| |
Gardening : การจัดสวนญี่ปุ่น |
|
|
| |
| CDC > Garden > สวนญี่ปุ่น |
| |
| |
|
การจัดสวนญี่ปุ่น |
|
|
|
การออกแบบ
หลักการการจัดสวน
พรรณไม้
วัสดุอุปกรณ์การจัดสวน
|
|
 |
การจัดสวนญี่ปุ่นเป็น วิชาการ ที่สมบูรณ์ ด้วยศิลปะและ ความรู้ อย่างมากมาย แต่ละยุค แต่ละสมัย จะมี แผนการ ตกแต่งที่แน่นอน มาตรฐาน มีความหมาย อันลึกซึ้งเป็น ศิลปการตกแต่ง ที่สูงค่า แต่การเรียง ก้อนหิน มีลักษณะ ที่แน่นอน เช่น แบบไหนชื่ออะไร จะต้อง ประกอบด้วย ก้อนหินรูปร่าง อย่างไร เป็นต้น
การจัดสวนญี่ปุ่น นิยมจัด ตั้งแต่ใน พื้นที่เล็ก ๆ แคบ ๆ เช่น สวนถาด ไปจนถึง พื้นที่กว้างขวาง เช่น ในอุทยาน หรือ พระราชวัง ในประเทศญี่ปุ่น แม้พื้นที่ บริเวณ ซอกแคบ ๆ ของอาคาร หรือใต้บันได บ้าน ญี่ปุ่น ก็พยายาม จัดให้เป็นสวน ทุกหนทุกแห่งจะมี สวนประดับอยู่ ทำให้กลายเป็น สวน ขนาด ใหญ่ ทั่วประเทศ |
| ประเภทของสวนญี่ปุ่น |
สวนญี่ปุ่นแบ่งออกเป็น 3 ประเภท
1. สวนภูเขา เป็นสวนที่ลอกเรียนแบบธรรมชาติ
2. สวนในที่ราบ เป็นสวนแห่งการสมมุติ
3. สวนน้ำชา เป็นสวนที่นำลักษณะเด่นของสวนภูเขาและสวนที่ราบมาผสมกัน ประกอบด้วยสวนย่อมเล็ก ๆ 2 ข้าง ทางเดิน ไปสู่เรือนน้ำชา ซึ่งเป็นบ้านชั้นเดียวหลังเล็ก ๆ |
| สวนภูเขาหรือสวนเนิน |
 |
สวนภูเขานี้บางทีก็เรียกชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า "The landscape garden with hills and water" เป็นสวนที่ตกแต่งตามแนวคิด ความคิดของพระ ในศาสนาชินโต หรือที่เรียกว่า Shinden styles นั่นเอง
สวนภูเขาประกอบด้วยภูเขาหรือเนินดินสลับกับที่ราบ มีน้ำตก ลำธาร สระน้ำ โขดหิน หาดทราย ถ้าเป็นส่วนที่มีขนาดใหญ่ อาจมีเกาะกลางทะเลสาบ
พันธุ์ไม้ประดับ ที่ใช้ประดับในสวนแบบนี้ประกอบด้วยพันธุ์ไม้หลายชนิด อาทิ
พันธุ์ไม้ใหญ่ ต้นสน พืช พลับ โอ๊ก เมเปิล ซากุระ หลิว ฯลฯ
พันธุ์ไม้พุ่มเตี้ย เช่น ไผ่ อาซาเลีย ปรง ชา ฯลฯ
พืชคลุมดิน เช่น เฟิร์น ไม้ซุ้มต่าง ๆ มอส ฯลฯ
พันธุ์ไม้น้ำ เช่น กก บัว ไอริส ฯลฯ |
สระน้ำหรือลำธาร
มักจะไม่ลึกนัก ในน้ำใสสะอาดนอกจากจะมองเห็นก้อนหิน ก้อนกรวดที่ก้อนสระหรือก้นลำธารแล้ว ยังสามารถ มองเห็น ปลาแฟนซีคาร์พ หลากสีสวยงาม ว่ายวนเวียนไปมาทำให้มีระรอกน้ำ เมื่อมองดูแล้ว จะเกิดความรู้สึกว่า มีชีวิตชีวามากขึ้น
ลำธารถ้ามีความกว้างมากก็จะทำสะพานสำหรับข้าม โดยใช้แผ่นหินสกัดที่มีความโค้งเล็กน้อยวางพาดขวางลำธาร ริมตลิ่งทั้ง 2 ฝัง 2 ฝั่งจะฝังก้อนหินรูปทรงสูงเอาไว้ สมมุติว่าเป็นเสาสะพาน แต่ถ้าลำธารแคบและตื้น
หากใช้ก้อนหินที่มีผิวด้านบนเรียบวางไว้เป็นระยะ ๆ ห่างกันพอดีกับระยะก้าวเพื่อใช้เดินข้ามลำธาร
ริมคันตลิ่งอาจป้องกันมิให้ตลิ่งพัง โดยฝังก้อนหินก้อนใหญ่/เล็กไว้อย่างกลมกลืนเหมือนเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติหรือฝังไม้เสากรมทั้งเปลือกหรือปลูกหญ้าเพื่อยึดก็ได้
ถ้าสระน้ำมีขนาดกว้างขวาง มักจะจัดให้มีเกาะอยู่กลางสระน้ำ บนเกาะอาจประดับด้วยก้อนหินเมื่อมองไกล ๆ มีรูปร่างคล้ายเต่า ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นศิริมงคลแก่บ้าน เพราะคนญี่ปุ่นถือว่าเต่าเป็นสัญลักษณ์ของการมีอายุยืน นอกจากนั้นมักจะปลูกต้นสน ไว้บนเกาะด้วย โดยถือว่าต้นสนเป็นสัญลักษณ์ของความมั่นคงถาวร เพราะต้นสนทนต่ออากาศอันหนาวเย็นได้
การปลูกต้นไม้ ปลูกต้นที่มีพุ่มใบสูงเป็นฉากไว้ด้านหลัง เพื่อไม่ให้บังต้นไม้ที่มีพุ่มใบเตี้ย สวนญี่ปุ่นจะไม่ปลูกต้นไม้ใหญ่ใว้ใกล้บ้านเพื่อไม่ให้บดบังความงามของสวนเมื่อมองออกไปจากตัวบ้าน สีของพันธ์ไม้นิยมสีที่ไม่ฉูดฉาดนัก โดยปกติจะเป็นสีเขียว จะออกดอกหรือใบเปลี่ยนสีเพิ่มสีสรรบ้างก็ตามฤดูกาลเท่านั้น
ผิวดินไม่ว่าจะเป็นเนินดิน ในที่ราบหรือใต้ร่มไม้ส่วนใหญ่จะมีหญ้าหรือมอสขึ้นปกคลุมอย่างเขียวขจีเหมือนปูด้วยพรม ความยิ่งใหญ่ขอ งสวนภูเขา หรือ สวนเนินอยู่ที่ภูเขา/เนินดิน น้ำตก ลำธาร ซึ่งเลียนแบบธรรมชาติอย่างแท้จริง คือพื้นที่เป็น เกาะของประเทศญี่ปุ่นนั่นเอง โดยทำการดัดแปลงและย่อส่วนให้เล็กลง |
 |
เป็นสวนที่จัดขึ้นบน พื้นที่ราบ ปราศจากภูเขา/เนินดิน และสระน้ำเป็น เครื่งตกแต่ง สวนนี้เหมาะกับ บริเวณที่มี พื้นที่จำกัด เพราะไม่นิยม ปลูกต้นไม้มาก จะมีบ้างก็น้อยต้น ถ้าเป็นต้นใหญ่ มักจะมีกิ่งก้านโปร่ง ส่วนไม้พุ่มจะตัด แต่เป็นพุ่มกลม ให้กลมกลืนกับก้อนหิน สวนแบบนี้ เดิมทีเดียว นิยมจัดใน บริเวณลานวัด ซึ่งมีกำแพงเป็นฉากหลัง แต่ต่อมาได้มี ผู้นำแบบอย่างไป จัดในบริเวณบ้าน หรือที่พักอาศัย อย่างกว้างขวาง
สวนในที่ราบ จัดแต่งตามแนวคิด ของพระสงฆ์ใน ศาสนาพุทธ นิกายเซน ซึ่งยึดมั้นใน ความสงบสันโดษ เป็นสวนแบบจินตนาการ หรือเป็น สวนแห่งการสมมุติ เคลือบแฝงด้วย ปรัชญา ผู้จัดจะต้องใช้ จินตนาการใน การวางก้อนหิน ในการปลูกต้นไม้ และในการวาดลวดลาย ลงบนพื้น ทราย หรือกรวด ให้มองแล้ว เหมือนลูกคลื่นหรือ ระลอกน้ำในทะเล หรือในมหาสมุทร สวนในที่ราบ แบ่งออกเป็น 2 ชนิดคือ
1. สวนแบบเขียวชอุ่ม 2. สวนแบบพื้นที่แห้ง |
| สวนในที่ราบ |
สวนในที่ราบแบบเขียวชอุ่ม (Evergreen gardens)
ประกอบด้วยพื้นที่รายเรียบ ปกคลุมด้วยหญ้าหรือมอสสีเขียวขจีสมมุติว่าเป็น "น้ำ" อาจเป็นทะเลหรือมหาสมุทร มีต้นไม้และก้อนหินรวมกันเป็นกลุ่ม ๆ สมมุติว่าเป็น "เกาะ" ต้นไม้ใหญ่มีน้อยต้น และมักจะมีกิ่งก้านโปร่ง ส่วนพุ่มมัก จะตัดแต่งให้เป็น รูปทรงกลมเพื่อให้กลมกลืนกับก้อนหิน ส่วนประกอบอื่น ๆ ได้แก่ ตะเกียงหิน อ่างน้ำ แผ่นทางเดิน มีรั้วลักษณะโปร่งเป็นฉากหลัง เพื่อใช้ประดับและแบ่งขอบเขตของสวน บางแห่งอาจ มีบ่อน้ำซึ่งแต่เดิมมีไว้ใช้ เพื่อประโยชน์ใช้สอย
สวนในที่ราบแบบนี้ นิยมจัดไว้ที่ มุมใดมุมหนึ่งใกล้ ๆ เรือนน้ำชาหรือบ้านพักเพื่อใช้น้ำในอ่างล้างมือ ล้างหน้าหรือล้างเท้า ก่อนขึ้นบ้าน แต่ในปัจจุบันมิได้ใช้ประโยชน์เพียงแต่มีใว้เพื่อเป็นการประดับเท่านั้น
สวนในที่ราบแบบแห้ง (Dry landscape gardens)
สวนชนิดนี้ สร้างตามปรัชญาของนักบวช นิกายเซน ในบริเวณลานวัดเพื่อทำสมาธิ พิจารณาความสงบทางจิต เพ่งพิจารณารูปธรรม(สิ่งที่มีรูป) ของสรรพสิ่งที่มีชิวิต หรือสิ่งที่ไร้วิญญาณมาสู่นามธรรม(สิ่งที่ไม่มีรูป รู้ได้ทางใจ)
สวนแบบนี้มี พื้นที่ราบเรียบโรยด้วย ทรายหรือกรวด สมมุติว่าเป็น "น้ำ" และมีก้อนหินวางไว้เป็นกลุ่ม ๆ สมมุติว่าเป็น "เกาะ" มีกำแพงหรือบ้าน เป็นฉากหลังกรวดหรือทรายที่ราบเรียบอาจใช้ไม้ปลายแหลมขีดเป็นเส้นโค้งไปมาเหมือนลูกคลื่นหรือระรอกน้ำ ห่างกันบ้าง ชิดกันบ้าง บางเส้นกระทบกับก้อนหิน เมื่อมองดูแล้วจะเกิดความรู้สึกว่ามีเกาะหรือโขดหินโผล่ขึ้นมาจากทะเลหรือมหาสมุทร ข้อสังเกตของสวนแบบนี้คือ ไม่มีต้นไม้เป็นส่วนประกอบ และปราศจากน้ำ ซึ่งแม้แต่สักหยดเดียวก็ไม่มี |
| สวนน้ำชา |
การจัดสวนรอบ ๆ เรือนน้ำชา โดยนำลักษณะเด่นพิเศษของสวนภูเขามาไว้บางส่วน และนำลักษณะเด่นพิเศษของ สวนภูเขามาไว้บางส่วน และนำเอาลักษณะเด่นพิเศษของสวนในที่ราบ แบบเขียวชอุ่ม มาอีกบางส่วนจัด ให้ผสมผสานกัน
สวนน้ำชา จะมีรั้วด้านนอก เพื่อแสดงขอบเขตทางเข้าสวนจะมีประตูรูปทรงต่าง ๆ แปลกตาบางแห่งประตูมีหลังคา ที่มุงด้วยแผ่นไม้หรือไม้ใผ่หรือหญ้าคา ทางเดินเข้าสู่เรือนน้ำชาจะปูด้วยหินสกัดแบน หรือเขียงไม้ วางห่างกันพอดี กับก้าวเป็นการป้องกันไม่ให้เยียบพื้นดินซึ่งคุมด้วยหญ้าหรือมอสสีเขียวขจี สองข้างทาง จะจัดแต่งเป็นสวนประดับหิน สลับซับซ้อนเป็นระยะ ๆ
พันธ์ไม้ที่นิยมปลูกประดับ ในสวนน้ำชาประกอบด้วยพันธุ์ไม้หลายชนิด
ไม้ยืนต้น ชนิดที่มีกิ่งก้านและใบหนา ทึบ เช่น พีช เมเปิล โอ๊ค ส่วนชนิดที่มีกิ่งก้านและใบโปร่ง เช่น สนญี่ปุ่น หลิว ไผ่
ไม้พุ่ม นิยมตัดแต่งเป็นพุ่มกลม หรือรูปไข่เพื่อให้กลมกลืนกับก้อนหิน เช่น อาซาเลีย ชาดัด
ไม้ดัด ประเภทบอนไชหรือไม้เคราะซึ่งดัดหรือตัดแต่งให้มีลีลาเหมือนไม้ต้นใหญ่แต่ย่อส่วนให้เล็กลง
ไม้น้ำ มีทั้งปลูกกลางสระน้ำ และบริเวณ ริ่มตลิ่ง เช่น บัง กก ไอริส
พืชคลุ่มดิน คือพื้นที่ที่มีความสูงไม่เกิน 1 ฟุต ปลูกไว้บริเวณใกล้ก้อนหินหรือตอไม้ เพื่อให้เหมือน หรือใกล้เคียงกับการเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและเพื่อเชื่อมต่อกับสวนหย่อมที่อยู่ข้างเคียง เช่น เฟิร์น ไม้ซุ้มต่าง ๆ
การจัดสวนในมุมนี้ นอกจากจะมีลักษณะการจัดวางต้นไม้และวัตถุจนได้สัดส่วนกันแล้ว สิ่งที่เด่นสง่าก็คือ วัตถุต่าง ๆ ที่ใช้ประดับภายในบริเวณสวนล้วนแต่เป็นสัญลักษณ์ของญี่ปุ่นที่แปลกตาไม่ซ้ำแบบใคร มีการเคลื่อนไหวของน้ำที่หยดและไหลลันกิ่งไม้และใบไม้โอนเอียงไปมาเมื่อต้องกระแสลม มีแสงริบหรี่จากตะเกียงหินในยามค่ำคืน ทำให้บริเวณดังกล่าวนี้มีชีวิตชีวายิ่งขึ้น ส่วนประกอบที่สำคัญมีดังต่อไปนี้
ตะเกียงหิน สำหรับใช้ประดับในตอนกลางวันและให้มีแสงสว่างในตอนกลางคืน
อ่างน้ำ สำหรับใช้เพื่อล้างมือล้างหน้าหรือบ้วนปากก่อนเข้าพิธี (มีกระบวยไม้ไผ่ด้ามยาวสำหรับตักน้ำวางพาดไว้ที่ปากอ่าง)
หินก้อนใหญ่ สำหรับใช้จับยึด หรือสิ่งของระหว่างล้างมือ ล้างหน้า หรือบ้วนปากและสมมุติว่าเป็น "เกาะ"
แผ่นทางเดิน วางคดเคียวไปมาห่างกันพอดีกับระยะก้าวเพื่อใช้เป็นแนวทางนำไปสู่อ่างน้ำ เรือนน้ำชา และชมความงามของสวน
รั้วไม้โปร่ง เป็นรั้วไม้ไผ่หรือกิ่งไม้ประกอบอย่างง่าย ๆ ใช้เป็นฉากหลังเพื่อประดับหรือแบ่งขอบเขตของสวน
ต้นไม้ ใช้ต้นไม้หลายชนิด ต้นไม้ใหญ่ควรมีกิ่งใบโปร่ง เช่น หลิว สนญี่ปุ่น ไผ่ ไม้พุ่ม มักตัดเป็นรูปทรงกลม หรือรูปไข่ ให้กลมกลืนกับก้อนหิน เช่น ชา อาซาเลีย พืชคลุมดิน ปลูกเป็นกลุ่มใหญ่ข้างก้อนหิน เช่น เฟิร์น ไม้ซุ้มต่าง ๆ ด้านหน้า ใกล้ ๆ ตะเกียงหิน จะมีไม้ดัดเคราะหรือบอนไซ ปลูกไว้ กิ่งก้าน และใบมักจะบังตะเกียงหินไว้บ้างบางสวน
สวนแบบนี้บางแห่งอาจมีน้ำไหลหรือหยดน้ำจากท่อไม้ใผ่ลวอ่างน้ำตลอดเวลาจนมีน้ำล้น บริเวณพื้นข้างอ่างน้ำจึงต้องโรยกรวดเอาไว้ เพื่อให้บริเวณนั้นแลดูสะอาดตา และสมมุติว่าเป็น "ทะเลหรือมหาสมุทร" |
|
|
| Resource : |
| << Previous ------------------- Next >> |
| |
|
|
|
| |
|
|
|
|
|