การจัดวางบ้าน

ท่านผู้อ่านคงปฏิเสธไม่ได้ว่า สภาพแวดล้อมรอบๆ ตัวเราไม่ว่า จะเป็น ดิน น้ำ ลม ไฟ สิ่งเหล่านี้ ล้วนมีผลต่อการดำเนินชีวิต ประจำวัน ของเราตลอดเวลา อย่างเช่น เมื่อท่านเจอแดดร้อนๆ (ซึ่งเป็นธาตุไฟ ) ท่านจะหาร่มไม้ เพื่อหลบแดด ให้ร่มไม้ช่วย คลายความร้อน ให้ท่าน (ธาตุลม) เมื่อหน้าหนาวเข้ามา ท่านก็จะจัดหา เสื้อกันหนาว เพื่อทำตัวให้อุ่นขึ้น เมื่อท่านร้อนกระหาย ท่านจะหาน้ำ เพื่อดับ ความร้อนในร่างกายของท่าน สิ่งเหล่านี้เป็นตัวอย่างง่ายๆ ของการปรับ ความสมดุล ของมนุษย์กับ สภาพแวดล้อม ซึ่งเป็น หลักการ เดียวกับ ศาสตร์และศิลป์จาก ปรัชญาอันล้ำลึกนับพันปี ที่เน้นการสร้างสภาพแวดล้อม ทางธรรมชาติกับสังคม และ มนุษย์ ให้เกิดความสมดุล นำมาซึ่งความสำเร็จในชีวิต เราๆ ท่านๆ เรียกศาสตร์แขนงนี้ว่า "เคหะศาสตร์" หรือ "ฮวงจุ้ย" และบ้านก็ เหมือนกับ ร่างกายของท่าน ที่จะต้องเจอแดด เจอฝน ร้อนหนาว เช่นเดียวกัน ดังนั้น บ้านของท่านจึงควรได้รับ การจัดวางอย่าง ถูกต้องเหมาะสมกลมกลืน กับสภาพแวดล้อม ช่วยให้บ้านของท่านเป็นบ้านที่อยู่เย็นเป็นสุข และพบเจอแต่สิ่งดีๆ ในชีวิตของท่าน

การจัดวางบ้านที่คำนึงถึง แดด ลม ฝน ตำแหน่งต่างๆ ของห้อง รูปแบบบ้าน เสา คาน สถานที่ ทิศทางของบ้าน สภาพแวดล้อม ภายนอกและภายในเป็นอย่างไร ประตูอาคาร ประตูบ้าน ห้องนอน ห้องครัวสัมพันธ์กับผู้อยู่อาศัยหรือไม่ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ล้วนส่งผล ตอบรับกับสภาพแวดล้อมภายนอกตัวบ้านสู่ภายในตัวบ้าน เป็นหลักใหญ่ๆ ที่เป็นข้อบ่งชี้ให้เห็นถึงข้อบกพร่องที่เกิดขึ้น
รายละเอียด และเหตุที่เกิดยังมีอีกมากมาย หากได้รับการแก้ไขจัดวางอย่างเหมาะสมแล้ว ย่อมแสดงออกถึง สุนทรียศาสตร์อัน ทรงคุณค่าของฮวงจุ้ย แสดงออกถึงความรู้สึกคุณค่า ของสิ่งที่งามและ ความเป็นระเบียบ เรียบร้อย ของสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ ในอันจะหล่อหลอมความเป็นอยู่ของมนุษย์ เน้นให้เห็นถึง ความผูกพันระหว่าง มนุษย์กับธรรมชาติ ที่ต้องเกื้อหนุน หรือทำลายล้างกัน
บ้านประกอบด้วย ส่วนต่าง ๆ ที่ทำหน้าที่แตกต่างกันออกไป แต่ละส่วนนั้นล้วนเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันทั้งสิ้น ฉบับนี้เราจะมาดูว่า ส่วนต่าง ๆ ของบ้านนั้น ตามหลักฮวงจุ้ยแล้วมีผลต่อท่านเจ้าของบ้านอย่างไร

เสา

เสาทุกต้นที่อยู่ทั้งภายในและภายนอกห้อง นอกจากทำหน้าที่รับน้ำหนักทั้งหมดของบ้านแล้ว เสาทุกต้นล้วนมีอิทธิพลต่อผู้อยู่อาศัย และผู้เดินผ่านไปมา เสาเหลี่ยมเป็นเสาที่มีอันตรายมากที่สุดเนื่องจากมุมต่าง ๆ ของเสาอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย กว่าเสากลม ที่มีพื้นที่ผิวราบเรียบ ช่วยให้กระแสพลังของชีวิตไหลผ่านได้ง่าย มีลักษณะที่ดีกว่าเสาที่เป็นเหลี่ยม ยิ่งเสาใหญ่มาก เท่าไร ความรุนแรง ย่อมมีมากขึ้นเท่านั้น

คาน

บ้านทุกหลังต้องมีคาน และมักจะก่อให้เกิดปัญหามากมาย ตำแหน่งของคานมีผลต่อผู้อยู่อาศัยภายในบ้าน มีความเชื่อแต่โบราณกาล ได้กล่าวไว้ว่า
- คานที่มีขนาดใหญ่มาก ทำให้รู้สึกสร้างความกดดัน มีผลในทางลบกับผู้อยู่อาศัยและการทำงาน ทำให้เกิดปัญหาทางอารมณ์ และสุขภาพ
- คานที่อยู่เหนือหัวเตียง จะทำให้ผู้ที่เป็นเจ้าของห้องนอนปวดศีรษะอยู่เสมอ
- คานที่อยู่เหนือระดับช่องท้องผู้นอนทำให้รู้สึกปวดท้อง
- คานที่อยู่เหนือระดับข้อเท้า ทำให้มีปัญหาการเคลื่อนไหว
- คานที่อยู่เหนือเตาไฟหรือโต๊ะรับประทานอาหาร โชคลาภมักถูกขัดขวางสูญเสียการเงิน

เพดาน
เพดานห้องที่ต่ำไม่ได้สัดส่วน ทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกอึดอัด ส่งผลให้เกิดปัญหาทางด้านอารมณ์และความคิด ทำให้พลังชีวิต ของผู้อยู่อาศัย อ่อนแอ เพดานที่ดีควรมีความสูงได้สัดส่วนพอเหมาะกับขนาดของห้อง

บันได

บันไดมีความสำคัญในการนำพลังชีวิตเคลื่อนจากชั้นหนึ่งไปสู่อีกชั้นหนึ่ง เพราะเหตุนี้บันไดที่สร้างจึงต้องมีความแข็งแรง มีความกว้าง ห่างจากเพดานพอสมควร
- บันไดวนเป็นบันไดที่อันตราย ทำให้พลังชีวิตสลายออกไปได้ง่าย
- บันไดควรอยู่ในตำแหน่งที่มองไม่เห็นจากบริเวณทางเข้า
- ไม่ควรสร้างบันไดที่ชัน แคบ และมืด เพราะจะส่งผลให้กระแสพลังชีวิตถูกขัดขวาง
- บันไดไม่ควรจะวนไปด้านซ้าย ให้วนไปด้านขวา
- จำนวนขั้นบันได ควรเป็นเลขคี่เสมอ จะทำให้การเดินขึ้นลงบันได ไม่ติดขัด

พื้นต่างระดับ

พื้นต่างระดับมีประโยชน์ในการแบ่งพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านออกเป็นสัดส่วน ดูมีความสวยงามในระยะสั้นๆ แต่การแบ่งพื้นที่ออก เป็นส่วนๆ นั้น ทำให้การติดต่อสัมพันธ์กันน้อยลง มีผลเสีย เป็นการแบ่งสมาชิกในครอบครัวออกจากกัน ถ้าพื้นที่ต่างระดับ ด้านข้างต่ำกว่าด้านหน้า ผู้อาวุโสจะไม่ได้รับการเคารพ เป็นผลมาจากลำดับความสูงต่ำของพื้น ที่มีผลต่อพฤติกรรมของผู้อยู่อาศัย ทั้งรู้ตัวและไม่รู้ตัว สำหรับผู้อาวุโสแล้ว การเปลี่ยนระดับพื้น เป็นอุปสรรคในการเดินเหินอย่างยิ่ง มีผลทางด้านอารมณ์ เกิดการฉุนเฉียวหงุดหงิดง่าย และกับเด็กเล็กๆ เองก็เช่นกัน พื้นต่างระดับอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุ เลือดตกยางออกจากความซุกซนได้ง่ายๆ เป็นเรื่องที่ควร เอาใจใส่พิจารณากันให้ถี่ถ้วนรอบคอบ

มุมห้อง

มุมห้องที่ขาดหาย มีผลในทางลบกับผู้อยู่อาศัย ทำให้มีปัญหากับเรื่องราวไม่ประสงค์ต่างๆ โดยเฉพาะมุมแหลมที่อยู่ด้านใน มีลักษณะคล้ายใบมีดที่มีความคม เป็นภัยคุกคามบั่นทอนพลังชีวิตที่ดี มุมห้องที่แหลมยังยากต่อการเก็บกวาดทำความสะอาด ทำให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพ และอารมณ์

เคหะศาสตร์ (ฮวงจุ้ย) นั้น เป็นการพยากรณ์ จากการประมวลศาสตร์ในทุกๆ ด้าน ทั้งในด้านนิเวศวิทยา ภูมิศาสตร์ ดาราศาสตร์ จิตวิทยา รัฐศาสตร์การเมือง และศาสตร์ในด้าน การจัดการ ฯลฯ โดยใช้ภูมิปัญญาที่สั่งสมกันมากว่า 3,000 ปี แต่เนื่องจาก ตำราเคหะศาสตร์ (ฮวงจุ้ย) บ่งบอกแต่ข้อแนะนำอันเป็นข้อกำหนด ข้อห้าม ที่มิได้หยิบยกเหตุผลมาประกอบเอาไว้ ถึงแม้ว่าบางอย่าง สามารถอธิบายได้ด้วยตรรกะทางวิทยาศาสตร์ จึงกลายเป็นศาสตร์ลี้ลับ สำหรับคนส่วนใหญ่ ยิ่งศึกษาค้นคว้า ก็ยิ่งพบว่า เคหะศาสตร์ (ฮวงจุ้ย) เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน และบางประเด็นก็มีสาระ รวมทั้งมีเหตุผลทางตรรกะพอสมควร ท่านผู้อ่านควรพิจารณากัน อย่างลึกซึ้งครับ ตามหลักกาลามะสูตรของพุทธศาสนาแล้ว ท่านสอนให้เชื่อโดยใช้เหตุและผล (แต่ห้ามใช้หลักกามสูตรเป็นอันขาดเพราะจะยุ่งกันไปใหญ่)

ที่มา : คนรักบ้าน-คมชัดลึก