วิธีการปลูกหญ้า

  • การปลูกหญ้าแบบแยกต้น
  • แบบปูพรม
  • ใช้เมล็ด
  • แบบแผ่น
  • แบบหว่าน

วิธีการปลูกหญ้า

การปลูกหญ้ามีหลายวิธี ซึ่งก็แล้วแต่ความสะดวก ความพอใจ และความต้องการของผู้จะปลูก ตลอดจนเงินทุนในการเตรียมดิน ค่าพันธุ์หญ้า และอื่น ๆ การปลูกหญ้า โดยทั่วไปมี 5 วิธี ดังนี้

การปลูกโดยใช้เมล็ด การปลูกหญ้าแบบแผ่นเล็ก ๆ การปลูกแบบหว่าน การปลูกหญ้าเป็นแผ่น ๆ การปลูกแบบแยกต้น

การปลูกหญ้าแบบแยกต้น หรือการปักดำเป็นแถว

วิธีนี้ใช้ส่วนของลำต้นที่เรียกว่า ไหล (Stolon) ปลูก วิธีนี้สิ้นเปลื้องน้อยในกรณีที่ได้หญ้ามาจำนวนจำกัด แต่จะเสียเวลาในการปลูกนานกว่าจะขึ้นเต็มสนาม เหมาะสำหรับหรับการปลูกหญ้าพวก หญ้านวลน้อย หญ้านวลจันทร์ หญ้าแพรก ซึ่งเป็นหญ้าที่เจริญเติบโตเร็ว ใช้สำหรับปลูกหญ้าในสนามใหญ่ ๆ ส่วนหญ้าญี่ปุ่น ก็ใช้วิธีีนี้ได้ แต่ต้องปลูกชิดกว่าหญ้าชนิดอื่น เท่าตัว

วิธีการปลูกมีดังนี้วิธีการปลูกหญ้า

  1. หลังจากปรับพื้นที่เรียบร้อยแล้ว ก็รดน้ำให้ชุ่มชื้น ใช้ดินเลนจากท้องร่องมาละเลงสนามที่จะปลูกให้ทั่ว ๆ
  2. นำหญ้ามาฉีกเป็นกอเล็ก ๆ จะเรียกว่าฉีกปลูก หรือแยกปลูกก็ได้
  3. ทำร่องบนเลน โดยขุดเป็นร่องเล็ก ๆ ทำให้เป็นแถวยาว ๆ ให้ระยะห่างแถวพอประมาณ
  4. นำหญ้าที่ฉีกไปวางในร่องที่ขุดไว้ แล้วกลบให้แน่นพอประมาณ เพื่อให้ลำต้นของหญ้า เกาะติดกับดินเลน ซึ่งลำต้นของหญ้าที่กล่าวมานี้ จะมีรากติดมาด้วย
  5. เมื่อปลูกแล้วต้องรดน้ำให้ดินชุมชื้นอยู่เสมอ และเมื่ออายุ 15 - 30 วัน ก็ต้องให้ปุ๋ยยูเรียช่วยเร่งในการเจริญเติบโต
  6. เมื่อหญ้าอายุได้ประมาณ 3 - 4 เดือน ก็จะขึ้นเต็มสนาม ควรดูแลในระยะแรกให้ดีิ ฉะนั้นเปอร์เซนต์การตายของหญ้าจะสูงกส่าวิธีอื่น
  7. ในช่องว่างที่ไม่ได้ปลูกหญ้า ก็ต้องคอยระวังไม่ให้วัชพืชขึ้น ดังนั้นจึงต้องหมั่นคอยถอน วัชพืชอยู่เสมอด้วย
  8. การดูแลต้องดูแลในระยะแรก ๆ ให้ดีมิฉะนั้นเปอร์เซนต์การตายจะมากกว่าวิธีอื่น

การปลูกหญ้าเป็นแผ่น ๆ หรือแบบปูพรม

การวิธีการปลูกหญ้าที่ทำได้รวดเร็ว แต่จะสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายมาก เพราะต้องใช้พรรณไม้เป็นจำนวนมาก ซึ่งหญ้าที่จะปลูกมีขนาด กว้างยาวด้านละ 50 เซนติเมตร มีขายตามท้องตลาดในกรุงเทพฯ โดยขายเป็นตารางเมตร ๆ ละ 4 แผ่น ได้แก่หญ้า นวลน้อย หญ้าญี่ปุ่น หญ้ามาเลเชีย วิธีนี้มีข้อเสียคือ ถ้าจ้างเหมาผู้รับจ้างมาปลูก ถ้าควบคุมไม่ดี มักจะเตรียมดินไม่ดี เมื่อปลูกหญ้าไปแล้วก็ไม่สามารถรู้ หรือเห็นได้ว่ามีการเตรียมดินอย่างไร ดีหรือไม่ดี ก็จะเป็นผลภายหลัง ในการดูแลรักษา ก็จะยากลำบาก จึงต้องมีการควบคุม ให้ใกล้ชิดในระยะเตรียมดิน

วิธีการปูหญ้า

หลังจากการเกลี่ยดินให้เสมอแล้ว ก็รดน้ำให้ชุ่ม การเกลี่ยดินต้องเกลี่ยให้ต่ำกว่าระดับที่ต้องการ 1/2 - 1 นิ้ว เพราะแผ่นหญ้า ที่ซื้อมาก็จะหนา ประมาณที่กล่าวมาแล้ว ถ้าไม่เกลี่ยดิน โดยปูหญ้าลงไปเลยก็จะสูงกว่าระดับที่ต้องการ
การปูหญ้า ก็คล้ายกับ การปูกระเบื้องทางเท้า ต้องปูให้ได้ฉากกัน แล้วจะดุสวยงามและเป็นระเบียบ การปูหญ้ามี 2 วิธี ซึ่งแต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสีย ดังนี้

  1. การปูหญ้าแบบชดติดกัน เป็นการปลูกให้ชิดกันเลยระหว่างแผ่นต่อแผ่น ถ้าหากปูไม่ชิดกัน ก็จะเกิดสันร่องระหว่างแผ่น และถ้าหญ้าขาดน้ำแนวของขอบแผ่นจะเหลือง การปูต้องระวัง อย่าปูให้เกยกัน เพราะจะทำให้หญ้าส่วนที่เกยกัน มีการเจริญเติบโตไม่ดี ซึ่งส่วนที่เกยนี้จะไม่ได้สัมผัสดิน หญ้าที่ถูกเกยทับไม่ได้รับแสงก็จะเหลือง วิธีนี้เหมาะสำหรับหญ้า ที่เจริญเติบโตแนวตั้ง เช่น หญ้าญี่ปุ่น
  2. การปูหญ้าแบบห่างกันเล็กน้อย เป็นการปูหญ้าแบบเว้นตะเข็บเล็กน้อยถ้าปลูกชิดกันเหมือนข้อแรก ปลายแผ่นหญ้า จะเจริญเติบโต มาชิดกัน เหมือนข้อแรก ปลายแผ่นจะเจริญเติบโตชิดกันแล้วจะฟูขึ้นมาเป็นกระจุก ๆ หลังจากปูแล้วต้องใส่ดินตรงตะเข็บหรือรอยต่อ มิฉนั้นหญ้าจะขึ้นสูงกว่าพื้นสนามได้ และเมื่อเจริญเติบโตออกนอกแผ่น หญ้าเดิมก็จะพอกันกับรอยตะเข็บที่เว้นไว้ ทำให้สนามเรียบกว่าวิธีแรก วิธีนี้เหมาะสำหรับหญ้าที่เจริญเติบโตในแนวนอน เช่น หญ้านวลน้อย วิธีที่เหมาะสำหรับการปลูกในเนื้อที่สนามไม่มากนัก
  3. สนามหญ้าที่ปูนี้ ควรจะถมทรายปะหน้าดินบาง ๆ แล้วปรับพื้นทรายให้เรียบจึงรดน้ำให้ชุ่ม
  4. การปูหญ้าควรเริ่มจากมุมใดมุมหนึ่งก่อน แล้วเดินถอยหลังไปเรื่อย ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เหยี่ยบย่ำหญ้าที่ปลูก ขณะที่เดินถอยหลังบริเวณที่ผู้ปลูกเหยียบจะเป็นหลุมเป็นบ่อ สามารถมองเห็นและซ่อมบ่อได้ ถ้าปล่อยให้เป็นหลุมแล้ว เวลารดน้ำแล้ว น้ำจะขัง ทำให้หญ้าเน่าตายได้
  5. หลังจากปูเสร็จ ก็ให้ใช้ลูกกลิ้งที่มีน้ำหนักเบา ๆ กลิ้งทับเพื่อกดหญ้าให้ติดแน่น
  6. การปูหญ้า ควรปูสลับกันแบบก่ออิฐ เพื่อกันน้ำเซะทำให้ดินพังทะลาย
  7. เมื่อปูหญ้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ต้องรดน้ำให้ชุ่มชื้นไม่ต้องถึงกับแฉะประมาณ 2 อาทิตย์ หญ้าตั้งตัวได้ จึงลดการให้น้ำ
  8. ถ้าปูหญ้าที่มีความลาดเอียงมาก ควรทำมุดตอกยึดไว้ โดยใช่มุดที่ทำด้วยไม้ เพื่อให้หญ้าสัมผัสดินได้ดี และแผ่นหญ้าไม่เลื่อนในเวลารดน้ำ
  9. หลังจากปลูกเสร็จแล้ว ต้องหมั่นตรวจดูตรงช่องวางที่เว้นไว้ว่า มีวัชพืชขึ้นหรือไม่ ถ้ามีให้จัดการถอนออกไป

การปลูกโดยใช้เมล็ด

การปลูกหญ้าแบบนี้ต่างประเทศ เพราะสะดวกดี ไม่ต้องขนหญ้ามาปลูก ซึ่งทำให้ง่ายและสะดวกกว่าวิธีอื่น ๆ แต่การปลูกต้องอาศัยความปราณีตพอสมควร ในเรื่องการเตรียมดิน ต้องปราบวัชพืชและศัตรูพืชในดินก่อน โดยการใช้สารเคมี หรือรมควัน ทำลายศัตรูที่อยู่ในดิน รวมทั้งวัชพืชด้วย มิฉนั้นหญ้าที่ปลูกด้วยเมล็ดจะขึ้นสู้วัชพืชไม่ได้ ซึ่งจะทำให้ลำบากใน การบำรุงรักษาให้สวยงามได้
ในเมืองไทย ยังไม่นิยมเพราะเมล็ดหญ้าไม่มีจำหน่าย ต้องสั่งซื้อจากต่างประเทศ ซึ่งความงอกมักจะเสื่อมเร็ว เพราะเมล็ดหญ้ามีอายุและความงอกสั้น

วิธีการปลูกหญ้าด้วยเมล็ด

  1. กำจัดวัชพืชและศัตรูในดิน
  2. ดินบน ต้องเกลี่ยให้เสมอ
  3. รดน้ำให้ชุ่มชื้นทั่วสนามแล้วทิ้งไว้ 1 วัน ให้คุ้ยดูดินให้ลึก 1 - 2 นิ้ว ดูว่ามีความชื้นหรือไม่ ถ้าไม่มีก็ให้ความชื้นเพิ่มอีก
  4. แบ่งเนื้อที่ออกเป็นแปลงเล็ก ๆ เพราะจะได้หว่านได้ทั่วถึง สม่ำเสมอดีแต่ละแปลงควรมีขนาดไม่เกิน 4 ตารางเมตร
  5. ใช้เมล็ดที่มีขนาดเล็กผสมกับทรายแล้วหว่าน
  6. ทำไม้สำหรับเป็นสพานเวลาหว่าน เพื่อไม่ให้เป็นรอยเท้าในแปลง สะพานที่ทำนี้ ยังใช้แบ่งแปลงอีกด้วย
  7. หลังจากหว่านหญ้าเรียบร้อยแล้ว ก็ใช้ขี้เลื่อยหว่านกลบ ถ้าเป็นที่มีลมแรงก็ให้ทำการคลุมดิน พออีกประมาณ 3 - 5 วัน เมล็ดก็จะงอกขึ้นมา
  8. ใช้ลูกกลิ้งขนาดเบา ๆ กลิ้งทับต้นหญ้า เพื่อให้รากแน่นติดกับดิน ช่วยในการหาอาหารได้ดี ระยะนี้ไม่ควรรดน้ำ นอกจากดินจะแห้งจริง ๆ ค่อยรดน้ำ
  9. ถ้ามีวัชพืชขึ้นก็ต้องเก็บออก จนกว่าหญ้าจะเต็มสนาม การเก็ยวัชพืชจะลดน้อยลง
  10. หลังจากนั้น 1 เดือน หญ้าก็จะขึ้นงาม ต้องใช้ลูกกลิ้งทับอีกครั้ง และให้น้ำ

การปลูกหญ้าแบบแผ่นเล็ก ๆ

การปลูกหญ้าวิธีนี้ เหมาะสำหรับสนามใหญ่ ๆ เพราะการปูพรมจะลงทุนสูงมาก และควรใช้กับหญ้าที่เจริญเติบโตในแนวนอน ถ้าใช้กับหญ้าที่เจริญเติบโตในแนวตั้ง จะต้องใช้เวลานานมากกว่าจะเต็มสนาม แฃะต้องใช้กับหญ้าที่มีการเจริญเติบโตเร็วด้วย

วิธีการปลูกมีดังนี้

  1. รดน้ำบนดินที่นำมาถมแล้วให้ชุ่มชื้น จากนั้นนำเลนจากท้องร่องมาฉาบดินบนพอประมาณ เพื่อให้รากยึดดินได้ดี
  2. ตัดหญ้าจากแผ่นใหญ่ที่ซื้อมาให้เป็นแผ่นเล็ก กว้างยาวประมาณ 2 - 3 นิ้ว
  3. นำแผ่นหญ้าไปกองในเลน กดให้รากจมเลนให้แน่นติดดิน และก่อนปลูกต้องนำแผ่นหญ้าไปจุ่มน้ำเสียก่อน
  4. การปลูกลงเลนให้มีระยะห่างประมาณ 3 - 4 นิ้ว ถ้าเป็นหญ้าที่มีการเจริญเติบโตช้า ก็ให้ปลูกระยะชิดกว่านี้
  5. ควรรดน้ำให้ชุ่มชื้นเสมอในระยะ 2 - 3 อาทิตย์ติดต่อกัน ไม่เช่นนั้นรากหญ้าจะแห้ง หรือลอยไม่สัมผัสดิน
  6. อัตราส่วนที่ใช้หญ้า 1 ตารางเมตรที่ซื้อมา ปลูกได้ 4 ตารางเมตร
  7. เมื่อปลูกได้ 15 วัน ให้ใส่ปุ๋ยแอมโมเนียซันเฟต หรือปุ๋ยยูเรียหว่านลงไป ในสนามหญ้า เพื่อช่วยให้หญ้าเจริญเติบโตเร็ว
  8. สนามหญ้านี้ หญ้าจะขึ้นไม่สม่ำเสมอ ต้องใช้ระยะเวลาถึง 3 - 4 เดือน หญ้าจะเต็มสนาม ห็ให้ทำการตัดหญ้า จะได้หญ้าสนามที่สวย และวิธีนี้เป็นการลงทุนที่น้อย แต่ต้องใช้ระยะเวลานานหน่อย

ข้อควรระวัง ต้องคอยดูแลอยู่เสมออย่าให้หญ้าขึ้นบริเวณที่เป็นดิน ที่ไม่ได้ปลูกหญ้าเอาไว้ โดยการถอนทิ้งไป ถ้าละเลยแล้ว จะได้หญ้าที่ไม่สวย เพราะวัชพืชขึ้นเต็มไปหมด

วิธีนี้ เหมาะสำหรับหญ้านวลน้อย หญ้ามาเลเชีย หญ้าเบอร์มิวด้า

การปลูกแบบหว่าน

  1. หลังจากเตรียมดินแล้วรดน้ำให้ดินบนชุ่มชื้น
  2. ใช้ดินเล็นจากท้องร่องมาละเลงบนสนามให้ทั่ว ๆ
  3. ใช้ไหล (Stolon) ที่เป็นลำต้นของหญ้าที่ปล่อยให้ยาว แล้วตัดส่วนยอดที่มีข้อมาแช่น้ำ แยกออกเป็นต้น ๆ จากนั้นนำไปหว่านลงในเลน
  4. เสร็วแล้วก็ใช้ไม้ยาว ๆ กดต้นให้ติดกับเลน
  5. พออายุ 15 - 20 วัน ก็ให้ปุ๋ยยูเรีย หรือปุ๋ยแอมโมเนียซซัลเฟตหว่าน ให้ทั่ว ๆ เพื่อเร่งการเจริญเติบโต ในระยะที่หญ้าตั้งตัว และเริ่มแตกใบใหม
  6. วิธีนี้สิ้นเปลืองน้อย แต่ใช้เวลานาน และต้องคอยลดน้ำให้ชุ่มชื้นแยู่เสมอ
  7. ต้องหมั่นคอยดูแลวัชพืชไม่ให้ขึ้นในสนามอยู่เสมอ

วิธีนี้เหมาะสำหรับหญ้าเบอร์มิวด้า หญ้านวลน้อย หญ้านวลจันทร์ หญ้าแพรก