ นานๆ จะดำ และ ดูสกปรก
- มีน้ำหนักมาก ถ้านำมาทำผนังต้องมีโครงสร้างรับน้ำหนัก

หินกาบ Brown Slate & หินชนวน Black Slate

ในแบบภูมิสถาปัตยกรรม จะใช้ Black Slate , Brown Slate ซึ่ง Black Slate ก็คือ หินชนวน ในภาษาไทย ส่วน Slate หรือ Brown Slate คือ หินกาบ ในภาษาไทย
หินกาบเกิดจากดินที่อัดถมจนก่อตัวเป็นชั้น หินกาบ มีทั้งหินกาบป่า, หินกาบทะเล แต่ที่หาง่ายตามท้องตลาด และนิยมใช้คือ หินกาบภูเขา

หินกาบตามท้องตลาด มีจำหน่าย และเรียกกันดังนี้
หินกาบธรรมชาติ : ตัดแบบฟรีฟอร์ม
หินกาบตัด : ตัดเป็นเหลี่ยม เหมือนกระเบื้อง
หินกาบสัน : ใช้ก่อโชว์ด้านสันของหิน มักใช้ทำน้ำตก

ข้อดีของหินกาบ
- มีคุณสมบัติในการดูดซึมความเย็น เหมาะกับการใช้ในบริเวณที่ตากแดด
- ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ

ข้อด้อยของหินกาบ
- แตกหักง่าย
- ปูยาก เพราะความหนาของหินกาบไม่สม่ำ้เสมอ ควบคุมสีได้ยาก

 

หินทรายมีผิวสัมผัสเป็นทรายละเอียด มีหลายสี ซึ่งจะเป็นสีอ่อนสบายตา มีทั้งแบบผิวธรรมชาติ ผิวต๊อก ผิวขัดเรียบ ผิวพ่นไฟ แบบตัดด้วยมือ และตัดด้วยเครื่อง สีของหินทรายที่มีวางจำหน่ายตามท้องตลาด ได้แก่ เหลือง, แดง, ขาว, เขียว

ข้อดีของหินทราย
- มีสีสรรให้เลือกใช้ มีผิวสัมผัส (Texture) ที่สวยงาม
- ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ

ข้อด้อยของหินทราย
- พื้นผิวทำความสะอาดได้ยาก
- เมื่อชำรุดแล้ว นำหินทรายจากอีกแหล่งมาเปลี่ยนภายหลัง สีอาจไม่เหมือนกัน

หินอ่อน Marble

คล้ายกับหินแกรนิต แต่มีความแข็งแรงและ ราคาแพงกว่า หินแกรนิต มีสีเทาอ่อน เทาเข้ม สีดำ สีแดง

ข้อดีของหินอ่อน
- ดูใสและมัน ละเอียด ไม่ดูดซึมน้ำ
- ไม่เก็บความร้อน เป็นหินที่ดูดความเย็น
- มีสี และ ลวดลาย ให้เลือกมาก
- แผ่นเรียบ มีมาตรฐาน ทำงานง่าย
- แข็งแรง
- ทำความสะอาดง่าย

ข้อด้อยของหินอ่อน
- ผิวเป็นรอยขูดขีดง่าย เป็นรอยด่างได้เมื่อโดนกรด
- ต้องการการดูแลรักษา เพื่อให้ผิวมีความสวยงาม
- มีน้ำหนักมาก
- หินที่มีสีสรร และ ลวดลาย สวยมีราคาแพง เหมาะกับ การใช้ภายในอาคาร

กรวด Pebbles

กรวดเกิดจากหิน ที่ถูกพัดพาไปตามแม่น้ำ เกิดการเสียดสี กระเทาะ ทำให้มีลักษณะ ส่วนใหญ่ พบตามแม่น้ำ กรวดในท้องตลาดบ้านเราจะมี กรวดแม่น้ำ และ กรวดจากทะเล แต่ ส่วนใหญ่ ภูมิสถาปนิก จะ ระบุให้ใช้กรวดแม่น้ำ เพราะมีความมนสวยงามกว่า กรวดที่ใช้ในงาน ภูมิสถาปัตยกรรม นอกจากเอามาโรย/เทในพื้นที่ แล้ว ยังนำมาเป็นทำเป็นผิว คอนกรึต โดยทำเป็นกรวดล้าง อีกด้วย

ข้อดีของกรวด
- ทนทาน
- เรียบมน ไม่บาดเท้า
- มีให้เลือกหลายขนาด กำหนดความหยาบ ละเอียดได้
- ราคาไม่แพง

ข้อด้อยของกรวด
- กรวดล้างขนาดเล็ก ที่ใช้กลางแจ้ง โดนแดดฝน เมื่อใช้ไปนานๆบริเวณที่เป็นปูน จะกลายเป็นสีดำ ทำให้ดูไม่สวยได้
- เมื่อนำมาทำกรวดล้าง ควรทำเส้นแบ่งผิวด้วย เพราะเมื่อผิวมีการแตกร้าว จะสามารถจำกัดบริเวณได้

สวนในที่ราบ

เป็นสวนที่จัดขึ้นบน พื้นที่ราบ ปราศจากภูเขา/เนินดิน และสระน้ำเป็น เครื่งตกแต่ง สวนนี้เหมาะกับ บริเวณที่มี พื้นที่จำกัด เพราะไม่นิยม ปลูกต้นไม้มาก จะมีบ้างก็น้อยต้น ถ้าเป็นต้นใหญ่ มักจะมีกิ่งก้านโปร่ง ส่วนไม้พุ่มจะตัด แต่เป็นพุ่มกลม ให้กลมกลืนกับก้อนหิน สวนแบบนี้ เดิมทีเดียว นิยมจัดใน บริเวณลานวัด ซึ่งมีกำแพงเป็นฉากหลัง แต่ต่อมาได้มี ผู้นำแบบอย่างไป จัดในบริเวณบ้าน หรือที่พักอาศัย อย่างกว้างขวาง
สวนในที่ราบ จัดแต่งตามแนวคิด ของพระสงฆ์ใน ศาสนาพุทธ นิกายเซน ซึ่งยึดมั้นใน ความสงบสันโดษ เป็นสวนแบบจินตนาการ หรือเป็น สวนแห่งการสมมุติ เคลือบแฝงด้วย ปรัชญา ผู้จัดจะต้องใช้ จินตนาการใน การวางก้อนหิน ในการปลูกต้นไม้ และในการวาดลวดลาย ลงบนพื้น ทราย หรือกรวด ให้มองแล้ว เหมือนลูกคลื่นหรือ ระลอกน้ำในทะเล หรือในมหาสมุทร สวนในที่ราบ แบ่งออกเป็น 2 ชนิดคือ

1. สวนแบบเขียวชอุ่ม 
2. สวนแบบพื้นที่แห้ง

สวนในที่ราบแบบเขียวชอุ่ม (Evergreen gardens)

ประกอบด้วยพื้นที่รายเรียบ ปกคลุมด้วยหญ้าหรือมอสสีเขียวขจีสมมุติว่าเป็น "น้ำ" อาจเป็นทะเลหรือมหาสมุทร มีต้นไม้และก้อนหิน รวมกันเป็นกลุ่ม ๆ สมมุติว่าเป็น "เกาะ" ต้นไม้ใหญ่มีน้อยต้น และมักจะมีกิ่งก้านโปร่ง ส่วนพุ่มมัก จะตัดแต่งให้เป็น รูปทรงกลม เพื่อให้กลมกลืนกับก้อนหิน ส่วนประกอบอื่น ๆ ได้แก่ ตะเกียงหิน อ่างน้ำ แผ่นทางเดิน มีรั้วลักษณะโปร่งเป็นฉากหลัง เพื่อใช้ประดับ และแบ่งขอบเขตของสวน บางแห่งอาจ มีบ่อน้ำซึ่งแต่เดิมมีไว้ใช้ เพื่อประโยชน์ใช้สอย
สวนในที่ราบแบบนี้ นิยมจัดไว้ที่ มุมใดมุมหนึ่งใกล้ ๆ เรือนน้ำชาหรือบ้านพักเพื่อใช้น้ำในอ่างล้างมือ ล้างหน้าหรือล้างเท้า ก่อนขึ้นบ้าน แต่ในปัจจุบันมิได้ใช้ประโยชน์เพียงแต่มีใว้เพื่อเป็นการประดับเท่านั้น

สวนในที่ราบแบบแห้ง (Dry landscape gardens)

สวนชนิดนี้ สร้างตามปรัชญาของนักบวช นิกายเซน ในบริเวณลานวัดเพื่อทำสมาธิ พิจารณาความสงบทางจิต เพ่งพิจารณารูปธรรม(สิ่งที่มีรูป) ของสรรพสิ่งที่มีชิวิต หรือสิ่งที่ไร้วิญญาณมาสู่นามธรรม(สิ่งที่ไม่มีรูป รู้ได้ทางใจ)
สวนแบบนี้มี พื้นที่ราบเรียบโรยด้วย ทรายหรือกรวด สมมุติว่าเป็น "น้ำ" และมีก้อนหินวางไว้เป็นกลุ่ม ๆ สมมุติว่าเป็น "เกาะ" มีกำแพงหรือบ้าน เป็นฉากหลังกรวดหรือทรายที่ราบเรียบอาจใช้ไม้ปลายแหลมขีดเป็นเส้นโค้งไปมาเหมือนลูกคลื่นหรือระรอกน้ำ ห่างกันบ้าง ชิดกันบ้าง บางเส้นกระทบกับก้อนหิน เมื่อมองดูแล้วจะเกิดความรู้สึกว่ามีเกาะหรือโขดหินโผล่ขึ้นมาจากทะเลหรือมหาสมุทร ข้อสังเกตของสวนแบบนี้คือ ไม่มีต้นไม้เป็นส่วนประกอบ และปราศจากน้ำ ซึ่งแม้แต่สักหยดเดียวก็ไม่มี

สวนน้ำชา การจัดสวนรอบ ๆ เรือนน้ำชา โดยนำลักษณะเด่นพิเศษของสวนภูเขามาไว้บางส่วน และนำลักษณะเด่นพิเศษของ สวนภูเขา มาไว้บางส่วน และนำเอาลักษณะเด่นพิเศษของสวนในที่ราบ แบบเขียวชอุ่ม มาอีกบางส่วนจัด ให้ผสมผสานกัน
สวนน้ำชา จะมีรั้วด้านนอก เพื่อแสดงขอบเขตทางเข้าสวนจะมีประตูรูปทรงต่าง ๆ แปลกตาบางแห่งประตูมีหลังคา ที่มุงด้วยแผ่นไม้ หรือไม้ใผ่ หรือหญ้าคา ทางเดินเข้าสู่เรือนน้ำชาจะปูด้วยหินสกัดแบน หรือเขียงไม้ วางห่างกันพอดี กับก้าวเป็นการป้องกัน ไม่ให้เยียบพื้นดินซึ่งคุมด้วยหญ้าหรือมอสสีเขียวขจี สองข้างทาง จะจัดแต่งเป็นสวนประดับหิน สลับซับซ้อนเป็นระยะ ๆ

พันธ์ไม้ที่นิยมปลูกประดับ ในสวนน้ำชาประกอบด้วยพันธุ์ไม้หลายชนิด

ไม้ยืนต้น ชนิดที่มีกิ่งก้านและใบหนา ทึบ เช่น พีช เมเปิล โอ๊ค ส่วนชนิดที่มีกิ่งก้านและใบโปร่ง เช่น สนญี่ปุ่น หลิว ไผ่
ไม้พุ่ม นิยมตัดแต่งเป็นพุ่มกลม หรือรูปไข่เพื่อให้กลมกลืนกับก้อนหิน เช่น อาซาเลีย ชาดัด
ไม้ดัด ประเภทบอนไชหรือไม้เคราะซึ่งดัดหรือตัดแต่งให้มีลีลาเหมือนไม้ต้นใหญ่แต่ย่อส่วนให้เล็กลง
ไม้น้ำ มีทั้งปลูกกลางสระน้ำ และบริเวณ ริ่มตลิ่ง เช่น บัง กก ไอริส
พืชคลุ่มดิน คือพื้นที่ที่มีความสูงไม่เกิน 1 ฟุต ปลูกไว้บริเวณใกล้ก้อนหินหรือตอไม้ เพื่อให้เหมือน หรือใกล้เคียงกับการเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและเพื่อเชื่อมต่อกับสวนหย่อมที่อยู่ข้างเคียง เช่น เฟิร์น ไม้ซุ้มต่าง ๆ

การจัดสวนในมุมนี้ นอกจากจะมีลักษณะการจัดวางต้นไม้และวัตถุจนได้สัดส่วนกันแล้ว สิ่งที่เด่นสง่าก็คือ วัตถุต่าง ๆ ที่ใช้ประดับภายใน บริเวณสวนล้วนแต่เป็นสัญลักษณ์ของญี่ปุ่นที่แปลกตาไม่ซ้ำแบบใคร มีการเคลื่อนไหวของน้ำที่หยด และไหลลันกิ่งไม้ และใบไม้โอนเอียงไปมา เมื่อต้องกระแสลม มีแสงริบหรี่จากตะเกียงหินในยามค่ำคืน ทำให้บริเวณดังกล่าวนี้ มีชีวิตชีวายิ่งขึ้น ส่วนประกอบที่สำคัญมีดังต่อไปนี้

ตะเกียงหิน สำหรับใช้ประดับในตอนกลางวันและให้มีแสงสว่างในตอนกลางคืน

อ่างน้ำ สำหรับใช้เพื่อล้างมือล้างหน้าหรือบ้วนปากก่อนเข้าพิธี (มีกระบวยไม้ไผ่ด้ามยาวสำหรับตักน้ำวางพาดไว้ที่ปากอ่าง)
หินก้อนใหญ่ สำหรับใช้จับยึด หรือสิ่งของระหว่างล้างมือ ล้างหน้า หรือบ้วนปากและสมมุติว่าเป็น "เกาะ"
แผ่นทางเดิน วางคดเคียวไปมาห่างกันพอดีกับระยะก้าวเพื่อใช้เป็นแนวทางนำไปสู่อ่างน้ำ เรือนน้ำชา และชมความงามของสวน
รั้วไม้โปร่ง เป็นรั้วไม้ไผ่หรือกิ่งไม้ประกอบอย่างง่าย ๆ ใช้เป็นฉากหลังเพื่อประดับหรือแบ่งขอบเขตของสวน
ต้นไม้ ใช้ต้นไม้หลายชนิด ต้นไม้ใหญ่ควรมีกิ่งใบโปร่ง เช่น หลิว สนญี่ปุ่น ไผ่ ไม้พุ่ม มักตัดเป็นรูปทรงกลม หรือรูปไข่ ให้กลมกลืนกับก้อนหิน เช่น ชา อาซาเลีย พืชคลุมดิน ปลูกเป็นกลุ่มใหญ่ข้างก้อนหิน เช่น เฟิร์น ไม้ซุ้มต่าง ๆ ด้านหน้า ใกล้ ๆ ตะเกียงหิน จะมีไม้ดัดเคราะหรือบอนไซ ปลูกไว้ กิ่งก้าน และใบมักจะบังตะเกียงหินไว้บ้างบางสวน
สวนแบบนี้บางแห่งอาจมีน้ำไหลหรือหยดน้ำจากท่อไม้ใผ่ลวอ่างน้ำตลอดเวลาจนมีน้ำล้น บริเวณพื้นข้างอ่างน้ำจึงต้องโรยกรวดเอาไว้ เพื่อให้บริเวณนั้นแลดูสะอาดตา และสมมุติว่าเป็น "ทะเลหรือมหาสมุทร"

 

องค์ประกอบของสวนญี่ปุ่น

น้ำ เป็นต้นกำเนิดของชีวิต เป็นสิ่งที่ชโลมใจให้เยือกเย็นและมีความสุข กระแสน้ำมีอำนาจที่จะไหลพังทลายสิ่งที่กีดขวางได้ กระแสน้ำไหลทำให้เกิดเสียง เกิดความรู้สึกมีชีวิตชีวา จึงนิยมใช้น้ำเป็นสิ่งประกอบที่สำคัญ การใช้น้ำในสวนญี่ปุ่นก็เพื่อสมมุติว่าเป็น ลำธาร หนอง บึง สระน้ำ ทะเล มหาสมุทร ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ การจัดน้ำไว้ภายในบริเวณสวนอย่างน้อยที่สุดก็มีน้ำในอ่างน้ำ ที่วางไว้ในสวนในที่ราบแบบเขียวชอุ่ม ส่วนสวนในที่ราบพื้นแห้ง ถึงแม้ภายในบริเวณจะไม่มีน้ำจริง ๆ แต่ก็ใช้กรวดหรือ ทรายโรยบนพื้นที่รายเรียบแล้วใช้ไม้ปลายแหลมขีดเส้นโค้งรอบ ๆกลุ่มก้อนหิน ชิดกันบ้างห่างกันบ้างเหมือน ระรอกน้ำหรือเกลี่ยวคลื่น ซึ่งเป็นการใช้น้ำโดยสมมุติ

การใช้น้ำเป็นส่วนประกอบในส่วนญี่ปุ่น

น้ำตก เป็นจุดเด่นสำคัญของสวนภูเขา น้ำตก เป็นธรรมชาติส่วนหนึ่งใน การจัดสวนญี่ปุ่น การปลูกต้นไม้ ไม่ควรปลูก ให้หนาทึบทากเกินไป ควรให้มีแสงสว่างลอดลงไปได้บ้างเพื่อให้เห็น ความงามของก้อนหิน และเห็นแสง เมื่อสะท้อนกับน้ำตกในบางจุด

ลำธาร เป็นทางน้ำตื้น ๆ ไหลผ่าน หุบเขาที่คดเคี้ยวไป-มาลงสู่พื้นที่ที่มีระดับต่ำกว่าเหมือนที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ริมตลิ่งและในลำธารมีก้อนหินขนาดใหญ่และเล็กฝังไว้เป็นระยะ ๆ อย่างกลมกลืน เมื่อน้ำไหลผ่านก็จะปะทะกับก้อนหิน ทำให้เกิด ละอองน้ำ กระเซ็น เป็นฝอย และอาจมีเสียงดังซู่ซ่าสร้างบรรยากาศให้มีชีวิตชีวายิ่งขึ้น

สระน้ำ ลักษณะรูปร่างเป็นแบบธรรมชาติ จะไม่ปรากฏรูปร่างเป็นสี่เหลี่ยม หรือ วางแสดงให้เห็นว่า เกิดจาก การกระทำของมนุษย์ เลย ขอบสระหรือริมตลิ่งจะฝังก้อนหินใหญ่/เล็กไว้เป็นระยะ ๆ เพื่อป้องกันตลิ่งพังและเป็นการประดับด้วย การฝังก้อนหินริมตลิ่งนับว่าเป็นศิลปะอีกอย่างหนึ่ง สระน้ำไม่ควรลึกนัก ถ้าขุดลึกเกินไปนอกจากจะทำให้ตลิ่งพังได้แล้ว ยังทำให้ไม่สามารถมองเห็น ก้อนหินก้อนกรวด ที่ก้นสระ น้ำในสระควรใสสะอาด ไม่มีกลิ่นและไม่กระด้าง การไหลของน้ำ ลงสู่สระน้ำอาจไหลตามลำธารซึ่งมีแหล่งน้ำตกเหมือนเกิดขึ้นเองตาม ธรรมชาติ ไม่ไช่ไหลจาก ท่อน้ำหรือก๊อกน้ำ การวางท่อส่งน้ำและท่อน้ำล้นควรซ่อนปลายท่อน้ำไว้ใต้ซอกหิน
ถ้าเลี้ยงปลาในสระน้ำ ควรเลือกปลา ที่กินพืชเป็นอาหาร เพื่อจะได้ช่วยกินตะไคร่น้ำ เช่น ปลาไน หรือ ปลาแฟนซีคาร์พ ซึ่งเป็นปลาที่เชื่องและมีสีสันสดใสหลาย สีสดุดตา ข้อควรระวังใน การเลี้ยงปลา ก็คือ อย่าให้อาหารมากจนเกินไป เพราะอาจทำให้น้ำเน่าได้ แต่ถ้าไม่เลี้ยงปลาก็ควรปลูกพืชน้ำเช่น บัว สันตะวาใบพาย หรือใบข้าว ซึ่งสามารถเลี้ยงขึ้นอยู่ใต้น้ำ (ต้นและใบคล้ายต้นผักกาดสีน้ำตาล) เพื่อเพิ่มออกซิเจนให้แก่น้ำ ช่วยแก้ปัญหาเรื่องน้ำเน่าเสียได้เป็นอย่างดี

น้ำพุ น้ำพุในสวนญี่ปุ่นเป็นน้ำพุที่ไหลริน ๆ เหมือนบ่อน้ำร้อน พุ่งขึ้นเหนือผิวดินเหมือนท่อน้ำรั่ว บางแห่งไหลออกจากซอกหิน โดยซ้อนท่อน้ำไว้ใต้ก้อนหิน ไม่นิยมน้ำพุที่พุ่งขึ้นสูง ๆ อย่างสวนแบบประดิษฐ์ โดยทั่วไปมักจะจัดน้ำพุไว้ที่บริเวณใกล้เชิงเขาหรือใกล้ทางเดิน

บ่อน้ำ ในการจัดสวนญี่ปุ่นอาจจัดให้มีบ่อน้ำอยู่ในบริเวณสวนด้วย รูปร่างของบ่อน้ำจะเป็นรูปเหลี่ยมหรือรูปกลมก็ได้ ไม่จำเป็นต้องมีรูปแบบตาม ธรรมชาติเหมือนสระน้ำ โดยมีมือหมุนเพื่อกว้านถังน้ำขึ้นมาจากบ่อ แต่ในปัจจุบันมีไว้เพื่อประดับสวน มากกว่าการใช้ประโยชน์

หิน หินสำหรับประดับภายในสวนจะคัดเลือกรูปทรงและสีเป็นพิเศษ ไม่นิยมหินที่มีรอยสกัด เพราะผิดไปจากธรรมชาติชนิดของหินได้แก่ หินทราย หินแกรนิต หินชนวน หินคลอไรด์ ฯลฯ นอกจากหินก็มีก้อนกรวดขนาดต่าง ๆ กัน ใส่ไว้ในบริเวณ น้ำตก ลำธาร และสระน้ำ นิยมใช้ก้อนหินที่มีสีเข้ม เช่น สีเทา หรือสีดำ ทำให้รู้สึกว่ามืด ๆ ทึม ๆ เข้ากับสีเขียวของพุ่มไม้เป็นอย่างดี ถ้าไม่จำเป็นพยายามอย่าใช้ก้อนหินที่มีสีขาว เพราะจะขาวโพลงสว่างมากเกินไป ก้อนหินต้องไม่มีร้อยตบแต่งอาจมีรูปร่างแหว่งเว้าหรือเป็นรูไปบ้าง แต่ควรเป็นลักษณะที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติมิใช่เกิดจากการกระทำของมนุษย์
การวางก้อนหินในสวนไม่นิยมวางเป็นก้อนโดด ๆ อย่างน้อยจะต้องมีก้อนหินก้อนอื่น ๆ ที่มีขนาดเล็กกว่าวางไว้ข้าง ๆ เป็นส่วนประกอบ ระยะห่างระหว่างก้อนขึ้นอยู่กับขนาดของก้อนหิน ถ้าก้อนหินใหญ่มากก็อาจวางห่างกันหน่อย ก้อนหินที่จัดวางไว้ในกลุ่มเดียวกันทุกก้อนควรมีลักษณะผิวและสีเหมือนกัน แต่ละก้อนควรมีขนาดแตกต่างกัน โดยทั่วไปในกลุ่มหนึ่ง ๆ จะมีก้อนหินเป็นเลขคี่ เช่น 3 , 5 , 7 ฯลฯ โดยจัดเป็นรูปสามเหลี่ยมดังกล่าวแล้วในตอนต้น
แต่ก็มีบางครั้งที่วางก้อนหินเพียง 2 ก้อน แล้วปลูกต้นไม้อีก 1 ต้น ก็จะทำให้มองดูแล้วเกิดเป็นรูปสามเหลี่ยมได้เหมือนกัน
การประดับก้อนหินในบริเวณสวนควรฝังบางสวนของก้อนหินไว้ในดินโดยฝังส่วนที่เป็นรอยคอดตอนล่างให้จมลง ส่วนล่างของก้อนหินที่ระดับผิวดินจะต้องเป็นส่วนที่มีความกว้างหรือใหญ่กว่าส่วนบนที่อยู่เหนือดินขึ้นไป จะทำให้รู้สึกว่าก้อนหินก้อนนั้นอยู่อย่างแข็งแรงมั่นคง มีลักษณะที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ

REISHO - SEKI (spiritual form)

รูปทรงเตี้ย (low vertical)
ลักษณะคล้ายดอกบัวตูม ขนาดสูงเป็น 1.5 ของความกว้างที่ฐาน ใช้เป็นจุดสนใจหรือจุดเด่นที่สำคัญในการจัดสวน
เป็นสัญญาลักษณ์ของสติปัญญา แสดงถึงจิตรใจที่สงบและมั้นคง

TAIZO - SEKI (body rock)

รูปทรงเตี้ย (tall vertical) คล้ายคนยืนใช้จัดวางในบริเวณน้ำตก เป็นสัญลักษณ์แห่งความสง่างาม

REISHO - SEKI (spiritual form)

รูปทรงเตี้ย (low vertical)
ลักษณะคล้ายดอกบัวตูม ขนาดสูงเป็น 1.5 ของความกว้างที่ฐาน ใช้เป็นจุดสนใจหรือจุดเด่นที่สำคัญในการจัดสวน
เป็นสัญญาลักษณ์ของสติปัญญา แสดงถึงจิตรใจที่สงบและมั้นคง

SHINTAI - SEKI (heart rock)

ลักษณะแบน (flat) ส่วนกว้างเว้าเล็กน้อยคล้ายรูปหัวใจ ใช้วางหน้าก้อนหินก้อนอื่นเสมอ

SHINKEI - SEKI (branching rock)

ลักษณะโค้ง (arching) ด้านบนเรียบฐานเล็กกว่าด้านบน ใช้ประกอบเป็นหน้าผา 

KIKYAKU - SEKI (reclining rock)

ลักษณะเอียง (reclining) ส่วนเว้า วางหงายขึ้น ใช้วางหน้าก้อนหินก้อนอื่นเสมอ


Resource :